ปลายทาง: ถึงเวลาที่ปืนใหญ่และวัลค็อตต์ต้องจากกัน เพื่อประโยชน์ของทั้งคู่

จอน สเปอร์ลิง คอลัมนิสต์ของเราชี้ว่ามันเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ตัวรุกเลือดผู้ดีรายนี้ย้ายมายังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้เจ้าตัวมีพัฒนาการน้อยเกินกว่าที่สโมสรจะเก็บเขาไว้ใช้งานต่อไป…

ได้ดีกว่านักเตะอาร์เซนอลคนอื่นๆ เมื่อทำตัวท่าดีทีเหลวอยู่เสมอในเวลาสำคัญๆ

โดยอดีตวอนเดอร์คิดของเซาแธมป์ตันไปๆมาๆระหว่างทีมตัวจริง, ม้านั่งสำรอง และห้องพยาบาลอยู่เสมอๆ ด้วยฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอบวกกับอาการบาดเจ็บ ซึ่งฤดูกาลนี้น่าจะเป็นฤดูกาลที่ไม่ได้ดั่งใจมากที่สุดสำหรับตัวรุกสุดจี๊ดรายนี้

เพราะตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา เขาแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่เลย ทำให้เมื่อสัปดาห์ก่อนไม่มีใครแปลกใจเลยว่าเขาจะไม่มีชื่ออยู่ในทีมชาติอังกฤษของ รอย ฮอดจ์สัน ที่ไปยูโร 2016 โดยระยะเวลา 1 ทศวรรษกับอาร์เซนอล เจ้าตัวแทบไม่ได้พัฒนาตัวเองเป็นแมตช์วินเนอร์ให้กับทีมมากไปกว่าตอนที่ย้ายมาจากทีม “นักบุญ” เมื่อเดือนมกราคม 2006 ด้วยอายุเพียงแค่ 16 ปีเลย

ซึ่งคำถามก็คือว่า ทำไม?

ดูเหมือนจะมีแวว

ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับวัลค็อตต์ไม่นานนัก เวงเกอร์ได้เผยว่าสต๊าฟฟ์โค้ชของจะหานักเตะที่มีแววเพื่อเอามาเป็นต่อเป็นผู้เล่นชั้นยอด ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกับที่ต้องรัดเข็มขัดในช่วงที่ย้ายไปเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมพอดี ทำให้ไม่สามารถดึงนักเตะประเภทซื้อมาแล้วใช้ได้เลยร่วมทีมได้ และยังเป็นช่วงที่เวงเกอร์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าแทบไม่มีนักเตะอยู่ในทีมเลย นั่นทำให้เจ้าตัวออกมาประกาศว่า “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แกนหลักของทีมจะเป็นคนอังกฤษ และคว้าแชมป์ในสนามที่ดีที่สุดของประเทศแห่งนี้”

แต่มันก็ไม่ได้ผล แม้เวงเกอร์จะพยายามเซ็นสัญญากับนักเตะในสหราชอาณาจักรทั้ง อเล็กซ์​ อ็อกซ์เล็ด-แชมเบอร์เลน, คาลั่ม แชมเบอร์ส และ อารอน แรมซี่ย์​ ด้วยความหวังว่านักเตะพวกนี้จะก้าวไปสู่ระดับท็อป ซึ่งเป็นเรื่องเสี่ยงไม่น้อย แล้วการเสี่ยงนั้นก็ไม่ได้รับผลตอบแทนกลับมา และบรรดาสต๊าฟฟ์โค้ชเองก็ไม่สามารถพัฒนาพวกเขาให้ดีขึ้นได้ และวัลค็อตต์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เมื่อในไม่สามารถเล่นได้ตามแทคติกและบ่อยตครั้งก็ดูเหมือนว่าแทบจะไม่ได้รับการขัดเกลาฝีเท้าเลย

Theo Walcott

ฝีเท้าของวัลค็อตต์ไม่ได้พัฒนาขึ้นอย่างที่หลายคนคิด

นับตั้งแต่ชุดไร้พ่ายเป็นต้นมา เวงเกอร์ก็สูญเสียความเร็วและความแข็งแกร่งในการเล่นลงไป นักเตะอาร์เซนอลชุดหลังๆตัวเล็กลง, บางลง และขาดความสม่ำเสมอ แถมยังเจ็บง่ายด้วย ซึ่งนั่นไม่ใช่ส่วนผสมที่ดีสำหรับทีมที่จะคว้าแชมป์เลย และวัลค็อตต์เองก็เป็นเครื่องบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีถึงปัญหาตรงจุดนี้

เขาโชคไม่ดีเลยที่ไม่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บทั้งหัวไหล่, ท้อง, แฮมสตริง และหัวเข่าที่ทำให้ได้ลงเล่นเฉลี่ยเพียง 23 นัดต่อฤดูกาลนับตั้งแต่ปี 2006 วัลค็อตต์อยู่ในยุคที่อาร์เซนอลประสบกับภาวะแข้งไหล ต้องขายนักเตะเก่งๆให้กับคู่แข่งอย่างเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อแลกเงิน หลายคนคาดหวังกับเขามากเกินไป อย่างที่เห็นในปี 2006 เมื่อเจ้าตัวติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

หวังลมๆแล้งๆ

อาร์เซนอลไม่เคยได้รับฟอร์มที่น่าพึงพอใจจากวัลค็อตต์เลยไม่ว่าจะเล่นหน้าหรือปีก โดยตอนแรกเวงเกอร์เองก็ไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนตำแหน่งแบบนี้ และชี้ไปที่เคสของ เธียร์รี่ อองรี ที่โยกจากปีกมาเล่นกองหน้าตอนที่มาถึงไฮก์บิวรี่เมื่อปี 1999 แต่วัลค็อตตไม่ใช่อองรี การจบสกอร์ของเขายังไม่เฉียบคมพอ

