ปอนด์ต่อปอนด์ : เปิดกรุขุมกำลัง 4 ทีมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบตัดเชือก

ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก กำลังเข้มข้นขึ้น หลังเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ โดย ตราด เอฟซี จะเปิดรังรับมือ หนองบัวพิชญ เอฟซี ส่วนเกษตรศาสตร์ เอฟซี พบกับ สุราษฎร์ธานี เอฟซี แต่ขุมกำลังแต่ละสโมสรจะน่ากลัวแค่ไหน มีอาวุธเด็ดอย่างไร ...FFT TH ขอพาคุณชำแหละขุมกำลังแต่ละทีมแบบหมัดต่อหมัด ใครเด่นใครเก๋า ใครคือคนที่คู่ต่อสู้ควรระวัง ติดตามได้ที่

สายเอ

ตราด เอฟซี

แม้ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” จะส่อทีมแตกตั้งแต่ยังไม่เริ่มฤดูกาล จนเกือบไม่ได้ส่งทีมลงแข่งขันในศึกดิวิชั่น 2 หลังพวกเขาเพิ่งตกชั้นมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่สุดท้ายบอร์ดสโมสร และนักเตะขอฮึดสู้อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะสามารถครองแชมป์โซนภาคตะวันออกได้ตั้งแต่ยังไม่ปิดฤดูกาล 2016 ทำให้พวกเขาเป็นอีกทีมที่น่าจับตามองว่าจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบลึกๆได้ และก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เมื่อเวลานี้ทีมเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย

แน่นอนว่าขุมกำลังของ ตราด เอฟซี นั้นมีความน่าสนใจไม่น้อยเริ่มจากแผงแบ็กโฟร์ที่มีฟอร์มอันเอกอุ เริ่มจาก ปราการหลัง ภานุวัฒน์  กองจันทร์ แนวรับจอมเก๋าจาก ราชนาวี  ผนึกกำลังร่วมกับ ฮาน ซาง ฮุน จุดเด่นคือคุมเกมรับได้แข็งแกร่ง ทำสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในฤดูกาลปกติเพียงแค่19ลูกเท่านั้นเอง

แบ็กซ้าย ธนพล ห่วงประโคน หมอนี้ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะปอดใหญ่เติมเกมรุกดุดันแถมถอยลงมาช่วยเกมรับได้ทันท่วงที ฝั่งแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ ชวลิต แหวนทอง คอยป้อนบอลเข้าเขตโทษให้เพื่อนร่วมทีมพังประตูซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่ง รวมทั้งการอยู่ในตำแหน่งตลอดเวลาไม่เสียตำแหน่งง่ายๆทำให้เกมรับของ ตราด เอฟซี ดูเหนียวแน่นไม่น้อย

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจของ ตราด เอฟซี นั่นก็คือ แผงกองกลางตัวทำเกมมี มงคลชัย ทองจำปาเป็นตัวกวาดหน้าบ้านเรียกได้ว่าเกมแดนกลางได้รายนี้ช่วยไล่บดขยี้เกมรุกคู่ต่อสู้ได้เยอะ ส่วนแนวรุก 3คน เรียกว่าครบเครื่องเพราะมีทั้ง สุภภรณ์ พรหมพินิจ ห้องเครื่องที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะมาตั้งแต่บอลขาสั้น จิราวุฒิ  สารนันท์ คอยทำเกมรุกแดนกลางให้มีมิติหลากหลาย ซึ่งเจ้าตัวยิงไปแล้ว 11 ประตู ร่วมกับ ซิ โฮ ยุน แนวรุกชาวเกาหลีใต้ที่ไว้ใจได้ในความเร็วยามที่เลื้อยขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งซ้าย

ขณะที่ทีเด็ดทีขาดและเป็นหัวใจสำคัญในแดนหน้าของ ตราด เอฟซี ชุดนี้คือ อาราอูโจ้ ที่ยิงไป6ประตูในฤดูกาลปกติ โดยมี เอริวัลโด้ โอลิเวร่า ที่ซัดไป11 ประตู เป็นรองดาวซัลโวภาคตะวันออก ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกยิงประตูสำคัญได้1เม็ด ซึ่งคงเป็นงานยากสำหรับแนวรับคู่แข่งที่จะหยุดยั้งขุมกำลังแนวรุกของ “ช้างขาวจ้าวเกาะ” ได้ในเวลานี้

