Analysis

พร้อมกว่านี้ไม่มีอีกเเล้ว : เจาะขุมกำลัง หงส์เเดง ฤดูกาล 2018-19

ฤดูกาลที่จะถึงนี้เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลที่แฟนหงส์แดงนั้นมั่นใจกว่าที่ผ่านมา จากการเสริมทีมที่น่ากลัวของเจอร์เก้น คล็อปป์

We are part of The Trust Project What is it?

ช่วงปิดฤดูกาลนี้ คงไม่มีทีมไหน ในพรีเมียร์ลีก เสริมทัพได้น่าสนใจเท่าทีมลิเวอร์พูล อีกแล้ว ทั้งที่ มีการสัญญาล่วงหน้าอยู่แล้วอย่าง นาบี เกอิต้า และทันทีที่ตลาดนักเตะเปิดตัวขึ้น ลิเวอร์พูล ก็ได้เซ็นสัญญาดึงเอาตัว ฟาบิญโญ่ ห้องเครื่องทีมชาติบราซิล มาร่วมทัพ ในช่วงฟุตบอลก็ทำการสอย มิดฟิลด์จอมทัพ อย่าง ชาร์กีรี่ มาเพิ่ม แถมล่าสุดยังไปคว้านายทวารที่มีข่าวกับลิเวอร์พูลมายาวนาน อย่าง อลิสสัน มาเพิ่มด้วยค่าตัวเป็นสถิติของสโมสร และดูเหมือนว่าแนวโน้มลิเวอร์พูลในการเสริมทัพยังไม่จบลงง่าย คงต้องดูแนวโน้มว่าช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูล จะสามารถปิดดีลกับนักเตะที่มีข่าวอยู่ตลอดอย่าง นาบิล เฟกีร์ หรือ จะได้กองหน้า/ กองหลัง เพิ่มอีกซักคนหรือไม่

แต่เมื่อเทียบทีมกับ ระดับท็อป 6 อื่นๆ ต้องถือว่าลิเวอร์พูล ทำได้ดีที่สุด ทีมอย่างอาร์เซนอล แม้จะทำการเสริมทัพ 4-5 ราย แต่ชื่อชั้นน่าจะเป็นรอง นักเตะที่ลิเวอร์พูลซื้อมาร่วมทัพอยู่พอสมควร รวมถึง โค้ชใหม่อย่าง เอเมอรี่ น่าจะต้องการเวลาปรับตัวพอสมควร ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเสริมทัพหลักๆแค่ เฟร็ด เพียงคนเดียว สเปอร์ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ได้มีการเสริมทัพ ยึดนักเตะตัวหลัก เป็นนักเตะชุดเดิม คงไม่ต้องพูดถึงเชลซี ที่นอกเหนือจะมีการเปลี่ยนโค้ช มาเป็นซาร์รี่ นักเตะหลักๆ มีแนวโน้มการย้ายทีมออกไป อย่าง ทิโบต์ คูรตัวร์ หรือ เอเด็น อาซาร์ และเนื่องจากไม่ได้เข้าเตะในถ้วยใบใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก น่าจะดึงดูดผู้เล่นที่แกร่งๆ เข้ามาได้อยาก จะมีก็แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทีมมีขนาดใหญ่และลงตัวอยู่แล้ว จากการเสริมทัพปีก่อน ที่มีการเสริมทัพหลักๆ แค่การมาของ มาร์เรซ

เป้าหมายของลิเวอร์พูล ปีนี้ คงไม่ใช่แค่ ท็อปโฟร์ แต่เป้าหมายของลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ คือความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ปีที่แล้ว ที่ลิเวอร์พูล มีแนวรุกที่จัดจ้าน ปัญหาใหญ่ๆ คือเกมรับ ที่ยังพลาดง่ายๆ อยู่ในบางนัด และขาดของทีมซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนผู้เล่นตัวสำรองลงมาเปลี่ยนสถานการณ์ได้ ถ้าทีมเป็นรอง

มาถึงปีนี้ ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นที่พร้อมใช้งาน ผลัดกันลงเป็นตัวจริงได้ ทั้งหมด 2 ชุด สามารถหมุนผู้เล่นทดแทนกันได้ทั้งหมด

