พรสวรรค์ที่หายไป : ราเวล มอร์ริสัน ดาวรุ่งปีศาจแดงที่เก่งกว่า 'ป็อกบา'

ในปี 2011 ราเวล มอร์ริสัน เป็นดาวเด่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ร่วมกับ ปอล ป็อกบา แต่ว่าตอนนี้ ดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลายเป็นนักเตะค่าตัว 90 ล้านปอนด์ ในขณะที่อดีตเพื่อนร่วมทีมเป็นได้แค่นักเตะในแชมเปี้ยนชิพ 

แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็กขวาคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้มารับงานทางทีวี คือหนึ่งในแฟนบอลตัวยงของทีมเยาวชน "ปีศาจแดง" ชุดนั้น ที่มีดาวเด่นในทีมมากมาย ทั้ง ปอล ป็อกบา, เจสซี่ ลินการ์ด แต่มีอยู่หนึ่งคนที่เหนือกว่าทุกคนก็คือ มอร์ริสัน โดยใดยในเกม เอฟเอ ยูธ คัพ แกรี่ ก็เป็นหนึ่งในทีมบรรยายของช่อง เอ็มยูทีวี

"ความสามารถของ ราเวล มอร์ริสัน มันน่าทึ่ง" เนวิลล์ ให้สัมภาษณ์กับ โฟร์โฟร์ทู “เขาเป็นตัวหลักในสามมิดฟิลด์ ร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์  พวกเขาต่างเล่นได้อย่างสุดยอด แต่ว่า ราเวล คือตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง พรสวรรค์ของเขามันน่าเหลือเชื่อ เขาเหมือนกับ พอล แกสคอยน์ ที่สามารถเลี้ยงหลบคู่แข่งเข้าไปยิงประตูน่าทึ่งได้อย่างง่ายดาย มีพวกนักเตะกองกลางไม่กี่คนหรอกที่ทำแบบนั้นได้ หนึ่งในนั้นคือ ราเวล"

Ravel Morrison

เนวิลล์ ประทับใจเจ้าหนูราเวล เป็นอย่างมากตั้งแต่การเริ่มจับงานทีวีในช่วงแรก ๆ

แพ็ดดี้ ครีแลนด์ ตำนานมิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่นชม มอร์ริสัน เช่นกัน บางทีอาจจะยิ่งกว่า เนวิลล์ ด้วยซ้ำ "ราเวล คือดาวรุ่งที่เก่งที่สุดที่ผมเคยเห็นนับตั้งแต่ จอร์จ เบสต์" เขากล่าว ... นี่คือคำพูดจากคนที่ได้ชมเกมของ มอร์ริสัน ในทุก ๆ สัปดาห์ที่เขาลงสนามให้กับทีมเยาวชน ทางช่อง เอ็มยูทีวี  เขากล่าวต่อว่า "แม้ว่าเรามี ป็อกบา แต่ว่า ราเวล คือคนที่โดดเด่นที่สุด เขาทั้งเร็ว อีกทั้งยังฉลาดและแก้ไขปัญหาได้ฉับไว เขามีทุกอย่างที่นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ควรจะมี”

พอล แม็คกินเนส คนที่คอยดูแล มอร์ริสัน เมื่อสมัยเป็นนักเตะระดับเยาวชนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงศิษย์รักคนนี้ว่า "ราเวล คือนักเตะที่ดีที่สุดของทีม โดยเฉพาะเรื่องของการครองบอล เขารู้ว่าตอนไหนควรออกบอล โดยเฉพาะการอ่านแนวรับ ลูกจ่ายบอลของเขาแค่เพียงครั้งเดียวก็สามารถฉีกกองหลังของคู่แข่งได้"

เขาเด่นกว่า ป็อกบา

ด้วยฟอร์มอันสุดยอดของ มอร์ริสัน ที่ยิง 2 ประตู ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 4-1 ในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันคือแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ สมัยที่ 10 ของสโมสร

ในฤดูกาล 2010-11 ทีมเยาวชนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ด้วยการปราบทีมชั้นนำมากมาย ทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี โดยในนัดชิงชนะเลิศ พวกเขาพบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์รวมสองนัด 6-3 ด้วยฟอร์มอันสุดยอดของ มอร์ริสัน ที่ยิง 2 ประตู ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 4-1 ในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  มันคือแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ สมัยที่ 10 ของสโมสร ส่วนภาพที่ ทันนิคลิฟ , ลินการ์ด, ป็อกบา และ มอร์ริสัน ถ่ายภาพร่วมกับถ้วยแชมป์ มันก็เป็นเหมือนสัญญาณว่า เด็กชุดนี้กำลังจะสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นในอนาคต

