พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? ตามล่าหานักฟุตซอลยุคทองชุดชิงแชมป์โลก 2008

พวกเขา คือ ตำนานนักฟุตซอลในยุคโกลเด้นเจเนเรชั่นในศึกชิงแชมป์โลกเมื่อปี 2008 ที่ประเทศบราซิล 

ผ่านมาแล้ว 8 ปี...วันนี้พวกเขาหลายคนยังอยู่ในวงการโต๊ะเล็ก และบางคนยังแกร่งพอไปฟุตซอลชิงแชมป์โลกในปีนี้ มีใครกันบ้าง และตำนานเหล่านี้ กำลังทำอะไรกันอยู่ ติดตามได้ที่นี่ 

เศรษฐกรชัย (สมคิด)  ชื่นตา

“เอก” เศรษฐกรชัย ชื่นตา หรือชื่อเดิม สมคิด ชื่นตา สุดยอดผู้รักษาประตูลีลาบ้าดีเดือดแห่งทีมฟุตซอลไทยในช่วงระหว่างปี 2004 - 2008 ผู้คนมักจดจำเขาได้ดี เพราะผมสุดสลวย รวมถึงเอกลักษณ์การแต่งตัวที่ไม่เหมือนใคร

เอก-เศรษฐกรชัย ติดทีมชาติไทยลุยฟุตซอลโลกครั้งแรก เมื่อปี 2004 ที่ไต้หวัน เขานับเป็นผู้รักษาประตูรุ่นพี่ในทัวร์นาเม้นต์ที่บราซิล แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ สุรพงษ์ ทมพา ผู้รักษาประตูน้องใหม่อีกคนในทีมจากสโมสรราชนาวี ในศึกชิงแชมป์เอเชีย บวกกับเขามีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เขาไม่ได้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่เกมแรกอย่างที่ควรเป็น

อย่างไรก็ตามเกมสุดท้ายที่ทีมชาติไทยลงสนามพบกับโปรตุเกส ภายใต้สถานการณ์ที่ยากต่อการเข้ารอบ สมคิด ชื่นตา ได้ลงเฝ้าเสา และเขาก็เป็นพระเอกของงาน เพราะเซฟลูกยิงยากๆอุตลุต แม้สุดท้ายไทยแพ้ไป 2 - 3 ตกรอบไปตามคาด จนแฟนบอลแซมบ้าที่เมืองบราซิเลีย ขอของที่ระลึกทุกอย่างที่อยู่บนตัวเขา (ยกเว้นกางเกงชั้นใน) ก่อนเดินเข้าห้องแต่งตัวไปอย่างยิ่งใหญ่

หลังกลับมาจากบราซิลครั้งนั้น “เอก” มุ่งหน้าสู่การเล่นอาชีพของตัวเองกับสโมสรฟุตซอลอัคโทเบ ในประเทศคาซัคสถาน โดยใช้เวลา 4 ปี ตั้งแต่ 2006-2010  ก่อนที่จะเดินทางกลับมาโลดแล่นในเมืองไทยเล่นโต๊ะเล็กยาวนานจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันผู้รักษาประตูจอมหนึบทีมชาติไทย ทำงานกับสโมสร โลโซดีไทยเทค ในฐานะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ ผู้รักษาประตูของทีม ลงเล่นให้ต้นสังกัดอย่างต่อเนื่องกับบรรดานักเตะรุ่นน้อง อีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวรับผิดชอบในปีนี้คือ การเป็นผู้ฝึกสอนทีมฟุตซอลมหาวิทยาลัยโลกไทย ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งที่ผ่านมา   

ประเสริฐ อินนุ้ย

แข้งดังจากสโมสรฟุตบอลราชนาวี ที่ยอมพลิกโฉมตัวเองสู่เส้นทางของการเป็นนักเตะโต๊ะเล็กทีมชาติไทย

“หรั่ง” ประเสริฐ อินนุ้ย คืออีกหนึ่งแข้งดังในยุคนั้นที่ลงสนามพร้อมกับความครบเครื่องแม้ว่าจะมีช่วงเวลาของอาการบาดเจ็บเล่นงานบ้างก็ตามที แต่ทุกครั้งที่เขาได้รับโอกาสมักไม่ทำให้แฟนฟุตซอลไทยต้องผิดหวัง ในศึกฟุตซอลโลก 2008 ณ ถิ่นแซมบ้ามันคืออีกหนึ่งความภูมิใจที่แข้งไทยรายนี้จดจำมันตลอดเวลา