หนองบัวพิชญ เอฟซี

ทัพ “พญาไก่ชน” หนองบัวพิชญ เอฟซี เจ้าบุญทุ่มแห่งศึกดิวิชั่น 2 ภายใต้การนำทัพของ “โค้ชกล่ำ”ธีระเวคิน สีหะวงศ์ ที่ฤดูกาลนี้ถูกโยกข้ามไปอยู่โซนภาคเหนือ ชนิดที่งงกันทั้งบาง ทั้งๆที่ชัยภูมิของทีมอยู่ภาคอีสานมีชายขอบติดกับ จ.อุดรธานี นิดเดียว ทว่าแม้จะไปอยู่โซนใหม่แต่พวกเขาก็มีดีพอที่จะคว้าแชมป์ภาคเหนือ พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ในการผ่านเข้ารอบไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้เป็นครั้งแรกของสโมสร

ล่าสุดสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย โดยตามสายการประกบคู่ต้องเจอกับ  ตราด เอฟซี แชมป์โซนภาคตะวันออกที่มีทรัพยกรนักเตะระดับพระกาฬเต็มอัตราศึก

อย่างไรก็ตามหากจะโฟกัสถึงขุมกำลังของ  หนองบัวพิชญ เอฟซี ชุดนี้แล้วก็ต้องขอบอกว่าไม่ธรรมดาสามารถส่งเล่นในระดับดิวิชั่น1 ได้เลย ไล่ตั้งแต่แนวรับแผงแบ็กโฟร์ อิมพอร์ตมาจากเกาหลีใต้ ได้ ได มิน จู ปราการหลังตัวสุดท้ายที่เล่นได้แข็งแกร่งแถมเกมล่าสุดยังสามารถเติมขึ้นไปยิงประตูสำคัญให้กับ หนองบัวพิชญ เอฟซี ได้อีกด้วย โดยรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ตะบันไป2 เม็ด ยืนกับตัวหลักอย่าง อุทัย ผิวเงิน ที่ผ่านเวทีไทยลีกกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด รวมถึงทีมแกร่งอย่าง อยุธยา เอฟซี,ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด,อุบล ยูเอ็มที และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด

แบ็กขวา เป็น วิชา นันทะศรี เด็กปั้นจาก เลยซิตี้ ที่เคยผ่านการค้าแข้กับทีมในไทยลีกอย่าง ทีโอที เอสซี ,ปตท.ระยอง ,ศรีษะเกษ เอฟซี ที่คอยเติมเกมขึ้นลงริมเส้นฝั่งขวาไม่มีหมด ขณะที่ฝั่งซ้ายเป็น สุพัฒน์  ไกยสวน อดีตเคยพาทีม สุโขทัย เอฟซี คว้าแชมป์ภาคเหนือและสร้างประวัติศาสต์ไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว

ในขณะที่แผงกองกลางจัดว่าเด็ดได้ อำนาจ ภมรประเสริฐ มิดฟิลด์ดาวรุ่งทำเกมคู่กับ วรายุ สังข์เพชร และ ศศิพงษ์ พรหมดวงดี แม้จะยิงประตูเองไม่ได้แต่โดดเด่นในการจ่ายบอลทะลุทะลวงให้ กองหน้าเผด็จศึกคู่ต่อสู้มานักต่อนัก