"ราเวล มอร์ริสัน อายุน้อยกว่าผม แต่ก็ได้ขึ้นมาซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่แล้ว" คอรี่ อีแวนส์ อดีตปราการหลังทีมเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้อนความหลังถึงเพื่อนร่วมทีมคนดัง "คุณเห็นแล้วก็จะรู้ว่าเขาคือสุดยอด เขาสามารถเลี้ยงผ่านผู้เล่นฝั่งตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย และยิงประตูได้จากทั้งสองเท้า"

ป็อกบา กับ มอร์ริสัน คือตัวเลือกแรกของเด็กชุดนี้ที่ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ในเกมลีก คัพ รอบ 4 เมื่อปี 2010 แต่ก็ยังไม่มีใครขึ้นมาได้แบบเต็มตัว ทั้งสองคนไปที่ประเทศอิตาลี แต่มันแตกต่างกันที่คนหนึ่งกลายเป็นผู้เล่นที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่อีกคนกลับเป็นตรงกันข้าม

มอร์ริสัน เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1993 ที่ ไวเทนชอว์ กับครอบครัวชนชั้นกลางที่แถบตะวันตกของ เมืองแมนเชสเตอร์ ที่อยู่ระหว่าง สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด และ สนามซ้อม แคร์ริงตัน เขาถูกคนพบจาก แมวมองของสโมสร เมื่อตอนที่เล่นให้กับ เฟลทเชอร์ มอส เรนเจอร์ เขาคือเด็กดาวรุ่งที่น่าจับตามอง พรสวรรค์ของเขาได้รับการยอมรับ แต่ว่าปัญหานอกสนามมันทำให้เขาต้องเจอปัญหา

ยูไนเต็ด รู้สึกว่าพวกเขาให้โอกาสกับเด็กคนนี้มามากพอแล้ว กับโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่าที่มอบให้ เรื่องราวนอกสนามสารพัดที่ทีมต้องคอยตามล้างตามเช็ด ทั้งการเอามีดจี้คนอื่น ซึ่งทำให้เขาอาจถูกต้องข้อหาจำคุก แต่ก็จบลงได้ด้วยการจ่ายค่าชดเชย รวมไปถึง การทะเลาะกับแฟนสาวจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ  นอกจากนี้เขายังเคยโดนตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายและเข้าออกโรงพักนับไม่ถ้วน ซึ่งผลมันก็มาจากการเที่ยวดื่มในช่วงการตะลุยราตรี จนทำให้คุมตัวเองไม่ได้ เขากลายเป็นดาวรุ่งที่โดนสโมสรปรับเงินบ่อยในแบบที่แทบไม่เคยมีมาก่อน

Ravel Morrison

วินัยนอกสนามกลายเป็นสิ่งที่มีผลต่ออาชีพนักฟุตบอลของ มอร์ริสัน

เฟอร์กี้ บอกว่าเขาเก่งที่สุด

ถ้าหากว่า มอร์ริสัน มีพรสวรรค์น้อยกว่านี้อีกสัก 10 เปอร์เซนต์ เขาก็น่าจะหมดอนาคตในวงการลูกหนังไปตั้งแต่อายุ 16 ปีแล้ว

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกมาตลอดว่า ราเวล มอร์ริสัน ในวัย 14 ปี คือดาวรุ่งที่เก่งที่สุดที่เขาเคยเห็นตลอดการทำงานที่ ยูไนเต็ด เหนือกว่า พอล สโคลส์, เหนือว่า ไรอัน กิ๊กส์ และคนอื่น ๆ ที่เข้ามาสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เฟอร์กี้ บอกว่า ถ้าหากว่า มอร์ริสัน มีพรสวรรค์น้อยกว่านี้อีกสัก 10 เปอร์เซนต์ เขาก็น่าจะหมดอนาคตในวงการลูกหนังไปตั้งแต่อายุ 16 ปีแล้ว แต่การที่ได้ขึ้นมาเป็นดาวเด่นของทีมเยาวชน คือข้อพิสูจน์ว่า เขาคือของจริง

เฟอร์กูสัน พยายามอย่างยิ่งกับการสนับสนุนเด็กคนนี้ ถึงขั้นให้เขาได้ใช้ห้องแต่งตัวของทีมชุดใหญ่ ในตอนแรก พวกผู้เล่นระดับซีเนียร์ก็ชื่นชมในพรสวรรค์ของเจ้าหนูคนนี้ แต่มันก็เปลี่ยนเป็นความสงสัยว่า ทำไมเขาถึงทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก? ทำไมเขาต้องอยู่ผิดที่ผิดเวลาเสมอ? ทำไมเขาถึงทำลายตัวเอง ?

