Analysis

พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน? : ตามล่าหาทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดเหรียญทองโอลิมปิกส์ 2008

10ปีที่แล้ว ในเดือนสิงหาคม 2008 บรรดาแข้งดาวรุ่งของอาร์เจนติน่าต่างมุ่งหน้าไปจีนเพื่อทำศึกโอลิมปิก เกมส์ ที่ปักกิ่ง 2 สัปดาห์ให้หลัง พวกเขาอยู่บนจุดสูงสุดของโพเดียมเพื่อรับเหรียญทอง แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหนกันบ้าง?

We are part of The Trust Project What is it?

เซร์คิโอ บาติสต้า – ผู้จัดการทีม

บาติสต้าคงจะมองย้อนกลับไปว่าช่วงเวลาที่ปักกิ่งเกมส์คงจะดีที่สุดในชีวิตการคุมทีมของเขา หลังจากพาอาร์เจนติน่าคว้าเหรียญทองโอลิมปิกส์เมื่อ 8 ปีก่อน

หลังจากที่เริ่มต้นอาชีพโค้ชกับเบลล่า วิสต้า ที่อุรุกวัยเมื่อปี 2000 บาติสต้าก็กลับไปอาร์เจนติน่าในปีถัดมาและคุมทีมบ้านเกิดอยู่หลายทีมก่อนจะร่วมงานกับสมาคมฟุตบอลอาร์เจนติน่าในปี 2007

2 เดือนหลังจากคว้าเหรียญทอง บาติสต้าก็ร่วมงานกับ ดีเอโก้ มาราโดน่า อดีตเพื่อนร่วมทีมและอดีตกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าในฐานะสต๊าฟฟ์โค้ชทีมชุดใหญ่

จากนั้นเขาก็ได้กุมบังเหียนอยู่ร่วมปี โดยในตอนแรกอยู่ในสถานะรักษาการณ์หลังจากที่มาราโดน่าถูกปลดตอนจบทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลก 2010 อย่างไรก็ตามอดีตกองกลางตัวรับผู้นี้ก็ได้ออกจากตำแหน่งเมื่อทำผลงานน่าผิดหวังในโคปา อเมริกา ปี 2011

บาติสต้าย้ายไปหากินในเมืองจีนกับเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2013 แต่ก็ออกจากสโมสรในอีก 1 ปีให้หลังเนื่องจากสถานะทางการเงินไม่ดี แต่ก็กลับมาอีกครั้งเป็นการชั่วคราวในปี 2014 หลังจากที่สโมสรรีแบรนด์ตัวเอง และจากนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซือทีมชาติบาห์เรนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2015

แต่ทั้งบาติสต้าและบาห์เรนก็ต้องถึงคราวแยกทาง หลังจากไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายได้โดยจอดป้ายแค่รอบสอง เมื่อแพ้ถึง 5 จาก 8 แมตช์ด้วยกัน และบาติสต้าไม่ได้รับงานคุมทีมหลังจากนั้น

GK: เซร์คิโอ โรเมโร่

เซร์คิโอ โรเมโร่ คงจะอยากย้อนนึกกลับไปเมื่อปี 2008 เพราะตอนที่ได้เหรียญทองที่ปักกิ่งนั้นถือว่าเป็นจุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งของเขาแล้ว

ตลอด 8 ปีที่เขารับใช้ชาติในศึกฟุตบอลโลกและโคปา อเมริกา อย่างละสองครั้ง (ซึ่งเจ้าตัวโชว์ฟอร์มเหนียวขั้นเทพในฟุตบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศกับฮอลแลนด์) แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่คว้าแชมป์ แถมยังเวลาส่วนใหญ่กับต้นสังกัดอยู่บนม้านั่งสำรองอีกต่างหาก โดยเฉพาะช่วงขวบปีหลัง

ทั้งที่ทุกอย่างดูช่างสดใสเหลือเกินกับจอมเซฟเจ้าของความสูง 192 เซนติเมตรรายนี้ เพราะหลังจากทัวร์นาเม้นต์ที่ปักกิ่ง เขาก็ลายเป็นผู้รักษาประตูตัวเลือกแรกที่อาแซด อัล์คมาร์ นาน 3 ฤดูกาล และคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ได้ในซีซั่น 2008/09 ก่อนจะย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรีย ทีมในเซเรีย บี ขณะนั้นในปี 2011 

แต่พอฤดูกาล 2013/14 เป็นต้นมาเขาได้ลงเล่นในลีกรวมกันเพียง 20 นัดเท่านั้นกับ 3 สโมสรนั่นก็คือ ซามพ์โดเรีย, โมนาโก และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งตอนนี้เขาเป็นตัวสำรองของ ดาบิด เด เคอา ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อยู่ หลังจากย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวเมื่อปี 2015

