ปีแห่งฝันของ ‘เจ’ ที่เจลีก : ความท้าทายใหม่ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์

“ตอนเห็นตราสโมสร ผมประทับใจมาก มันเป็นอักษย่อเหมือนกับชื่อของผม (CS - Consadole Sapporo) ผมเลยคิดว่า ชะตาน่าจะลิขิตสโมสรนี้ให้ผมแล้ว... ก็คงเป็นเพราะความฝันของคุณแม่ที่ตั้งชื่อผมว่า “เจ” เพื่อให้ผมมาเล่นเจลีกครับ"

คำพูดสุดตรึงใจ พร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มทะเล้นๆ น่ารักตามสไตล์ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะเจ้าของรางวัลเอ็มวีพี การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2 สมัยซ้อนคนแรกในประวัติศาสตร์ ในวันที่เขาเปิดตัวเซ็นสัญญากับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมดังในศึกเจลีก 1 จากเกาะฮ็อกไกโด ดินแดนทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น สร้างความคึกคักให้กับกองทัพสื่อมวลชน ทั้งไทยและญี่ปุ่น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา… ที่สำคัญมันทำให้เหล่าแฟนบอลยิ่งอยากเห็นว่า นักเตะที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนในลีกที่ได้ชื่อว่า “แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย”....

เขาก็เติบโต, แข็งแกร่ง, พัฒนา ขึ้นอย่างไม่มีหยุดหย่อน จนในที่สุด ความฝันของเขาก็เป็นจริง

- Andrew Ord

นับเป็นเวลา 1 ปีเต็ม หลังจากที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เคยพูดไว้กับโฟร์โฟร์ทู เขาจะไม่ทิ้งโอกาสในการไปค้าแข้งเจลีกของญี่ปุ่นอีก หลังเคยเกือบได้ไป เอฟซี โตเกียว เมื่อฤดูกาล 2016 แต่เขาก็เติบโต, แข็งแกร่ง, พัฒนา ขึ้นอย่างไม่มีหยุดหย่อน จนในที่สุด ความฝันของเขาก็เป็นจริง…

“สิ่งที่เราต้องชื่นชม ชนาธิป คือ… "เขาเป็นคนที่พัฒนาตัวเองไม่มีหยุด” แอนดรูว์ ออร์ด อดีตโค้ชของบีอีซี เทโรศาสน ชาวออสซี่ พูดถึงชนาธิปกับโฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์  “เมื่อเขาประสบความสำเร็จอย่างหนึ่ง เขาก็จะพัฒนาตัวเอง เพื่อความสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง พอคว้าแชมป์แล้ว เขาก็พัฒนาต่อ ให้กลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม ของอาเซียน และก็พัฒนาต่อไม่หยุดจนกำลังจะได้ไปเล่นเจลีก”

… หลังจากต้องย้ายออกจาก “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน สโมสรอาชีพแรกในชีวิตที่ให้โอกาสเขา ด้วยความจำใจ เมื่อต้นปี 2016 ชนาธิป สรงกระสินธ์ มุ่งสมาธิเพียงพัฒนาการในสนามของตัวเอง เพื่อไล่ล่าฝันที่เคยพูดกับตัวเองไว้เสมอ

“ความจริงผมตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องคว้าตัวเขา (ชนาธิป สรงกระสินธ์) มาให้ได้คือเกมที่ไทยเจอญี่ปุ่น แม้เกมนั้นเขาจะไม่โดดเด่น แต่พอได้บอล เขาก็ยังใช้ความสามารถและความคล่องแคล่วได้อยู่ดี"

- Consadole Sapporo director Hirokatsu Migami

เขากลายเป็นผู้เล่นที่ไร้เทียมทานกว่าเดิม ภายใต้การคุมทีม เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือมาดนิ่งชาวไทยที่เปี่ยมไปด้วยแทคติก แม้ยิงได้เพียง 3 ประตู แต่เขาทำไปถึง 11 แอสซิสต์ จาก 27 เกมที่ลงสนามในเกมลีก ยังไม่รวมการมีส่วนร่วม ปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งมากมาย จนช่วยให้เมืองทองฯ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในฤดูกาลที่ผ่านมา

ผลงานของเขาไม่ได้ยอดเยี่ยมแค่กับลีกภายในประเทศ แต่ทันที ชนาธิป ปั่นป่วนจน ทำให้ทีมชาติออสเตรเลียเกือบต้องกลับบ้านมือเปล่าในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้ายที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ซึ่งทั้งสองทีมเสมอกันไป 2 - 2 แบบที่ขุนพลซ็อคเกอร์รูส์ ต้องไล่ตามตีเสมอถึง 2 ครั้ง 2 ครา ทำให้ ฮิโรคัตซึ มิกามิ ผู้อำนวยการสโมสรตอนซาโดเล ซัปโปโร มั่นใจเสียเต็มประดาว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเล่นในญี่ปุ่นได้…

“ความจริงผมตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องคว้าตัวเขา (ชนาธิป สรงกระสินธ์) มาให้ได้คือเกมที่ไทยเจอญี่ปุ่น แม้เกมนั้นเขาจะไม่โดดเด่น แต่พอได้บอล เขาก็ยังใช้ความสามารถและความคล่องแคล่วได้อยู่ดี" มิกามิ กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู

“แม้ว่าเขาจะมีรูปร่างเล็ก แต่สิ่งที่เขามี คือ ความรวดเร็วคล่องแคล่ว ซึ่งเหนือกว่าคนอื่นๆ ก็สามารถชดเชยตรงจุดนั้นได้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเล่นในญี่ปุ่นแน่นอน อย่างเกมกับออสเตรเลีย ผู้เล่นของเขาตัวใหญ่มาก แต่กลับไม่เป็นอุปสรรคต่อเจ เลย เขาใช้ความสามารถและความคล่องแคล่วของเขาเข้าสู้ และไม่ยอมแพ้”

เมื่อเห็นเช่นนั้น ทาง คอนซาโดเล ซัปโปโร รีบเดินเกมเพื่อไล่ล่าลายเซ็น ชนาธิป เต็มสูบ ขณะเดียวกัน เขาก็สร้างผลงานชั้นเลิศต่อเนื่องด้วยการพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ชิงแชมป์อาเซียน 2016 เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน เช่นเดียวกับตัวเขาที่ผงาดคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าไปครองด้วย… จนในที่สุดเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน ซูซูกิ คัพ ทุกอย่างก็ชัดเจน เมื่อ คอนซาโดเล บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ชนาธิป ด้วยสัญญายืมตัวจากเมืองทองฯ ยูไนเต็ด 18 เดือน โดยจะเดินทางไปเล่นในช่วงเลกที่ 2 ของศึกเจลีก ฤดูกาล 2017

“การที่เจ (ชนาธิป) จะต้องไปในเลกที่ 2 ผมมองว่าไม่ใช่ปัญหา มันจะดีด้วยซ้ำ เพราะเขาจะได้ลงเล่นเกมระดับเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งมันจะทำให้เขาเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ส่วนตัวผมเองก็อยากให้เขาเล่นเกมเอซีแอลก่อนอยู่แล้ว” มิสเตอร์ มิกามิ กล่าวถึงกรณีที่ ชนาธิป จะต้องไปเล่นเจลีกในเลกที่ 2 ของฤดูกาล…

-ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการได้ไปญี่ปุ่นของ ชนาธิป ในหน้าถัดไป-