พวกเขาพยายามพร่ำสอน มอร์ริสัน ว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพคือการรู้จักเสียสละ มันคือรางวัลตอบแทนที่รอ มอร์ริสัน อยู่ ทั้งสถานะในสโมสร, ความเคารพ และความร่ำรวย มันจึงเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด กับการที่ต้องเห็นคนที่พร้อมทุกอย่าง กลับโยนโอกาสนั้นทิ้งไป

เวลาอยู่ในสนาม มอร์ริสัน เป็นนักเตะที่หัวไว เป็นนักเตะที่ฉลาด เขามีทางออกเสมอให้กับลูกฟุตบอล ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม แต่ว่านอกสนามเขากลับไม่ฉลาดพอที่จะแก้ปัญหานี้ได้

Paul Scholes, Ryan Giggs

มอร์ริสัน เหนือกว่า ทั้ง ไรอัน กิ๊กส์ และ พอล สโคลส์ ตอนอายุเท่ากัน

มอร์ริสัน เพิ่งอายุครบ 24 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ว่าอาชีพนักฟุตบอลของเขายังไม่ถึงจุดจบ ทุกคนพร้อมให้โอกาสเขา เพราะต่างเสียดายในพรสวรรค์ ทุกคนต่างหวังที่จะเห็นเขาประสบความสำเร็จในอาชีพ เหล่า แมนคูเนียน ยังรักเขา และเชื่อว่าเขาแค่ต้องการพัก เพื่อกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง

"ลึกๆ เขาเป็นเด็กดี" ครีแลนด์ กล่าว "แต่บางครั้งในช่วงชีวิตวัยรุ่นที่คุณเติบโตมา มันเป็นเหมือนทางแยก บางคนหลงทาง แต่บางคนก็ไม่ ซึ่งถ้าเมื่อคุณเลือกทางผิด มันก็กลายเป็นปัญหา"

ปัญหาส่วนตัว

เขาโตมาในสังคมที่เต็มไปด้วยพวกอันธพาล ซึ่งการทำในสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ความรู้สึกของเขาคือต่อให้เป็นสิ่งที่ผิด ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจให้เสียเวลา

- Manchester United source

หลายคนพยายามที่จะช่วยเหลือเขา ตอนที่ มอร์ริสัน เล่นให้กับทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ยิง 2 ประตูใน ลิธัวเนีย เมื่อเดือนตุลาคม 2013 แกเรธ เซาธ์เกต นายใหญ่ของทีมเชื่อว่า เด็กคนนี้จะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ รอย ฮอดจ์สัน ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

คลิปวีดีโอ ลูกยิงประตูของ มอร์ริสัน ในช่วงการของฝึกซ้อมกับทีมชาติ กลายเป็นที่ถูกกล่าวถึงมากมาย กับลูกยิงสุดมหัศจรรย์ของเขา แม้ว่าจะเป็นแค่การฝึกซ้อมก็ตาม

ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย แตว่านิสัยส่วนตัวของ มอร์ริสัน ก็ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอีกครั้ง โค้ชของทีมอังกฤษชุดเล็ก หลายคนพบว่า มอร์ริสัน นั้นมีปัญหาในการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น

"พิ้นฐานนิสัยส่วนตัวของเขามันเป็นปัญหา เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไง เขาแยกไม่ออกว่าอะไรถูกหรือผิด" หนึ่งในแหล่งข่าวจาก ยูไนเต็ด บอกกับเรา "เขาต้องการคนที่จะเข้ามาชี้แนะให้เขากลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง เขาโตมาในสังคมที่เต็มไปด้วยพวกอันธพาล ซึ่งการทำในสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ความรู้สึกของเขาคือต่อให้เป็นสิ่งที่ผิด ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจให้เสียเวลา"

เฟอร์กูสัน เคยทำงานร่วมกับเด็กที่มีปูมหลังแบบนี้มาก่อน บางคนขึ้นมาเป็นสุดยอดนักเตะ เขาไม่ได้กล่าวถึง มอร์ริสัน ในหนังสือของตัวเองที่ออกมาเมื่อปี 2013 แต่ว่า เขาก็กล่าวถึงเด็กคนนี้ในหนังสืออีกเล่มที่วางขายเมื่อปี 2015 ที่ชื่อว่า Leading

"มันเป็นเรื่องน่าเศร้า ทั้งที่เรามีตัวอย่างกับผู้เล่นที่มีปูมหลังแบบนี้อย่าง ไรอัน กิ๊กส์ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่มีความมุ่งมั่นเอาชนะความเจ็บปวดในวัยเด็ก และปีศาจร้ายในตัวจนกล้ามาเป็นยอดนักเตะ"

"ราเวล มอร์ริสัน กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าเศร้าที่สุด เขามีพรสวรรค์เหนือกว่าเด็กทุกคนที่เราเคยเซ็นเข้ามา แต่เขากลับนำตัวเองไปหาปัญหาอยู่เป็นประจำ มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดมากที่ต้องขายเขาให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2012 เพราะว่าเขาควรจะเป็นสุดยอดนักฟุตบอล แต่ในช่วงก่อนหน้านั้น มันมีปัญหานอกสนามมามากมายเหลือเกิน เราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากตัดสินใจแบบนี้"

Alex Ferguson

มอร์ริสัน ทำลายอนาคตตัวเองจนหมดโอกาสขึ้นมาสู่ทีมของ เฟอร์กูสัน