ปิดท้ายที่แนวรุก 3 ประสานสุดอันตรายเริ่งจาก ธาตรี สีหา ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายถึงสรรพคุณแข้งรายนี้มากนัก เพราะเคยผ่านเวทีไทยลีกกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด และ ศรีสะเกษ เอฟซี มาแล้ว โดยซัดไปแล้ว 11 ประตู นอกจากนั้นยังมี วีระยุทธ  ศรีวิชัย เป็นจอมยิงฟรีคิกมีท่าทางละม้ายคล้ายคลึง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ กดไปแล้ว 8 ประตู และที่จะขาดไม่ได้คือ กัสตัน ราอูล กอนซาเลซ ดาวยิงมากประสบการณ์ชาวอาเจนติน่า ที่มีทั้งความเร็วและยิงประตูได้หนักหน่วงเขา ซัดไปแล้ว 12 ประตู เป็นทีเด็ดทีขาดอีกต่างหาก และอะไหล่สำรองที่เป็นทีเด็ดก็คือ วิคเตอร์ เมนซ่า ฮีโร่ที่พา หนองบัวพิชญ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยการกด 2 ประตูท้ายอีกด้วย

สายบี

ม.เกษตรศาสตร์

แม้ว่าจะพลาดแชมป์โซนเมืองหลวงให้กับ จามจุรี ยูไนเต็ด และต้องโคจรมาพบกับทีมแชมป์ในรอบ 16 ทีมศึกแชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง แต่ทัพ “นาคามรกรต” ม.เกษตรศาสตร๋ เอฟซี ก็สามารถล้างตา “ลูกพระเกี้ยว” และเอาชนะราชประชา ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามทีมดังในระดับดิวิชั่น 2 ย่านวิภาวดีทีมนี้ถือว่ามีตัวผู้เล่นที่ไม่ธรรมดา แต่ละรายล้วนมีฝีเท้าดีทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่แนวรับแผงแบ็กโฟร์เป็นการร่วมงานกันระหว่าง สุขสยาม ชาญมณีเวช ผู้เคยผ่านเวทีไทยลีกมากับ สมุทรสงคราม เอฟซี ร่วมกับ อัลเบอร์โต้ เมโล จัดว่าเด็ดแข็งแกร่งมากๆในฤดูกาลปกติเสียเพียงแค่14ประตู ทำสถิติเสียน้อยที่สุดในประเทศ

ฝั่งแบ็กซ้ายใช้งาน สมหมาย ไทยน้อย ซึ่งเป็นนักเตะที่ค่อนข้างอึดขึ้นเติมเกมรุกได้คล่องแคล่วว่องไวปานเกมนิตหนุ่มสนับสนุนเกมรุกริทเส้นได้ดีนักแล ส่วนฝั่งขวาเป็นหน้าที่ของ เวหา โหงอ่อน นักเตะรูปร่างสันทัดที่ไปกับฟุตบอลได้ดีถอยมาเล่นเกมรับยอดเยี่ยม

กองกลางถือว่าเป็นจุดเด่นของ ม.เกษตรศาสตร์ เอฟซี ชุดนี้ ได้ สาธร จุนเสริม มิดฟิลด์เชิงสูงทำเกมร่วมกับ โอฬาร  ลิ้มสัมพันธ์สันติ อดีตนักเตะการท่าเรือ เอฟซี สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมมีความเก๋าเกมเป็นหน่วยบัญชาการเกมรุกคู่กับ ซิดิกี้ โคเน่ ห้องเครื่องชาวไอวอรี่โคสต์ ซึ่งมีทีเด็ดในการผ่านบอลสวยๆมานักต่อนัก

ในขณะที่แนวรุกฝั่งซ้าย ประสิทธิ์  พัฒนธนาวิสุทธิ์ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นสม่ำเสมอโดยมี โจนาธาน เรอิส ดาวยิงชาวแซมบ้า บราซิล ที่กดไป8ประตูในฤดูกาลปกติและยิงอีก2ลูกในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นอาวุธสำคัญในแดนหน้า

นอกจากนั้นยังมี เคสลี่ อัลเวส ดาวยิงชาวบราซิล ที่ได้สัญชาติเวียดนาม เป็นตัวทีเด็ดแนวรุก โดยยิงไป 9 ประตู ซึ่งหากส่งลงสนามเมื่อไหร่เป็นเรื่องเมื่อนั้น โดยเฉพาะนัดที่ผ่านมาเป็นคนตะบันประตูโทนดับฝัน “ตราชฎา”ราชประชา พาทีมผงาดเข้าสู่รอบรองชนะเลิศมาจากฝีเท้าของดาวยิงรายนี้นี่เอง 

