พรีวิว WCQ2018 อิรัก vs ไทย : สิงโต-ช้างศึกต่างแพ้ไม่ได้

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 | นัดที่ 4 | แข่งขันวันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2559 | เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) | สนาม ปาส สเตเดี้ยม ประเทศอิหร่าน

ก่อนเกม

“สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” ทีมชาติอิรัก ทีมอันดับ 128 ของโลก ผ่านเข้าสู่รอบ 3 ด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม ตามหลังทีมชาติไทย โดยในรอบ 12 ทีมสุดท้าย อิรัก รั้งอันดับ 5 ของกลุ่ม แข่ง 3 นัด แพ้รวดทุกเกม ยิง 2 เสีย 6 ผลต่างประตูได้เสีย -4  

ผลงานนัดแรก บุกไปแพ้ ออสเตรเลีย 2-0, นัดที่สอง เปิดบ้าน(สนามกลางที่ประเทศอิหร่าน) พ่าย ซาอุดิอาระเบีย 1-2 ก่อนที่นัดสุดท้ายจะมาโดนยิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ บุกไปพ่าย ญี่ปุ่น 1-2 ชวดเก็บ 1 คะแนนออกมาอย่างน่าเสียดาย 

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 135 ของโลก คว้าแชมป์กลุ่มในรอบ 2 โดยในรอบ 3 นั้น ยังไม่มีคะแนนเช่นเดียวกับ อิรัก แพ้ 3 รวด ยิง 1 เสีย 6 ผลต่างประตูได้เสีย -5 รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ผลงาน 3 นัดแรกดังนี้ แพ้ซาอุดิอาระเบีย 1-0 (เยือน), แพ้ ญี่ปุ่น 0-2 (เหย้า), แพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-1 (เยือน)

สำหรับสถิติที่พบกัน 15 นัด อิรัก ทำได้ดีกว่า ชนะ 8 เสมอ 5 ส่วนไทยชนะเพียง 2 ครั้ง อย่างไรก็ดี 6 ครั้งสุดที่เจอกัน ไทยไม่เคยแพ้ อิรัก รวมถึง 2 นัดเหย้า-เยือน ในรอบที่ผ่านมา ไทยสามารถยันเสมอได้ด้วยสกอร์ 2-2 ทั้งสองนัด ผงาดคว้าแชมป์กลุ่มมาครอง นอกจากนี้ อิรัก ยังไม่ชนะคู่แข่ง มาเป็นระยะเวลาเกือบ 7 เดือนแล้ว หลังชนะครั้งสุดท้ายคือการพบกับ เวียดนาม เมื่อเดือนช่วงปลาย มี.ค. 

ข่าวข้างสนาม

อิรัก ในยุครีบูท เปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายรายจาก รอบที่แล้ว โดยบรรดาแข้งเก๋าอย่าง ซาลาม ชากริ, อาลี ริฮีมา, นูร ซอบรี รวมถึง ยูนิส มะห์มูด ดาวเตะระดับตำนานที่มักทำแสบใส่ทีมชาติไทย ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติหมดแล้ว

โดย สิงโตแห่งเมโสโปเตีย ดันเอานักเตะจากทีมชาติชุดลุยโอลิมปิก (ยันเสมอ บราซิล) ขึ้นมาสู่ชุดใหญ่เกือบครึ่งทีม และทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉาะเกมเจอกับ ญี่ปุ่น ที่สามารถครองบอลได้มากกว่าทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยซะอีก

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็น รอฏีย์ เชนไนชิล สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ อิรัก น่าจะยึดผู้เล่นชุดที่เกือบแบ่งแต้มจากญี่ปุ่น เป็นหลัก ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : มุฮัมมัด ฮามีด – กองหลัง : ดุรกอม อิสมาอิล , อะหมัด อิบรอฮีม ,สุอั๊ด นาติค ,วะลีด ซาลีม – กองกลาง : อาลี อั๊ดนาน , อัมญาต อัตวาน , สะอั๊ด อับดุลอะมีร ,อะหมัด ยาซีน – กองหน้า : มุฮันนัด อับดุลรอฮีม ,อะลา อับดุล 

ทีมชาติไทย ของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ออกมาเผยหลังจบเกมกับ ยูเออี ว่ามีโอกาสที่ ธนา ชะนะบุตร และ สิโรจน์ ฉัตรทอง สองปีกตัวสำรอง จะได้รับโอกาสสอดแทรกเป็น 11 ตัวจริงในเกมต่อไป หลังจากผู้เล่นตัวหลักหลายรายทำผลงานไม่ดีนักในเกมกับ ยูเออี 

แต่จากการฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย คาดว่า ซิโก้ จะเปลี่ยนผู้เล่นเพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ส่วนผู้เล่นบาดเจ็บต้องเช็คอาการของ ประทุม ชูทอง เพียงคนเดียว เพราะ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่เจ็บนัดล่าสุดฟื้นร่างกายกลับมาช่วยทีมได้

สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมชาติไทย ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ – กองหลัง : ทริสตอง โด , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , กรวิทย์ นามวิเศษ , ธีราทร บุญมาทัน – มิดฟิลด์คู่กลาง : ปกเกล้า อนันต์ , สารัช อยู่เย็น – ตัวรุก : มงคล ทศไกร, ชนาธิป สรงกระสินธุ์ , สิโรจน์ ฉัตรทอง – กองหน้า : ธีรศิลป์ แดงดา

