ปิดตำนาน : รวมสโมสรไทยลีกที่หายสาบสูญ ตอนที่ 1

บีบีซียู เอฟซี หรือ จุฬา-สินธนาเดิม กลายเป็นทีมล่าสุดที่ปิดตัวลงไปแบบกะทันหัน ตามหลายๆสโมสรระดับตำนานที่เคยได้สูญหายไปก่อนหน้านี้ FTT ขอพาไปย้อนวันวานถึงสโมสรเหล่านั้น 

ขอบคุณภาพจาก tommy bar

ราชวิถี (1968 - 2015)

หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังไทย ผู้นำระบบการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่มาใช้เป็นทีมแรก และ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เคยลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้

สโมสรฟุตบอลราชวิถี ก่อตั้งขึ้นใน คศ.1968 โดยสองพี่น้องตระกูลไชยยงค์ (สำเริง และ เสนอ) จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการถ่ายทอดวิชาลูกหนังที่ได้รับทุนหลวง ให้ไปร่ำเรียนวิชาโค้ช มาสอนแก่ลูกเด็กเล็กแดง แถวศาลต้นโพธิ์ สนามศุลชลาศัย ก่อนย้ายมาที่ บริเวณสวนพุดตาน ถนนราชวิถี ซึ่งเวลาไม่นานนักก็ได้รับความสนใจจากเด็กๆจำนวนมาก ขอมาฝึกฟุตบอลกับ พระอาจารย์ลูกหนังของในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

ต่อมาได้มีการจดทะเบียนสโมสร เมื่อปี 1968 ในชื่อ สโมสรฟุตบอลราชวิถี พร้อมกับนำ ศาสตร์การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ ในยุคนั้นอย่าง “โททัล ฟุตบอล” (เคลื่อนที่พร้อมกัน ผู้เล่นสลับตำแหน่งกันได้ตลอด 90 นาที) มาใช้เป็นสโมสรแรกของไทย ผลที่ตามมาก็คือ เหล่าแข้งหน้าละอ่อนของราชวิถี กลายเป็นทีมที่เก่งกาจเหนือเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน จนกวาดถ้วยชนะเลิศฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย มาได้ 6 ปีซ้อน

จากนั้น “ทีมชาววัง” ก็เริ่มไต่ระดับจาก ถ้วย ค. จนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังไทย เมื่อชนะเลิศถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. ได้มากถึง 4 สมัย ถ้วยพระราชทานควีนส์ คัพ 1 สมัย อีกทั้งยังมีสไตล์การเล่นที่ตื่นตาตื่นใจ สมกับเป็นทีมโมเดิร์นฟุตบอลในยุคนั้น และสร้างนักฟุตบอลประดับทีมชาติไทยและวงการฟุตบอลมากมาย อาทิ นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์, เชิดชัย ชัยบุตร, ไพบูลย์ ขันธรักษา, อำนาจ เฉลิมชวลิต, จุฑา ติงศภัทิย์, วีระยุทธ สวัสดี เป็นต้น

และเกียรติประวัติสูงสุดของสโมสร ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งยังทรงพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมราชวิถี และทรงเล่นฟุตบอลกับพสกนิกรอย่างไม่ถือพระองค์

นอกจากนี้ ราชวิถี ยังมีธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานหรือฟุตบอลหน้าพระที่นั่ง “ในหลวง” นักฟุตบอลสโมสรราชวิถีจะนั่งก้มกราบลงบนพื้นขอบสนามเพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ในปี 1995 ราชวิถี กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อครองถ้วยพระราชทาน ประเภท ข. พร้อมรับสิทธิในการกลับขึ้นมาเล่นถ้วย ก. แต่ปีต่อมา มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรในไทย โดยมี ลีกอาชีพไทย แข่งแบบเหย้า-เยือน ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรก และโยก ถ้วย ก. เป็นการชิงถ้วยก่อนเปิดฤดูกาลแบบเดียวกับ คอมมูนูตี้ ชิลด์ อังกฤษ โดย ราชวิถี เป็น 1 ใน 18 ทีมแรก ที่ได้ร่วมวงฟาดแข้งไทยลีก ครั้งปฐมฤกษ์

ท่ามกลางและฤดูกาลแข่งขันที่ยาวนาน ทำให้ ราชวิถี ไม่สามารถยืนระยะบนลีกสูงสุดได้ ทีมชาววัง จบซีซั่นด้วยอันดับ 16 ร่วงตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 และกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้โลดแล่นในเกมระดับสูงบอลไทย และวนเวียนอยู่ลีกพระรองอยู่นานถึง 13 ปี

กระทั่งปี 2009 ราชวิถี ร่วงตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2 และในฤดูกาล 2012 ราชวิถี ในยุคของ “ท่านชาย” หม่อมเจ้า จุลเจิม ยุคล ตัดสินใจขอพักทีมเนื่องจากสโมสรมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ และไม่สามารถหาสนามเหย้าแข่งขันได้ทัน ก่อนจะกลับมาลุยในต่อในซีซั่น 2013 แต่ผลงานก็ยังไม่กระเตื้องจมอยู่โซนท้ายตาราง และจบอันดับสุดท้ายของโซนในฤดูกาลต่อมา ทำให้ต้องถูกพักทีมงดเข้าร่วมการแข่งขัน ในฤดูกาล 2015

นอกจากนี้ ราชวิถี ยังมีปัญหาเรื่องการค้างเงินเดือนนักเตะเป็นเวลา 5 เดือน และข้อพิพาทระหว่าง “ท่านชาย” ที่เซ็นหนังสือลาออก แต่ต้องกลับมาบริหารจัดการทีมต่อ กับ นายภากร กสิโสภา ประธานสโมสรคนใหม่ มีการร้องเรียนไปมา ท้ายที่สุดในฤดูกาล 2016 ราชวิถี ไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจวบจนถึงปัจจุบัน.... และยังไม่มีทีท่าว่า ทีมชาววังระดับตำนาน จะกลับมา…

Pages

Topics