อาการบาดเจ็บที่เข่าทำให้เขาชวดโอกาสไปฟุตบอลโลกที่รัสเซียและการเริ่มต้นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาาลนี้อีกด้วย

RB: ปาโบล ซาบาเลต้า

ฟูลแบ็คจอมขยันรายนี้กลายเป็นนักเตะตัวหลักในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 9 ปีหลังจากมาร่วมทีมในปี 2008 ลงสนามให้กับทีม 332 นัดก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม เวสต์แฮม หลังจากหมดสัญญากับทีมเรือใบในปี 2017

ปาโบล ซาบาเลต้า มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีกปี 2012 และ 2014 อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2011/12 ที่ชนะควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส 3-2 พร้อมทั้งแย่งแชมป์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรในปี 2013 ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลในทีม แมนฯซิตี้ ของเขาได้เป็นอย่างดี

แต่ในระดับทีมชาติกลับไม่ค่อยราบรื่นนัก เมื่อไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดลุยฟุตบอลโลก 2010 ที่ ดีเอโก้ มาราโดน่า กุมบังเหียนอยู่ แต่เจ้าตัวได้อยู่ในทีมที่สามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ในปี 2014

เขาลงสนามให้ทีมชาติไปแล้ว 58 เกมและยังไม่ได้ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติ แต่เขานั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนของ ซามเปาลี ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

CB: เอเซเกล การาย

หลังจากลงเล่นเกือบทุกนัดในโอลิมปิกส์ 2008 ยกเว้นแค่นัดเจอกับเซอร์เบียในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเพียงนัดเดียว เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเจ้าของความสูง 189 เซนติเมตรก็มีส่วนช่วยขุนพลฟ้า-ขาวเสียเพียงแค่ 2 ประตูตลอดทั้งทัวร์นาเม้นต์

หลังจากเริ่มต้นค้าแข้งกับนีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ก่อนจะย้ายมาเล่นในยุโรปกับราซิ่ง ซานตานเดร์ ในช่วงปลายปี 2005 การายก็ถูกเรอัล มาดริด ดึงตัวไป หนึ่งเดือนก่อนหน้าโอลิมปิกส์จะเริ่มขึ้น แต่ก็ไม่เคยสอดแทรกเป็นตัวจริงได้อย่างถาวรในถิ่นเบร์นาเบว ก่อนที่จะย้ายไปเบนฟิก้าในปี 2011 ในฐานะส่วนหนึ่งของค่าตัว ฟาบิโอ โคเอนเทรา

ในปี 2014 หลังจากที่ช่วยให้พลพรรคเหยี่ยวลิสบอนคว้าเทรเบิลแชมป์ในประเทศและพ่ายในนัดชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกสองปีติดต่อกัน อีกทั้งเป็นคนยิงจุดโทษส่งให้ อาร์เจนติน่าเข้าชิงดำฟุตบอลโลก และเป็น 1 ใน 7 ผู้เล่นที่ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศโอลิมปิกเมื่อ 2008 การายก็ได้เซ็นสัญญากับเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทีมดังจากรัสเซีย

เขาจะมีอายุ 32 ปีแล้วในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ การายที่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นข่าวในเรื่องย้ายทีมบ่อยครั้ง จนกระทั่งเขาได้ย้ายไปร่วมทีมบาเลนเซียในปี 2016

CB: นิโกลัส ปาเรฮา

หลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิก ปาเรฮา ได้ย้ายจาก อันเดอร์เลช ในเบลเยี่ยมไปที่ เอสปันย่อล และย้ายไปค้าแข้งที่รัสเซีย 3 ปีกับทีม สปาร์ตัก มอสโก เขาได้กลับมาที่สเปนในปี 2013 ด้วยสัญญายืมตัวแต่ก็ไม่สามารถขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวหลังจากที่ได้ลงในปี 2010 แค่ครั้งเดียว ซามเปาลี ได้เรียกเขาติดทีมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่ผ่านมานี้แต่เขาก็ไม่ได้ลงสนามเลย

ปาเรฮา ไม่ได้สามารถหาฟอร์มเก่งได้ภายใต้การคุมทีมของอดีตโค้ชของเขาที่เซบีย่าและบาดเจ็บตลอดฤดูกาล 2017/18 อีกทั้งยังถูกใบแดงไล่ออกหลังเลงเล่นได้แค่ 28 นาทีในเกมกระชับมิตรกับสโมสร ซานตาเฟ่ ทีมจาก โคลอมเบีย และเขาก็หมดสัญญากับเซบีย่าและย้ายซบทีม แอตลาส ในเม็กซิโกเมื่อสองวันที่แล้ว