เขาทำได้ 1 ประตูให้กับทีมชาติไทยในฟุตบอลโลกครั้งนั้น ที่ไทยเริ่มต่อกรกับคู่ต่อสู้ได้สูสีมากขึ้น

มีเพียงเกมเดียวเท่านั้นที่พ่ายขาดให้กับปารากวัยถึง 0 - 8

เมื่อสิ้นสุดรายการดังกล่าว ประเสริฐ ยืนระยะเล่นฟุตซอลลีกในประเทศอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะผันตัวเองเข้ามาสู่สารบบการทำงานด้านโค้ชให้กับสโมสรต่างๆ

จากประสบการณ์ในการเป็นผู้เล่นและการเป็นผู้ฝึกสอนของกุนซือวัยหนุ่มได้ทะยานฟ้าแบกความฝันไปเป็นเฮดโค้ชของสโมสรซานน่าเทค ในฟุตซอลลีกเวียดนาม พร้อมโกยเงินดองเข้าประเทศไทยในฐานะเทรนเนอร์

พนมกร สายสอน

นี่ คือ หนึ่งในนักเตะโต๊ะเล็กจอมเทคนิคมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตซอลไทย…

“จ่าป๊อก” พนมกร สายสอน แม้ช่วงวัยรุ่นจะประสบความสำเร็จกับทีมฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัย แต่ฝีเท้าลีลาในวงการโต๊ะเล็กของเขานับว่าจัดจ้าน นั่น คือ สาเหตุที่ “ปูลปิส” เลือกดึงเขาไปร่วมศึก ฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่บราซิล เมื่อปี 2008 โดยเขาได้ลงเล่น 3 เกม คือ นัดที่พบกับ อิตาลี, ปารากวัย, โปรตุเกส ชวดเพียงนัดที่ไทยชนะสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

จบทัวร์นาเมนต์นั้นเส้นทางชีวิต 2 สนาม (ทั้งฟุตบอล และฟุตซอล) ของ พนมกรณ์ สายสอน ยังคงเดินหน้าต่อไป เขาเริ่มจากการปักหลักเล่นฟุตซอลให้กับทีโอที แต่เมื่อครั้นลีกโต๊ะเล็กซบเซา เจ้าตัวก็ผันตัวเองไปสู่การเป็นนักเตะสนามใหญ่อีกครั้ง ด้วยการค้าแข้งกับเพื่อนตำรวจ และทีโอที เอสซี… เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นเจ้าตัวเริ่มลดระดับตัวเองลงมาเล่นในศึกดิวิชั่น 2 กับ จามจุรี ยูไนเต็ด เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนพาทีมเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่

ส่วนอีกอาชีพที่ “จ่าป๊อก”พนมกรณ์ สายสอน ปฏิบัติคือการรับราชการตำรวจนั่นเอง

สุรพงษ์ ทมพา

สุรพงษ์ ทมพา ผู้รักษาประตูที่แหวกโผ มาสู่เส้นทางของทีมชาติไทยในยุคของ “ปูลปิส”โฆเช่ มาเรีย ปาชอส เมนเดส เขา คือ จอมหนึบจากค่าย “ลูกประดู่” ราชนาวี ที่โชว์ฟอร์มได้ดีมา ในศึกชิงแชมป์เอเชียที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วการตัดสินใจที่เฉียบขาด ยามที่ลงเฝ้าเสา เหมือนเป็นแรงปลุกเร้าให้เพื่อนร่วมทีมกระชุ่มกระชวยเสมอยามที่ลงพบกับคู่แข่ง…  

