ปรากฎการณ์ที่หายไป : เพราะเหตุใด เอฟเอ คัพ ปีนี้จึงเข้มข้นขึ้นอย่างเหลือเชื่อ?

คู่ชิงชนะเลิศจากรายการเอฟเอ คัพ และเหล่าทีมที่เข้ามถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นทีมที่อยู่ในอันดับท๊อป 5 ของพรีเมียร์ลีกทั้งหมดและคอลัมนิสต์ของเราจะเล่าให้ฟังว่าเพราะเหตุใดการแข่งขันเกมลีกอันเข้มข้นจึงส่งผลต่อฟุตบอล เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลนี้ 

เอฟเอ คัพ คือรายการที่ยากและมีเรื่องมหัศจรรย์ให้เห็นอยู่เสมอ จนมีคำกล่าวว่ารายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลกรายการนี้คือรายการที่มีมนต์ขลังที่สุดในโลก ... และในฤดูกาลดูทีท่าเเล้วความเข้มข้นมีแต่จะเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ 
 
ในรอบทีผ่านมีทีมจากลีกวันอย่าง มิลวอลล์ ที่เดินทางมาถึงรอย 8 ทีมสุดท้ายด้วยการเอาชนะทีมจากพรีเมียร์มามากมาย แต่นั่นคงไม่เท่ากับความภาคภูมิใจของทีมนอกลีกอย่าง ซัตตัน ยูไนเต็ด หรือ ลินคอล์น ซิตี้ แน่นอนเพราะทั้ง 2 ทีมคือไฮไลต์ของปีนี้อย่างแท้จริง 
 
สำหรับแฟนบอลที่อยากเห็นนิยายแจ็คผู้ฆ่ายักษ์คงรำคาญหัวใจกันเล็กน้อยที่ในรอบ 4 ทีมสุดท้ยเหลือแต่ทีมท็อป 5 จากพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าทีมใหญ่ๆไม่ได้ปล่อยปะละเลยตำแหน่งแชมป์เอฟเอ คัพ อีกต่อไป 

Wolves

วูล์ฟส์ น็อค ลิเวอร์พูล แบบสุดช็อคก่อนไปเจอของจริงอย่าง เชลซี

ยักษ์ใหญ่ใส่ไม่ยั้ง

การกลับมาของสโมสรระดับเฮฟวี่เวทสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ใหม่บางอย่าง

ทีมดังที่พาเหรดเข้ามาถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายพร้อมกันหมดเป็นอะไรที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก ในปี 2012 คือครั้งสุดท้ายที่ทีมยักษ์ใหญ่เข้ารอบ 4 ทีมได้ทั้งหมดก่อนที่ เชลซี จะเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ลิเวอร์พูล ทว่านับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาเราได้เห็นทีมเล็กอย่าง คริสตัล พาเลซ, แอสตัน วิลล่า , ฮัลล์ , สโต๊ค , คาร์ดิฟฟ์ และ พอร์ทสมัธ ซึ้งแต่ละทีมก็ทำให้เอฟเอ คัพ ยังมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจและเซอร์ไพรส์ให้เห็นอยู่บ่อยๆ 
 
ทว่าในยุคนี้เหล่าพิบิ๊กระดับเฮฟวี่เวทอย่าง สเปอร์ส , อาร์เซน่อล , แมนฯ ซิตี้ และ  เชลซี ต่างใส่กันอย่างไม่ยั้งถึงแม้บางครั้งอาจจะมีเรื่องของโชคลางในการจับฉลากมาเกี่ยวข้องบ้างก็ตาม พร้อมกันนี้ผลงานของทั้ง 4 ทีมในพรีเมียร์ลีกก็ยังพอรักษามาตรฐานกันเอาไว้ได้ดีอีกดว้ย
 
เลสเตอร์ ทำผลงได้ดีในเกมลีกปีที่ผ่านมาด้วยการคว้าาแชมป์ลีก แต่พอถึงฤดูกาลนี้หลายเหตุผลทำให้พวกเขาไม่ดีเหมือนเคยโดยเฉพาะบอลถ้วยในประเทศที่กระเด็นตกรอบแต่หัววัน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเหล่าท็อป 6 ต้องการแชมป์รายการนี้มากขึนกว่าเดิม มันเป็นเหมือนถ้วยรางวัลที่ช่วยฟื้นฟูความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีของสโมสรอีกด้วย 