คีย์แมน

อาลี อัดนาน ปีกซ้ายจากอูดิเนเซ่ ถือเป็นผู้เล่นกำลังหลักจากชุดที่แล้วที่ยังคงอยู่ในทีมอิรัก สายเลือดใหม่ เขามีจุดเด่นในเรื่องการเล่นเท้าซ้าย รูปร่างสูงใหญ่แต่คล่องตัว ทักษะที่ดี ซึ่งจากสองเกมเคยเจอกัน ทีมชาติไทยน่าจะรู้ดีว่า เจ้าตัวมีทีเด็ดขนาดไหน

เขาเริ่มติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 18 ปี ปัจจุบันเขาเพิ่ง 22 ปี แต่มีประสบการณ์ในนามทีมชาติมากถึง 43 นัด รวมถึงเป็น 1 ใน 4 นักเตะทีมชุดนี้ที่ได้ค้าแข้งในยุโรป ผ่านศึกชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รวมถึงโอลิมปิกรอบสุดท้ายมาแล้ว เคยได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งเอเชีย, และถูกจัดให้เป็น 20 ดาวรุ่งที่น่าจับตามองในยุโรป ของเดลี เมลล์ จุดนี่เองทำให้ อาลี อัดนาน ถูกขนานนามให้เป็น่ “แกเรธ เบลแห่งเอเชีย” หรือ “โรแบร์โต คาร์ลอส แห่งอิรัก” 

สิโรจน์ ฉัตรทอง ดาวเตะโนเนมร่างยักษ์ ผู้มีชีวิตการต่อสู้ที่ยิ่งกว่าละคร เด็กหนุ่มจากจังหวัดสุรินทร์ ไม่เคยได้รับฝึกศาสตร์ลูกหนัง และต้องตระเวนไปหาโอกาสในการเล่นฟุตบอลเพื่อหวังจะมานำรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว ก่อนที่ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด จะมอบโอกาสนักเตะจากดิวิชั่น 2 ก้าวขึ้นมาเล่นลีกพระรอง จนกลายเป็นที่ฮือฮาเมื่อถูกเรียกติดธงชุดใหญ่

แม้จะไม่ใช่นักเตะที่มีทักษะที่ดีนัก แต่เรื่องความแข็งแกร่ง ความเร็ว เขาไม่ได้เป็นรองปีกคนไหนในประเทศไทย รวมถึงวินัย ทัศนคติ ที่กระหายจะพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาก้าวมาถึงจุดกำลังจะได้รับเลือกให้ เป็น 11 ตัวจริงทีมชาติไทย ความกระหายในการลงเล่นคือสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นในทีมชุดนี้ และ สิโรจน์ ฉัตรทอง คือหนึ่งในแข้งที่มีความทะเยอทะยานพร้อมพิสูจน์ตัวเองในระดับเอเชีย

สองกุนซือ

รอฏีย์ เชนไนชิล กุนซือคนใหม่ของอิรัก ในการเอาเล่นที่ตื่นเต้นตื่นใจ เก่งเรื่องแท็คติก โดยเขาสามารถพาอิรัก สู้กับ ญี่ปุ่น ได้สนุก ที่ผ่านมาเขาเคยคุมทีมชาติอิรัก มาแล้ว 2 ครั้ง และนี่คือครั้งที่ 3 ดังนั้นเขาจึงรู้จักฟุตบอลอิรักดีกว่าใคร และแน่นอนว่า จากประสบการณ์ที่มี เขาหวังจะพาทีมเก็บคะแนนจากไทยอย่างน้อย 1 แต้ม

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ยอมรับว่า อิรัก ชุดนี้เป็นทีมที่แข็งแกร่ง และถึงเขาจะยังไม่มีแต้ม แต่อิรักก็ทำให้เห็นว่าสามารถสเล่นได้สูสีกับคู่แข่ง แต่ยังเชื่อในลูกและหวังว่า ไทย จะมีผลงานที่ดีในนัดที่ 4 

"ยังเป็นเกมที่หนักสำหรับทีมชาติไทยเพราะอิรักมีการปรับเปลี่ยนทั้งโค้ชและผู้เล่นที่ผสมผสานระหว่างชุดใหญ่กับโอลิมปิก ซึ่งเราได้เห็นว่าชุดโอลิมปิกที่เขาแข่งกับบราซิลและเสมอได้ด้วย

"วันนี้เรากำลังยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยนะครับ ถึงแม้ว่าภาพโดยรวมเรายังไม่มีแต้มก็จริง แต่เกมที่เราเจอ เราก็แสดงให้เห็นว่าต่อกรกับทีมเอเชียได้ นักข่าวอิรักก็บอกว่าวันนี้ไทยอยู่ในเลเวลเดียวกับอิรักแล้วนะ เขาดูเราเล่นกับซาอุ เขาบอกว่าเราน่าจะชนะด้วยซ้ำไป รวมถึงเกมแพ้ยูเออี เขาก็ชมว่าเราทำได้ดี และเขาก็ชื่นชมเราว่าเป็นทีมแห่งอนาคต และอายุยังน้อย สามารถพัฒนาต่อเนื่องได้อีก"

"จะเห็นได้ว่าในหลายๆเกม อย่าง อิรัก ในเกมล่าสุดเขาไปเล่นที่ญี่ปุ่น เขามีโอกาสเสมอ กำลังจะเก็บแต้มได้อยู่แล้ว ซึ่งญี่ปุ่นเล่นในบ้านก็ไม่ได้ข่มพวกเขาได้ ฉะนั้นเราพัฒนามาถึงตรงนี้แล้ว เราเชื่อว่าเป็นนิมิตรที่ดี"