เขาออกสตาร์ทด้วยการเป็น 5 ผู้เล่นชุดแรก เกมนัดแรกที่พบกับอิตาลี และนั่นกลายเป็นเกมแจ้งเกิดแบบเต็มตัว แม้ว่าอิตาลีพกแข้งบราซิเลี่ยนโอนสัญชาติ แถมพ่วงท้ายดีกรีรองแชมป์โลกเมื่อปี 2004 แต่ลีลาการเซฟอุตลุตของ สุรพงษ์ ทมพา ช่วยให้กว่าอิตาลีจะเอาชนะไทยได้ก็หืดขึ้นคอ โดยพวกเขาชนะไทยแค่ 1 - 0 เท่านั้น… หลังจบเกมนั้น เขาได้รับคำชื่นชมมากมาย แต่มันเป็นการตอบคำถามแฟนบอลแทน “ปูลปิส” กุนซือชาวสแปนิชไปโดยอัตโนมัติว่า เพราะเหตุใดจึงเลือกเขาแทนที่ สมคิด ชื่นตา  

แต่ว่ากว่าจะชนะไทยเล่นเอาน้ำลายเหนียวคอด้วยสกอร์เพียง 1-0 ฟอร์มของทีมชาติไทยถูกชื่นชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาคาใจแฟนบอลชาวไทยว่า ทำไม? “ปูลปิส จึงเลือกใช้จอมหนึบรายนี้เป็นมือหนึ่ง

ฟุตซอลโลก 2012 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แม้ สุพงษ์ ทมพา มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่สุดท้ายเขายังติดธงภายใต้การคุมทีมของ วิคเตอร์ เฮอร์มันน์ ไปได้ โดยฟุตซอลโลกครั้งที่ 2 ของเขาจบลงด้วยการพาทีมเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ปัจจุบัน สุรพงษ์ ทมพา รับราชการทหารเรือ พร้อมมีภารกิจใหญ่หลวง รับบทเป็นโค้ชผู้รักษาประตูทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2016 ที่โคลอมเบีย

ภานุวัฒน์ จันทา

“กัปตันบัว” ภานุวัฒน์ จันทา ดาวยิงเท้าหนักของทีมชาติไทย ชุดลุยศึกฟุตซอลโลก 2008 ที่ประเทศบราซิล

ความจริงเขาผ่านเวทีฟุตซอลโลกมา 2 สมัยก่อนหน้านี้ ทั้งปี 2000 และ 2004 และติดทีมในปี 2008 ภายใต้การคุมทีมของ “ปูลปิส” ด้วย ทำให้เขาติดทีมทั้ง 3 สมัยติดต่อกัน

ทัวร์นาเมนต์ในถิ่นแซมบ้า เขาคือผู้เล่นที่ถูกยกย่องจากฟีฟ่าว่าโดดเด่นที่สุดของทีมชาติไทย ทั้งการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยม การเล่นเกมรับที่มีวินัย รวมไปถึงการยิงประตูที่หนักหน่วง

2 ประตูจาก 2 เกม นัดพบ สหรัฐอเมริกา และ โปรตุเกส ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของเขา ในฐานะบทบาทกัปตันทีมทั้ง 4 เกม เขาช่วยทำให้ทีมชาติไทยสไตล์กระทิงดุแกร่งทั่วแผ่น ทั้งสนามซ้อม และสนามแข่ง

จบฟุตซอลโลก ปี 2008 ภานุวัฒน์ จันทา กลับไปเล่นฟุตซอลลีกภายในประเทศกับต้นสังกัด “ชลบุรี บลูเวฟ” โดย ปัจจุบัน “จอมเก๋า” อย่างเขาลงเล่นให้กับสโมสรฟุตซอลศรีสะเกษ ดิวิชั่น 1 โดยมี อนุชา มั่นเจริญ เป็นเฮดโค้ช

ณรงค์ศักดิ์ คงแก้ว

ดาวเตะผู้ที่ถูกปลุกปั้นมาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน กลายเป็นยอดนักเตะโต๊ะเล็ก ที่ผ่านสมรภูมิฟุตซอลโลกมาครบทั้ง 3 สมัยไล่ตั้งแต่ปี 2000, 2004, และ 2008 เขา คือ ผู้เล่นที่เล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม

แน่นอนว่าการมาฟุตซอลโลกครั้งที่ 3 ย่อมทำให้เขามุ่งมั่นเป็นพิเศษมากกว่าที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายไปได้ไกลกว่า 2 ครั้งแรก แต่สุดท้ายไปได้ไม่ถึงฝัน แถมตัวเขาลงสนามเพียง 3 นัดเท่านั้น