สุราษฎร์ธานี เอฟซี

“ไก่พิฆาต”สุราษฎร์ธานี ที่ประสบปัญหาเรื่องสิทธิ์การทำทีมตั้งแต่ต้นฤดูกาล ก่อนที่กลุ่มทุนใหม่จะได้สิทธิ์ทำทีม ลุยดิวิชั่น 2 ลีกภูมิภาคโซนใต้ ทว่าพวกมาไกลเกินคาดสามาถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ภาคใต้ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันผลงานในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกยังถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมทะลุถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

ทัพ “เดอะรูสเตอร์” ภายใต้การนำของ “โค้ชอี๊ด”มณเฑียร มรกรต ใช้ทรัพยากรนักเตะค่อนข้างที่จะโนเนมไม่มีใครจะรู้จัก แต่ 11 ตัวแรกที่จัดทัพลงสนามถือว่ามีมาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยม ไล่ตั้งแต่แบ็กโฟร์ คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ อนาลโย่ คอสมาส แนวรับจอมแกร่งผิวสีชาวไนจีเรียจับคู่กับ วรวุฒิ  ทองน้ำแก้ว ทั้งสองรายถือว่าสอดประสานกันอย่างลงตัวในฤดูกาลปกติทำสถิติเสียเพียงแค่ 21 ประตูเท่านั้น

ด้านแบ็กซ้ายส่วนใหญ่จะใช้งาน วัชรกร ชอบธรรม ซึ่งมีความเร็วจัดจ้านขึ้นเติมเกมรุกสบั้นหั่นแหลก ปั่นป่วนแนวรุกคู่ต่อสู้ชนิดหัวทิ่มหัวตำ ฝั่งแบ็กขวา เป็นทางด้าน วรวุฒิ โคตรชาดา ที่ถือว่าเป็นนักเตะที่โดดเด่นในเกมรับด้วยปิดเกมรุกริมเส้นของคู่ต่อสู้ได้อย่างความแข็งแกร่ง

แผงมิดฟิลด์ มี กฤกษดา จารุจารีต ตัวนี้จะถูกโค้ชจับให้มาเล่นเป็นกองกลางตัวฮาร์ดแมนคอยกวาดเกมรุกคู่ต่อสู้ให้อยู่หมัด โดยมี ตัวทำเกมอย่าง วีรศักดิ์  จี้อุ่น มิดฟิลด์เชิงสูงประสานงานกับ โฮเมส เชิร์ส นักเตะชาวไอวอรี่โคสต์ เป็นตัวจ่ายบอลให้แดนหน้าเข้าทำเกมแต่ก็ยังสามารถยิงประตูรวมกันได้ถึง 7 ลูกเลยทีเดียว

ในขณะที่แนวรุกอย่าง เอเดรียน กริโกรุต้า ดาวยิงชาวโรมาเนีย จัดเป็นหนึ่งในตัวรุกขาประจำในแดนหน้า ของทีม พร้อมกันนั้นเลกสองต่อเนื่องถึง รอบแชมเปี้ยนส์ลีก สุราษฎร์ธานี เอฟซี ได้จังหวะดีที่ เซียว ยอง คุน กองหน้าชาวเกาหลีใต้เค้นฟอร์มเก่งออกมาช่วยทีมได้ โดยสลับกับ วิฑูร สุขจิต ที่เป็นทีเด็ดในแดนหน้า

อย่างไรก็ตามพวกเขายังมีอาวุธสำคัญที่เรียกว่าจะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “สุพจน์ จดจำ” ดาวยิงประสบการณ์สูงที่ยืมตัวมาจาก กระบี่ เอฟซี โดยฤดูกาลปกติซัดไป13ประตู ส่วนรอบแชมเปี้ยนส์ลีกก็ยังยิงได้ 3 ประตูนำดาวซัลโวร่วมกับ เบห์ซาด ยาวาร์ซาเดห์ ของอุดรธานี ที่เพิ่งตกรอบไป เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งทีมทีมีขุมกำลังแนวรุกเต็มไปด้วยคุณภาพมากทีมหนึ่งทีเดียว