พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? : ตามล่าหาแข้ง “ฉลามชล” ชุดแชมป์ไทยลีก 2007

นี่ คือ ทีมชลบุรี เอฟซี ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร…

สาวกหลายคน ต่างยังคงโหยหาภาพอดีตแห่งความสำเร็จที่เคยทำได้เมื่อปี 2007 หลังทีมผงาดคว้าแชมป์…และคอนเซ็ปต์ของทีมในปีนี้คือ The Next หรือ ก้าวต่อไป ซึ่งเป็นการสานต่อเจตนารมย์จาก Reboot ในปีที่ผ่านมา พร้อมกลับไปใช้ลายขวางที่คล้ายคลึงกับเสื้อที่พวกเขาใส่คว้าแชมป์ไทยลีกในตอนนั้น แต่วันนี้นักเตะในชุดนั้นไปไหน ทำอะไรยังไงอยู่บ้าง…เซอร์ไพรซ์แฟนบอลไทยกันแค่ไหน? ติดตามได้ที่นี่

นิกร อนุวรรณ

กุนซือใหญ่ ม.ราชพฤกษ์ ทีมในลีกระดับล่าง อย่าง "โค้ชกร" นิกร อนุวรรณ คือหนึ่งในนักเตะ "ฉลามชล" ชลุบรี เอฟซี ชุดดังกล่าว

นิกร อนุวรรณ ในวัย 36 ปี แม้ว่ายังมีแรงเตะบอลอยู่ แต่ดูเหมือนเขาเริ่มสนุกกับการโค้ช ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่ถึงปี หลังจากที่บอร์ดบริหาร ม.ราชพฤกษ์ เปิดโอกาสให้อดีตนักเตะชลบุรีคนนี้ ก้าวจากนักเตะขึ้นมารับงานโค้ช ซึ่งผลงานที่ออกมาก็น่าทึ่งมากๆ

นิกร อนุวรรณ อาจไม่ใช่แข้งซุปเปอร์สตาร์ของ "ฉลามชล" ในชุดนั้น แต่เขาก็มีส่วนช่วยทีมในหลายๆเกมที่ได้รับโอกาสลงสนาม ซึ่งปีนั้นมิดฟิลด์รายนี้ ยิงให้ ชลบุรี เอฟซี ไป 2 เม็ด ในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ ท่าเรือ 2-0 และ เกมส่งท้ายเลกแรกที่แพ้ ม.กรุงเทพ 1-3

หลังจากได้แชมป์ลีกกับ ชลบุรี เอฟซี โอกาสสัมผัสเกมของเขาก็น้อยลง เนื่องจาก บรรดาดาวรุ่งของทีม ก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก บวกกับการที่ชลบุรี เป็นทีมที่ใหญ่ขึ้น เขาต้องย้ายออกไปค้าแข้งกับ พัทยา ยูไนเต็ด ทีมร่วมเมือง ช่วงปลายๆอาชีพเขาก็ลงไปค้าแข้งในระดับดิวิชั่น  2

Rajapruk Muangnont United

วัชรพงษ์ มากกลาง

หนึ่งในดาวยิงของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ที่แม้ว่าจะไม่ใช่ดาวยิงตัวหลักของทีม แต่ก็มักที่จะถูก "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ ส่งลงสนามมาแก้เกมยามที่กองหน้าตัวจริงปืนฝืดยิงกันไม่ได้

ปี 2007 ชลบุรี เอฟซี ดึง วัชรพงษ์ มากกลาง มาจาก ศรีราชา เอฟซี เพื่อเพิ่มทางเลือกในเกมรุกให้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดีในปีนั้น แม้ว่าจะยิงได้น้อยไปสักหน่อย ยิงได้เพียง 2 ประตู ในเกมที่ชนะ ไทยฮอนด้า 3-2 และ เกมเสมอ สุพรรณบุรี 2-2

หลังคว้าแชมป์ลีกกับชลบุรี เขาก็ยังไม่มีความสุขเท่าไหร่ในสีเสื้อของ “ฉลามชล” เพราะต้องอยู่ใต้ร่มเงาของ พิภพ อ่อนโม้ เขาจึงเลือกย้ายกลับบ้านหลังเก่าอย่าง ศรีราชา เอฟซี ก่อนจับคู่กับ กัสตัน ราอูล กอนซาเลซ ดาวยิงเลือดอาร์เจนไตน์ พร้อมช่วยกันยิงกระจายให้กับ ศรีราชา

 วัชรพงษ์ มากกลาง ย้ายกลับไปค้าแข้งให้ทีมบ้านเกิดอย่าง นครพนม เอฟซี ในฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็โชคร้ายที่ทีมโดนสมาคมฟุตบอลฯ ลงโทษแบน 1 ปี แถมตัวเองเขาก็โดนสั่งแบน 6 นัด ข้อหาเจตนาทำร้ายคู่แข่ง

เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ 

เขาอาจจะไม่ใช่นักเตะตัวหลักของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ในฤดูกาลดังกล่าว แต่นี้ก็ถือเป็นอะไหล่ชั้นยอดของทีม แถมในฤดูกาลนั้นเขาคือหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะด้วยวัยเพียง 20 ปี ก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้แล้ว

เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ นับเป็นหนึ่งในผลผลิต ร.ร.จุฬาภรณ์ รุ่นเดียวกับ ชัยณรงค์ ทาทอง, สุพจน์ วงศ์หอย และ พรศักดิ์ ป้องทอง...ได้รับโอกาสได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของชลบุรี ตั้งแต่อายุ 19 ปี (ไทยลีก ครั้งที่10)

ไทยลีกครั้งที่ 11 (ปี 2007) ซึ่งเป็นปีที่ชลบุรี เอฟซี คว้าแชมป์ลีก เกรียงไกร นับเป็นแข้งดาวรุ่งที่ "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ ชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่ง ไม่แปลกที่จะเห็นเขาถูกส่งลงมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และฤดูกาลนั้น เจ้าตัวยิงให้ ชลบุรี เอฟซี ไป 1 เม็ด ในเกมเปิดบ้านชนะ ทีโอที 2-1 (24 มี.ค.50)

แต่หลังจากที่ทีมมีการเปลี่ยนแปลง… “ฉลามชล” ที่ไม่มี "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ กุมบังเหียน...ก็ทำให้ โอกาสในการลงสนามของ เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ น้อยลงไป สโมสรตัดสินใจปล่อยตัวเขาให้ทีมอื่นยืมตัว เขาเคยตามลูกพี่จเด็จ ลงใต้ไปค้าแข้งกับ วัวชน ยูไนเต็ด (สงขลา) รวมถึง "โลมามหาภัย" พัทยา ยูไนเต็ด อารมณ์ประมาณว่า “ลูกพี่ไปไหน ข้าก็พร้อมจะตามไป”

ปี 2014 เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ ผละตัวออกจากอกลูกพี่จเด็จไปร่วมทีม “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี แต่ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มที่โดดเด่นเปรี้ยงปร้างออกมาได้ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ พีทีที ระยอง และล่าสุดถูกราชนาวี ดึงมาช่วย "ตะหานน้ำ" ลุยศึกไทยลีก 1 ในฤดูกาล 2017

Pages