เสร็จภารกิจจากบราซิล… ประสบการณ์เวทีเวิลด์คัพทั้ง 3 สมัย ทำให้เส้นทางชีวิตของเขายังอยู่กับวงการฟุตซอล เขาค้าแข้งกับแคท เทเลคอม ระหว่างนั้นก็เริ่มศึกษาจับงานด้านโค้ช ก่อนได้ไปเป็นผู้ฝึกสอนของทีมชาติเมียนมา เมื่อปี 2013

ปัจจุบัน “น้อย”ณรงค์ศักดิ์ คงแก้ว  ยังคงเดินทางบนถนนเส้นนี้ที่เขารักด้วยการรับงานเป็นเฮดโค้ชให้กับสโมสรฟุตซอลแบงค็อก BTS ในศึกฟุตซอลไทยแลนด์ลีก 2016

อนุชา มั่นเจริญ

นี่ คือ ชายผู้ได้รับฉายาว่าเป็น “พ่อมดฟุตซอลไทย” แบบไม่มีใครคิดคัดค้าน...

“บัง” อนุชา มั่นเจริญ เขาคือแรงจูงใจของเด็กๆหลายคนในการก้าวสู่ถนนเส้นนี้...ชื่อเสียงและฝีเท้าของเขาอยู่ยงคงกระพัน ตั้งแต่ปี 2000 ยาวถึงปี 2008 เขาเป็นกำลังหลักคนสำคัญของ “ช้างศึกโต๊ะเล็ก” แบบขาดไม่ได้มายาวนาน

ฟุตซอลโลก 2008 ก็ขาดเขาไม่ได้เช่นเดียวกัน ถ้าบราซิลมีฟัลเกา ไทยก็มีอนุชา เป็นดั่งสัญลักษณ์ของฟุตซอลไทย แต่แล้วข่าวร้ายเกิดขึ้น เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บ จนลงฝึกซ้อมกับทีมไม่ได้ กลายเป็นที่ถกเถียงกันต่างๆนาๆ ว่าเขาจะได้เข้าร่วมฟุตซอลโลก 2008 ที่บราซิลหรือไม่ แต่เพราะความเป็นอัจฉริยะของเขา ทำให้ “ปูลปิส” ตัดสินใจหนีบร่วมทีมไปด้วย พร้อมกับรักษาอาการถึงประเทศสเปน

การขาด อนุชา จะทำให้ไทยขาดผู้เล่นเกมรุกตัวฉกาจไป แพทย์ประจำทีม รวมไปถึง หมอไพศาล จันทรพิทักษ์ ดูแลอาการแบบใกล้ชิด ครั้งนั้นในการเก็บตัวที่สเปนร่างกายของเขาดีขึ้น แต่ก็ไม่ถึง 100 เปอร์เซนต์ เมื่อออกสตาร์ททัวร์นาเมนต์จริงกุนซือชาวสเปนจำใจต้องปรับแทคติกให้เหมาะสม ปล่อยให้ผู้เล่นพ่อมดฟุตซอลยุคใหม่อย่าง เอกพงษ์ สุรัตน์สว่าง ลงไปทำหน้าที่แทน...ตลอด 3 เกมแรก เขาได้แต่นั่งดูเพื่อนๆเล่นจากบนอัฒจันทร์

นัดสุดท้ายกับโปรตุเกส ไทยมีโอกาสในการเข้ารอบที่ริบหรี่ ทีมงานตัดสินใจส่ง อนุชา มั่นเจริญ ลงเล่น พร้อมจารึกว่าได้ลงเล่นเวทีระดับโลกถึง 3 สมัย… เขาอาจไม่เต็มร้อย แต่ฝีเท้าเขายังสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้ พร้อมกับช่วยให้ไทยพ่ายโปรตุเกสแบบสนุก 2 - 3 ปิดฉากชีวิตของเขากับเวทีระดับโลกไปโดยปริยาย  

