ปีศาจแดง’ กลับมาแล้ว : เมื่อ ป็อกบา เริ่มสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

Chris Flanagan คอลัมนิสต์ FFT อยู่ที่ เซลเฮิร์ส ปาร์ค พร้อมกับวิเคราะห์ฟอร์มส่วนตัวที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆของ ปอล ป็อกบา และความเปลี่ยนแปลงของ แมนฯ ยูไนเต็ด…

ย้อนกลับไปช่วงต้นซีซั่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกพ่าย วัตฟอร์ด 1-3 นั้น  เหล่ากองกลางของ “ปีศาจแดง” ถูกกระแสวิจารณ์และด่าเสียๆหายๆ จนถึงขนาดที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่าง Manchester Evening ต้องจัดโพลขึ้นมาว่า “ใครสมควรเล่นเป็นแผงมิดฟิลด์ตัวจริงร่วมกับ ปอล ป็อกบา?”

คำตอบที่ได้รับการโหวตมากที่สุดก็คือ อังเดร เอร์เรร่า และ ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งช่วงนั้นทั้งสองแทบจะไม่ได้รับโอกาสเลยด้วยซ้ำ

และผลงานตลอดช่วงหลายเกมมานี้ก็ตอบได้อย่างดีว่า แฟนผีส่วนใหญ่ไม่ได้คิดผิดจริงๆ

กองกลางลงตัวขึ้น

เกมวันนั้นที่ วิคาเรจ โร้ด โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกใช้ เวย์น รูนีย์ และ มารูยาน เฟลไลนี่ เป็นแผงกองกลางร่วมกับ ป็อกบา ซึ่งผลออกมาคือ ห่วยแตกทั้งเกมรุกและเกมรับ

หลังจากนั้น เหล่าเร้ด อาร์มี่ ต้องรออยู่นานกว่าที่ ป็อกบา, เอร์เรร่า และ คาร์ริค จะได้ลงสนามด้วยกันเป็นครั้งแรกในเกมลีก คัพ กับ แมนฯ ซิตี้ ก่อนที่จะใช้ทรีโอ้ต่างวัยครั้งแรกในเกมลีกในนัดพบ อาร์เซนอล ซึ่งถือว่าทั้งหมดทำได้ดีพอตัว

ก่อนที่ทั้งสามจะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในเกมล่าสุดกับ คริสตัล พาเลซ โดยการมี เอร์เรร่า และ คาร์ริค ทำให้ ป็อกบา สามารถฉายแสงได้เต็มที่

ตลอด 90 นาทีในเกมเมื่อวันพุธนั้น ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส จ่ายบอลดี 77 ครั้ง มากกว่าในเกมกับ วัตฟอร์ด ถึง 29 ครั้ง

‘ป็อก’ ฉบับยูเว่

อันที่จริงถือว่าไม่น่าแปลกใจที่ทั้งหมดทำผลงานได้ดี เพราะว่าส่วนผสมของสามคนนี้คล้ายกับสมัยที่ ป็อกบา เล่นกับ ยูเวนตุส

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 สมัยที่ ยูเว่ ไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกนั้น เจ้าของทรงผมสุดเกรียน ยืนเคียงข้าง อังเดร ปีร์โล่ และ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ จนพาทีมไปถึงจุดนั้น

โดยตอนนี้ คาร์ริค ทำหน้าที่คล้าย ปีร์โล่ ในการรับบทตัวผ่านบอล ขณะที่ มาร์คิซิโอ เล่นทางด้านขวาของ ปีรโล่ พร้อมกับครองบอลและหาโอกาสสร้างสรรค์เกมด้วยเทคนิคและวิชั่นที่ยอดเยี่ยม เหมือนกับ เอร์เรร่า ในตอนนี้

ส่วนตัว ป็อกบา เองก็ยืนอยู่ด้านซ้ายเหนือขึ้นไปจาก ปีร์โล่ แบบเดียวกับที่เล่นกับ ยูไนเต็ด ตอนนี้

คาร์ริคคือกุญแจ

การมี คาร์ริค ในสนาม ทำให้ ป็อกบา เล่นง่ายขึ้น โดยเกมที่ Selhurst Park อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ผ่านบอลให้ เจ้าของค่าตัวแพงที่สุดในโลกถึง 22 ครั้งจากการจ่ายทั้งหมดของเขา 79 ครั้ง

ขณะที่ ป็อกบา จ่ายคืนให้ คาร์ริค 13 ครั้ง แต่เขาส่งให้เพื่อนคนอื่นมากกว่านั้นอีก ไม่ว่าจะเป็น ดาลีย์ บลินด์ (16), เวย์น รูนีย์ (14) และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (14) ซึ่งนั่นเพราะว่า หน้าที่หลักของ อดีตเด็กปั้นรายนี้ คือ การทำเกมรุก มากกว่าจะผ่านบอลให้กองกลางกันเองใกล้ๆเหมือนสมัย “ลุงกัล” (ฮา)

‘ป็อก’ สำคัญในแนวรุก

การผ่านบอลของ ป็อกบา แต่ละครั้งนั้นไม่ใช่แค่เป็นการจ่ายง่ายๆ ทว่ามันคือการส่งบอลเพื่อสร้างสรรค์โอกาส ทะลุช่อง และทำให้ทีมได้ลุ้นประตู

ซึ่งประตูชัยในนาที 89 ก็มาจากความพยายามของ กองกลางวัย 23 ปี ที่ได้บอลจากระยะ 35 หลา ก่อนที่จะใช้เทคนิคหนีตัวประกอบ หมุนตัว และจ่ายอย่างชาญฉลาดให้ “ก็อดซลาตัน” ยิงเข้าไปอย่างคมคาย

สรุปแล้วจาก 77 ครั้งที่ ป็อกบา ผ่านบอล มีถึงเกือบครึ่ง(32 ครั้ง)ที่เป็นการจ่ายในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งทั้งหมดก่อให้เกิดโอกาสลุ้นประตู 4 ครั้ง ถือว่ามากที่สุดในสนาม

มีสกอร์อีกครั้ง

และการที่ เอร์เรร่า และ คาร์ริค อยู่ในสนาม นั่นทำให้ ป็อกบา สามารถเล่นเกมรุกและมีอิสระได้เต็มที่ ซึ่งนั่นแตกต่างกับวันที่ รูนีย์ ลงสนาม เนื่องจากทั้งคู่มักทับตำแหน่งกัน

สถิติเกมรุกของ ป็อกบา ในเกมนี้นั้นโดดเด่นมาก เมื่อเขาสามารถพาบอลขึ้นหน้าได้บ่อยครั้ง และยังหาโอกาสยิงได้ถึง 4 จังหวะ ซึ่ง 3 ใน 4 เป็นการยิงในกรอบเขตโทษ และหนึ่งในนั้นแปรเปลี่ยนเป็นลูกขึ้นนำนั่นเอง(แม้มันอาจจะมาจากลูกก้ำกึ่งล่ำหน้าก็ตาม)

และหาก ป็อกบา และผองเพื่อนยังรักษาฟอร์มที่ทำได้ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ ได้ละก็ รับรองว่า โอกาสในการคว้าท็อป 4 จะกลับมาเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง…