ปลดตำนาน/เจ็บยาว/คุยโว/โอเวอร์เรต : 10 เรื่องสุดเซอร์ไพรส์และผิดหวังแห่งพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

FFT รวบรวม 10 เรื่องที่น่าผิดหวังที่สุดของพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้(จนถึงนาทีนี้…) 

‘ลุงรา’ โดนปลด

หากว่าพิจารณาตามผลงานในซีซั่นนี้แล้ว ต้องยอมรับว่า เคลาดิโอ รานิเอรี่ สมควรโดนปลดอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ และแม้จะโหดร้ายกับ “ฮีโร่” คนสำคัญที่พา เลสเตอร์ สร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่สโมสรเคยทำได้ ทว่านี่แหละคือ ชีวิต

เพราะไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จมากเพียงใดในอดีต แต่หากปัจจุบันไม่เป็นอย่างใจฝัน ทุกอย่างก็พร้อมจะเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม มันก็ทำลายความรู้สึกของแฟนๆฟุตบอลไม่น้อยเหมือนกัน และยิ่งเมื่อเห็นผลงานของทีมหลังจากที่ รานิเอรี่ จากไป ก็รู้ได้ทันทีว่า มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลในทีมแน่นอน

และชีวิตก็ต้องเดินต่อไป

เป๊ป ไม่โหดเหมือนที่คิด

ผลงานสุดยอดใน ลาลีก้า และ บุนเดสลีก้า ตลอดจนในศึกฟุตบอลยุโรป ทำให้เราคาดหวังว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะมาเปิดกะลาลีกอังกฤษ(ตามที่แฟนลีกอื่นโม้ไว้ ฮา)

ทว่า ทำไปทำมา อดีตนายใหญ่บาร์เซโลน่า กลับมือเปล่าในขวบปีแรกบนเมืองผู้ดีซะอย่างงั้น

นอกจากนี้ หลายครั้งที่คำให้สัมภาษณ์ของ เป๊ป เหมือนจะโทษคู่แข่งมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็น เล่นแต่เกมรับ, อุดอย่างเดียว, บอลยาว และอื่นๆอีกมากมาย เช่นเดียวกับ แท็คติคที่ ผู้รักษาประตูต้องใช้เท้าได้ดี หรือ เกมรุกต้องเริ่มจากกองหลัง ที่ทำให้ ซิตี้ พลาดคะแนนมาหลายแต้มแล้ว

ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าปีหน้า อดีตเทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค จะกลับมากู้ชื่อได้หรือไม่

ค่านายหน้าแสนแพง

ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สโมสรในอังกฤษ จ่ายเงินค่านายหน้าให้กับ เอเยนต์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 38% โดยสถิติระบุว่า ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ 2016 ถึง มกราคม 2017 มีเงินสะพัดในวงการถึง 220 ล้านปอนด์ ซึ่ง 174 ล้านปอนด์เป็นเงินที่ทีมจากพรีเมียร์ลีกใช้

เรื่องนี้เราไม่ได้กล่าวโทษทีมใดทีมหนึ่ง แต่นี่เป็นความผิดพลาดของระบบธุรกิจที่เรากำลังเจออยู่

ที่มันน่าเสียใจก็คือ เงินเหล่านั้นกลับไปตกอยู่กับมือของพวกพ่อค้ามากกว่าที่จะเอามาพัฒนาสโมสรหรือชุมชนต่างๆแทน

และคนที่ต้องมาจ่ายเงินมากขึ้นไม่ใช่ใครที่ไหน? ก็เล่าแฟนๆที่ต้องซื้อค่าตั๋วแพงขึ้น เสื้อทีมโปรดที่ขึ้นทุกปี เช่นเดียวกับ สินค้าที่ระลึกต่างๆนั่นเอง

เบซิซ เจ็บยาว

โรนัลด์ คูมัน ปั้นยอดมิดฟิลด์ตัวรับขึ้นมาหลายคนในสมัยที่ยังคุม เซาแธมป์ตัน ตัวอย่างก็เช่น มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, วิคเตอร์ วานยาม่า และ โอริโอล โรเมอู

น่าเสียดายที่ มูฮาเหม็ด เบซิช ไม่ได้รับโอกาสนั้น ทั้งๆที่ ดาวเตะเลือดบอสเนีย น่าจะมีทักษะและพรสวรรค์มากกว่าทั้งหมดข้างต้นด้วยซ้ำ

โดย เบซิซ เจ็บหนักตั้งแต่เกมต้นซีซั่นในเกมเทสโตมิเนียล แมตช์ ของ เวย์น รูนีย์ ซึ่งตั้งแต่วันนั้น กองกลางตัวเก่ง ยังไม่สามารถกลับมาลงสนามได้เลย

ซึ่งลองคิดดูว่าขนาด รอส บาร์คลีย์ ที่ฟอร์มตกไปนาน ยังกลับมาแจ้งเกิดใหม่ภายใต้การคุมทีมของ คูมัน ได้ แล้ว เบซิซ ที่มีความเก่งกาจอยู่แล้ว จะไปได้ไกลขนาดไหน

ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่าง คูมัน ไปก่อน กับ เบซิซ กลับมาเล่นได้ เรื่องใดจะมาถึงก่อนกันนะ?