Analysis

ปิดตำนาน : รวมสโมสรไทยลีกที่หายสาบสูญ ตอนที่ 2

We are part of The Trust Project What is it?

ศรีราชา เอฟซี (2007-2014)

อีกหนึ่งสโมสรจากน่านน้ำเมืองชล ที่เคยขึ้นมาโลดแล่นบนเวทีไทยลีก ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ด้วยขุมกำลังนักเตะพลังดาวรุ่งวัยฮอร์โมนส์พุ่งพล่าน

“เดอะ บลูมาร์ลิน” หรือ เจ้าปลาโทงเทง ศรีราชา เอฟซี ทีมฟุตบอลระดับอำเภอของจังหวัดชลบุรี ที่มีรากมาจาก สโมสรชลบุรี-สันนิบาตสมุทรปราการ (ก่อตั้งปี 1997) โดยในปี 2007 ศรีราชา เอฟซี เป็นฤดูกาลแรกที่ทีมได้สิทธิและเข้าร่วมการแข่งขันระดับ ดิวิชั่น 1 ซึ่ง ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง เข้ามารับช่วงต่อดูแลบริหารยุคเปลี่ยนผ่านของทีม

ศรีราชา-สันนิบาต เริ่มสร้างทีมใหม่ ด้วยการดึงเอาเยาวชนผลผลิตจาก โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย, โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี และโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา พร้อมกับแต่งตั้ง “มาสเซอร์แดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข เข้ามาทำหน้าที่เฮดโค้ชฤดูกาลแรก พวกเขาจบด้วยอันดับ 6  ซึ่งถือว่าผลงานเยี่ยมเลย สำหรับทีมเด็กหนุ่มเช่นนี้

ฤดูกาลต่อมา ศรีราชา ได้เปลี่ยนกุนซือมาเป็น ครองพล ดาวเรือง พร้อมกับได้ วีระศักดิ์ หวังสกุล มาทำหน้าที่ผู้จัดการทีม และปีนี้ เดอะ บลูมาร์ลิน พุ่งชนความสำเร็จเข้าอย่างจัง เมื่อสามารถตีตั๋วขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในฐานะรองแชมป์ด.1 ท่ามกลางความตื่นเต้นของชาวเมืองศรีราชา หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีสโมสรที่ชื่อว่า โค้ก-เทศบาลตำบลบางพระ (ตำบลหนึ่งใน อ.ศรีราชา ที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น พัทยา ยูไนเต็ด) เคยสร้างความสุขให้ชาวศรีราชามาแล้ว

หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ไทยลีก 2009 พวกเขาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “ศรีราชา เอฟซี” อย่างเต็มตัว โดยใช้แข้งแกนหลักดาวรุ่งอย่าง สุภกรณ์ พรหมพินิจ, สุจริต จันทกล, นันทพล ศุภไทย, สุพจน์ วงษ์หอย, อรรถพงษ์ หนูพรหม และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ผนึกด้วยแข้งต่างชาติอย่าง กัสตัน ราอูล และ ซารูตะ ฮิโรโนริ  แม้จะเป็นทีมพลังหนุ่มที่วิ่ง สู้ ฟัด ตามเสียงเชียร์แฟนบอล แต่ก็ด้วยประสบการณ์ จึงไม่สามารถยืนระยะได้ตลอดรอดฝั่ง ท้ายที่สุด ศรีราชา จบอันดับ 14 ของตารางตกชั้นกลับสู่ดิวิชั่น 1

“มาสเซอร์แดง” ทรงยศ กลิ่นศรีสุข ถูกเรียกตัว กลับมาทำทีมศรีราชา ลุยลีกพระรอง ในปี 2010 และพาเดอะ บลูมาร์ลิน คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้สำเร็จ ด้วยการโกยแต้มห่าง ขอนแก่น เอฟซี รองแชมป์ ไปไกลถึง 8 คะแนน

ฤดูกาล 2011 ศรีราชา ยังคงยึดนักเตะชุดเดิม โดยมีเยาวชนจาก ชลบุรี เอฟซี อย่าง อนุวัฒน์ นาคเกษม, ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ ถูกส่งมาเสริมประสบการณ์ และยึดตัวหลักของทีมได้สำเร็จ แต่ด้วยความเขี้ยวของไทยลีกยุคใหม่ ที่ทุกทีมล้วนลงทุนกันสูง ก็ทำให้ “ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี” จมอยู่ในโซนท้ายตาราง แม้ช่วงเลกสองจะได้  “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน ที่หมดสัญญากับ ฮอง อันห์ ยาลาย มาเป็นโค้ชคนคู่ แต่ก็ไม่สามารถกู้วิกฤติทีมได้ จบซีซั่นด้วยอันดับ 17 ตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 เป็นหนที่สองรอบสามปี และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบทีมเจ้าปลาโทงเทง

ศรีราชา เอฟซี มีปัญหาเรื่องการเงินนับตั้งแต่ตกชั้น จนต้องขายนักเตะตัวหลักออกจากทีม กระทั่งกลุ่มชลบุรี นำโดย ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ เข้ามาเป็นผู้ดูแลสถานการณ์และประคองทีม โดยใช้สโมสรแห่งนี้         เป็นเวทีในการบ่มเพาะเยาวชนของฉลามชล นับตั้งแต่ปี 2012-2014 โดยได้ “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล มาช่วยดูแลนักเตะเยาวชน ในบทบาทผู้จัดการทีม ซึ่งนักเตะส่วนใหญ่เป็นเด็กรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีทั้ง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ สองพี่น้องตระกูลลิ้มวัฒนะ (บารมี-สรรเสริญ) เป็นต้น และในฤดกาล 2014 ศรีราชา บ้านบึง เอฟซี ร่วงตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2

กลายเป็นจุดอวสานของทีมจาก อ.ศรีราชา เมื่อฤดูกาล 2015 ชลบุรี เอฟซี ได้ปรับโครงสร้างการบริหารให้เหลือแค่สโมสรแม่ทีมเดียว และตัดสินใจโอนสิทธิการทำทีมไปให้ ทวีวัฒนา ทีมจากถ้วย ค. มาลงแข่งขันแทนในลีกรากหญ้า และปัจจุบันได้กลายเป็น สโมสรนครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด ในศึกยูโร่ เค้ก ลีก (T4) โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