หลังจบศึกฟุตซอลโลก อนุชา มั่นเจริญ ยังคงเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จอีกระยะก่อนที่จะผันตัวเองไปศึกษาในวิชาโค้ชให้กับสโมสรต่างๆ ฤดูกาลที่ 2015 อนุชา มีโอกาสได้ทำทีม นครราชสีมา วีวัน ในช่วงเลกที่สอง และ  ปัจจุบันเจ้าตัวรับงานเฮดโค้ชให้กับทีมฟุตซอลศรีสะเกษ ในระดับดิวิชั่น 1 พร้อมเป็นคอมเมนต์เตเตอร์ในการแข่งขันฟุตซอลไทยแลนด์ลีกให้กับสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี

เลิศชาย อิสราสุวิภากร

เลิศชาย อิสราสุวิภากร นับเป็นผู้เล่นที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในเชิงฝีเท้า ความเข้าใจในเกมสูง อ่านเกมและตัดเกมได้ดี เขาเริ่มไปฟุตซอลโลก หนแรกปี 2004 ที่ไต้หวัน และครั้งที่ 2 ปี 2008 ที่ประเทศบราซิล

โดยเกมการแข่งขันรอบแรก 4 แมตซ์ ในปี 2008 ที่บราซิล เลิศชาย ลงเล่น 3 นัด ชวดเพียงนัดเดียว คือ เกมที่ไทยแพ้ปารากวัยย่อยยับ 0 - 8

การเข้าร่วมฟุตซอลโลก 2 สมัยติดต่อช่วยเป็นใบเบิกทางให้ เลิศชาย อิสราสุวิภากร ได้โอกาสมุ่งหน้าค้าแข้งในลีกต่างแดนกับโตเกียว ฟูชู  แอธเลติก ในญี่ปุ่น เมื่อปี 2011 ก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับรางวัลผู้เล่นต่างชาติยอดเยี่ยมของลีก จากนั้นย้ายไปเล่นให้กับ นาโกยา โอเชียนส์ ในปี 2012 พร้อมค่าเหนื่อยสถิตินักเตะโต๊ะเล็กไทย 200,000 บาทต่อเดือน  

จากนั้นเขาเป็นผู้เล่นที่มีรัศมีอยู่กับทีมใหญ่ๆในเมืองไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น แคท เอฟซี, ธอส.อาร์แบค และ ชลบุรี บลูเวฟ

ปัจจุบัน เลิศชาย อิสราสุวิภากร โลดแล่นในสังกัดสโมสรการท่าเรือ และกำลังจะร่วมทีมชาติไทยทำศึกฟุตซอลโลกรอบสุดท้ายที่โคลัมเบียในหนนี้ กลายเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิตของเขาเทียบเท่าตำนานอย่าง อนุชา มั่นเจริญ, ณรงค์ศักดิ์ คงแก้ว และ ภานุวัฒน์ จันทา  

ธนากร สันทนาประสิทธิ์

อีกหนึ่งแข้งทีมชาติที่ดูแล้วน่าจับตามองมากที่สุดในยุคฟุตซอลโลกปี 2008 ที่ประเทศบราซิล

“โอ”ธนากร สันทนาประสิทธิ์ นักเตะสังกัดค่ายการท่าเรือในยุคนั้น กับการแหวกโผก้าวสู่เวทีทีมชาติได้สิทธิ์ไปลุยในรอบสุดท้าย เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่แจ้งเกิดแบบเต็มตัว ในยุคของ โฆเช่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส หรือว่า “ปูลปิส”

ชื่อของเขากับแฟนบอลทั่วไปอาจจะยังไม่คุ้นหู ณ เวลานั้น หลายคนไม่ได้คาดหวังเขากับเกมระดับโลก แต่ 4 แมตซ์ที่ลงสนาม ธนากร สันทนาประสิทธิ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับบทบาทคอยตัดเกม

ปัจจุบัน ธนากร สันทนาประสิทธิ์  อดีตแข้งของการท่าเรือ ยังคงโลดแล่นในวิถีพ่อค้าแข้งอาชีพอย่างต่อเนื่องในลีกไทย แต่ว่าความท้าทายเขาในซีซั่น 2016 คือการโลดแล่นให้กับสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ

ณัฐพล สุทธิโรจน์

“ซี” ณัฐพล สุทธิโรจน์ แข้งยุคกลางของวงการโต๊ะเล็กไทยแจ้งเกิดในนามทีมชาติรุ่นเดียวกับ “แฝดนรก” เอกพงษ์-เอกพันธ์ สุรัตน์สว่าง  