ผู้รักษาประตู

การมาของ อลิสสัน การันตี การเป็น เบอร์ 1 ของลิเวอร์พูล โดยอัตโนมัติ คาริอุส ซึ่งโดนโจมตีอย่างหนักในนัดเจอ เรอัล มาดริด และโรคดังกล่าวยังเรื้อรัง มาถึงช่วงอุ่นเครื่อง ต้องหล่นมาเป็นเบอร์ 2 โดยอัตโนมัติ และนั่นหมายความว่า น่าจะถึงเวลาที่ มิโญเล่ต์ กับ วอร์ด น่าจะต้องออกจากทีมไป

แบ็คขวา

เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ กลายมาเป็นตัวจริงในฤดูกาลที่แล้ว หลักๆ เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ของรุ่นพี่อย่าง นาธาเนียล ไคลน์ อย่างไร ก็ตาม เมื่อไคลน์ ฟิต พี่แก ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่เป็นสองรองใครในพรีเมียร์ลีค แต่จากฟอร์มการเล่น เทรนด์ อาจจะได้ออกสตาร์ท จากการเป็นตัวจริง ก่อน แต่ก็พร้อมสลับกัน ไคลน์ได้ตลอดเวลา

แบ็คซ้าย

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แจ้งเกิดได้อย่างสมบูรณ์ในฤดูกาลที่แล้ว แต่ในตำแหน่งนี้ ลิเวอร์พูล ก็มีนักเตะที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมา จากฤดูกาลแรกที่เล่นให้กับลิเวอร์พูล อย่าง โรเเบร์โต้ โมเรโน่ คอยแสตนด์บาย อยู่

กองหลัง

การมาของ เฟอร์กิน ฟาน ไดจค์ ทำให้เกมรับของลิเวอร์พูล แข่งแกร่งขึ้น และน่าจะได้จับคู่กับ นกเตะที่มีฟอร์มการเล่นในช่วงฟุตบอลโลก เข้าตาอีก 1 คน อย่างเดยัน ลอฟเรน ในการเป็นตัวจริง ในช่วงต้นฤดูกาล โดยมีตัวสำรอง พร้อมเสียบ อย่าง มาติป และโจ โกเมซ

กองกลาง

จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน ที่ทำผลงานได้ดีกับอังกฤษ ในฟุตบอลโลก น่าจะยังยึดที่ว่าง 1 ตำแหน่งได้อย่างไม่ยาก อีกตำแหน่ง น่าจะเป็นของ มิดฟิลด์ บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์หน้าใหม่ อย่าง เกอิต้า ส่วนที่ว่างตำแหน่งสุดท้าย หาก อ็อกเลตแชมเบอร์เลน ไม่เจ็บยาว น่าจะเป็นพื้นที่ของเค้า แต่พอมีข่าวว่าจะต้องพักค่อนฤดูกาล เป็นที่น่าคิดว่า คล็อปป์ จะใช้งาน นักเตะคนไหน คงขึ้นอยู่กับ แต่ละเกม อาจจะเป็น ชาร์กิรี่ ฟาบิญโญ่ ไวนนัลดุม มิลเนอร์ หรือแม้แต่นำลัลลาน่า ลงมาเล่นในตำแหน่งนี้ ถือว่า ลิเวอร์พูล มีขุมกำลังมิดฟิลด์ ที่ดีที่สุดทีมหนึ่งเลยทีเดียว

กองหน้า

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ คงได้การการันตี ตัวจริงในช่วงปิดฤดูกาล และหากไม่มีการเสริมทัพเพิ่มเติม น่าจะเป็นโอกาสของนักเตะที่โชว์ฟอร์มในช่วงปรีซีซั่น ได้ดี อย่าง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และดาวรุ่งอย่าง โดมินิก โซลันกี้ หรือการสอดแทรก เซอร์ดาน ชาร์กิรี่ และ ลัลลาน่า ลงมา เพื่อสลับกันเล่น เเดนนี่ อิงส์ กับ ดิว็อค โอริกี้ น่าจะหมดอนาคตในถิ่นแอนฟิลด์

จากผู้เล่น ที่สามารถทดแทนกันได้ทุกตำแหน่ง ปีนี้จึงเป็นปีสำคัญของลิเวอร์พูล ถ้าปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของเจอเก้น คล็อปป์ หากลิเวอร์พูล ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมา น่าจะต้องถึงเวลา ที่บอร์ดบริหารของทีมอาจจะต้องเริ่มคิดหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น

อดิพล ตันนิรันดร

Topics