ถ้าจะพูดให้แฟร์กับนักเตะก็คือการที่ผู้จัดการทีมให้เขาเล่นสลับตำแหน่งไปมาทำให้เจ้าตัวรู้สึกสับสน โดยในเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศปี 2015 เขาเริ่มต้นด้วยตำแหน่งศูนย์หน้าและทำประตูเบิกร่องได้ในเกมกับแอสตัน วิลล่า ก่อนที่จะกลับไปเล่นปีกอีกครั้งในช่วงเริ่มซีซั่น 2015/16 เวงเกอร์ไม่ได้มองว่าเขาเป็นกองหน้าอาร์เซนอลแบบถาวรเลย ดังนั้นเขาจึงรู้สึกผิดหวังตลอดเวลาที่ค้าแข้งในถิ่นลอนดอนเหนือ

Arsenal 4-0 Aston Villa  - 2015 FA Cup Final | Goals & Highlights

 วัลค็อตต์ยิงประตูในเกมกับแอสตัน วิลล่า

บางทีนั่นอาจเป็นเพราะว่าวัลค็อตต์ไม่ใช่ของแท้ คือมีฝีเท้าดีแต่ไม่ถึงกับยอดเยี่ยม ซึ่งตอนที่เขาค้าแข้งกับอาร์เซนอลได้ 2 ปี เวงเกอร์เผยว่านักเตะคนนี้จะ “ยกระดับตัวเองจะเด็กเป็นผู้ใหญ่และกลายเป็นอสูรร้ายในระยะเวลาไม่นาน” ทว่าด้วยลุคที่มีสเน่ห์และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ (ซึ่งอาจจะเป็นคุณสมบัติเดียวที่ไม่ต้องมาถกเถียงกัน) กลับไม่สามารถแปรเปลี่ยนเอามาใช้ในสนามได้ ซึ่งก็เหมือนกับนักเตะส่วนใหญ่ของอาร์เซนอลที่มีดีแต่ไม่สุด

แม้แฟนๆจะชอบตะโกน “ธีโอ ธีโอ” ด้วยความรักขณะที่วอร์มอัพ หรือแสดงควมมั่นใจในสนามบ้างบางครั้ง แต่ถ้าแฟนบอลอาร์เซนอลไม่โกหกตัวเอง ความรักที่ให้มันก็แค่ความหวังลมๆแล้งๆที่จะให้เขาโชว์ฟอร์มได้ดีเท่านั้น

โดย ปาทริค วิเอร่า อดีตกัปตันทีม “เดอะ กันเนอร์ส” ได้พูดถึงจุดแข็งของ อาร์แซน เวงเกอร์ ที่ขณะเดียวกันก็เป็นจุดอ่อนของกุนซือชาวฝรั่งเศสว่า มีความเชื่อมั่นในตัวนักเตะมากเกินไปที่ยอมเสียค่าเหนื่อย 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทั้งที่แทบไม่ได้อะไรกลับมาเลย ซึ่งถ้าเป็นมูรินโญ่หรือเฟอร์กูสันคงเลิกใช้งานเขาไปนานแล้ว ซึ่งมันถือเป็นความเสียหายของสโมสรและตัวนักเตะเองอย่างมาก

ถึงคราวต้องบอกลา

จากการที่ต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งท็อป 4 ซึ่งยากขึ้นทุกปี และยังไม่นับรวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกอีก ทำให้ อาร์แซน เวงเกอร์ จะต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด โละกองหน้าปืนฝืดทิ้งเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าอาการ “ท่าดีทีเหลว” ที่อาร์เซนอลจะกลายเป็นอดีต

จากมุมมองด้านการเงินแล้ว ความจี๊ดอันเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวของแข้งวัย 27 ปีจะตกลงเรื่อยๆในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความเข้าใจในแทคติกถึงขนาดเล่นในระดับสูงสุดได้ จึงน่าจะถึงเวลาแล้วที่เวงเกอร์จะขายวัลค็อตต์เพื่อนำเงินไปลงทุนอย่างชาญฉลาดในขณะที่ยังสามารถขายได้ราคาดีอยู่

Theo Walcott

โบกมือลา? บางทีซีซั่น 2015/16 อาจเป็นซีซั่นสุดท้ายของเขากับปืนใหญ่

แม้จะมีช่วงเวลาอันสุดยอดหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเหมาคนเดียวสองประตูช่วงครึ่งหลังในเกมกับสเปอร์สเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ตอนที่อาร์เซนอลคัมแบ็คจากตามหลัง 2-0 มาเป็นชนะ 5-2 หรือจะเป็นการลากหลบนักเตะลิเวอร์พูล 6 คนก่อนจะจ่ายให้ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ทำประตูในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แอนฟิลด์ ในปี 2008 รวมถึงการยิงสุดสวยที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปี 2011 ที่อาร์เซนอลชนะ 5-2 และการปั่นโค้งในเกมที่เอมิเรตส์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2015

แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะเก็บเขาไว้ต่อไป เพราะบ่อยครั้งวัลค็อตต์ก็หลายไปจากเกมเฉยๆ นอกจากนี้ยังไม่สามารถเอาชนะตัวประกบและจ่ายบอลพลาดหลายหนด้วย

ซึ่งความดีความชอบที่ผ่านมามันไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับระยะเวลา 10 ปีที่อยู่กับอาร์เซนอล และเพื่อประโยชน์แก่ตัวนักเตะและสโมสรเองแล้ว มันถึงเวลาที่จะต้องแยกทางกันเสียท