นี่ คือ อีกหนึ่งขุนพลแนวรับอีกคนของทีมชาติไทยในชุดสู้ศึกฟุตซอลโลก ปี 2008 ที่ประเทศบราซิล ที่หลงเหลืออยู่  ซึ่งเป็นนักเตะในคาถาที่ “ปูลปิส” ชื่นชมในวิธีการเล่นของเขา ด้วยการเล่นที่แน่นอนและไว้ใจได้ ทำให้แข้งดังฝีเท้าดีจากสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ จึงถูกเรียกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

เขาลงเล่นทั้ง 4 นัด ในฟุตซอลโลกครั้งนั้น ก่อนพกดีกรีสวยหรูกลับมา แต่ช่วงปี 2012 จุดเปลี่ยนของชีวิตก็มาเยือน ระหว่างเจ้าตัวต้องลงเล่นให้กับสโมสร ธอส.อาร์แบค ในรายการชิงแชมป์สโมสรเอเชีย โดนสุ่มตรวจพบสารกระตุ้น จากการรับประทานยาแก้ปวดเข้าไปมากเกินขนาดแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนทำให้ถูกลงโทษห้ามลงแข่งขัน 2 ปี

ช่วงเวลา 2 ปี เป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมาน แต่ก็ต้องหมั่นดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ปี 2014 เขาพ้นโทษแบนกลับมาสู่สังเวียนโต๊ะเล็กที่สร้างเขาขึ้นมาอีกครั้ง

ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ “ซี” ณัฐพล สุทธิโรจน์ โชว์ฟอร์มได้ดีกับ ชลบุรี บลูเวฟ ก่อนหวนคืนสู่ทีมชาติไทยอีกครั้ง และเป็นครั้งสำคัญที่เขาได้สิทธิ์ไปเล่นในรายการชิงแชมป์โลก 2016 ที่ประเทศโคลอมเบีย ครั้งนี้ด้วย

เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว

“โจ้” เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว ยอดแข้งทีมโต๊ะเล็กไทยจากยุค “ปูลปิส” กุนซือชาวสแปนิช ในศึกฟุตซอล ชิงแชมป์โลก 2008 ที่ประเทศบราซิล ความจริงเขาเคยไปฟุตซอลโลกก่อนหน้านี้แล้ว 1 ครั้ง คือ ปี 2004 ที่ไต้หวัน   

ศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ก่อนศึกชิงแชมป์โลก 2008 ‘เสริมพันธ์’ แข้งฝีเท้าดีจากจังหวัดอ่างทอง เป็นกำลังสำคัญคว้าโควต้าไปฟุตซอลโลก ครั้งที่ 3 ได้สำเร็จ และจากเด็กน้อยในทีมเมื่อปี 2004 เขากลายเป็นนักเตะรุ่นพี่ในปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่สื่อและแฟนโต๊ะเล็กไทยเร่ิมคาดหวังกับผลงาน  

3 เกมแรก เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่อง ในเกมที่พบกับ อิตาลี, ปารากวัย และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเกมสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์นั้น เสริมพันธ์ ยิงประตูปิดท้ายให้ไทยเอาชนะแข้งโต๊ะเล็กเมืองมะกันไปได้ 5 - 3 แต่สุดท้ายไปได้ไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะไทยจอดแค่รอบแรกเท่านั้น

หลังจบศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2008 “โจ้” เสริมพันธ์ คุ้มถิ่นแก้ว เป็นอีกราย ที่เริ่มหายจากทีมชาติไทยไป และก็หายขาดไปในที่สุด แต่ยังอยู่ในสารบบวงการโต๊ะเล็กไทยมาตลอด โดยค้าแข้งกับสโมสรทีโอที  และ แคท เอฟซี รวมถึงย้ายไปไล่ล่าความฝันของตัวเองช่วงสั้นๆ ในลีกอาชีพของประเทศคาซัคสถานกับสโมสรฟุตซอล อัคโทเบ จากคำชักชวนของ สมคิด ชื่นตา

ปัจจุบันเจ้าตัวยังคงเล่นลีกอาชีพโต๊ะเล็กของไทยให้กับสโมสร ฟุตซอลกรมทางหลวง

Topics