Chelsea

เชลซีชนะ ลิเวอร์พูล ในปี 2012 นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ัยักษ์ใหญ่ชิงกันเอง

จิตใจผู้ชนะ 

โปเช็ตติโน่ ยอมรับว่า พรีเมียร์ลีก คือรายการที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด แต่ในตอนนี้คงเป็นไปได้ยากเกินตัว

ในปีที่เเล้ว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือขงสเปอร์สยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้สนใจแชมป์เอฟเอ คัพ เท่าไรนัก เพราะพวกเขาต้องการโฟกัสไปที่การแย่งเเชมป์ลีกกับเลสเตอร์และทำให้แน่ใจว่าพวกเขาต้องการท๊อปโฟร์เพื่อประโยชน์ที่มากกว่า แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปเกมลีกของพวกเขาแทบจะหมดหวัง ขณะที่รายการอื่นๆก็หมดลุ้นไปหมดเเล้ว และรายการเอฟเอ คัพ คือสิ่งที่จะเติมประสบการณ์ระดับแชมเปี้ยนส์ให้กับลูกทีมวัยหนุ่มทั้งหลายของเขา
 
"เชลซีมีผู้เล่นจำนวนมากที่มีประสบการณ์และรู้ดีว่าจะทำยังไงให้ได้ชัยชนะ แต่เรายังมีน้อยนักและเราต้องลองเป็นแชมป์กันดูก่อน" โปเช็ตติโน่ ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์รายการนี้ที่สเปอร์สได้แชมป์รั้งสุดท้าบในปี 2++2 
 
ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการจบปีแรกของเขาด้วยโทรฟี่ติดไม้ติดมือ เป้าหมายของเขาไม่ต่างจาก โปเช็ตติโน่มากนัก เขาพยายามจะสร้างให้ทีมของเขากลับมากระหายชัยชนะอีกครั้ง "คุณไม่ควรเลือกว่าเกมไหนเป็นเกมเล็กเกมใหญ่ ทุกเกมล้วนสำคัญและต้องตั้งเป้าไว้ที่ชัยนะ และนี่คือแนวทางที่จะทำให้ทีมเป็นทีมที่ดีขึ้น" เป๊ป ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่พบกับ มิดเดิลสโบรห์ 
 
กุนซือเลือดคาตาลันก็แอบรู้ตัวถึงโอกาสลุ้นแชมป์ลีกในตอนนี้ ขณะที่อันดับท๊อปโฟร์ก็ดูจะค่อนข้างแบเบอร์อยู่พอสมควรนั่นทำให้ตอนนี้พวกเขาใส่เต็มกับเกมเอฟเอ คัพ ได้เพื่อกู้หน้าให้กับตัวเองแล้วค่อยไปว่ากันใหม่สำหรับการเสริมทัพเติมเกร่งในฤดูกาลหน้า 

อะไรก็ต้องเอา

อาร์เเซน เวนเกอร์ ต้องการคว้าเเชมป์เอฟเอ คัพ อีกเพียงสมัยเดียว เขาจะเป็นกุนซือที่ได้แชมป์รายการนี้มากที่สุด

สถานการณ์ของ อาร์เซน่อล ในเวลานี้เกิดขึ้นบนความเหนื่อยหน่ายกับความหวังลมๆแล้งๆ แฟนบอลเริ่มจะไม่พอใจกับการเล่นแค่ประคองตัวในทุกๆปีของ อาร์เเซน เวนเกอร์ และมีกระแสคำต่อต้านมากมาย ซึ่งรายการเอฟเอ คัพ นี่แหละที่จะทำให้เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย และมันคงจะเป็นการต่อชะตาของเขาอย่างแน่นอนหาก อาร์เซน่อล ได้ดวลกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง สเปอร์ส ในนัดชิงชนะเลิศ 

Arsene Wenger

เวนเกอร์ต้องการแชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัยจะเป็นกุนซือที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุด

หาก เวนเกอร์ แพ้ มันก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นสำหรับการแยกทางกับทีม และจะเป็นการเฉลิมฉลองบนความขมขื่นสำหรับกลุ่ม #Wengerout แม้พวกเขาจะเป็นแชมป์ในปี 2014 และ 2015 ด้วยการชนะทั้ง ฮัลล์ และ แอสตัน วิลล่า แต่ปีนี้พวกเขาจะต้องเจอกับคู่แข่งที่แกร่งขึ้นหลายเท่า 

เชลซี คือทีมที่แกร่งที่สุดในเวลานี้และพวกเขายังอยู่บนเส้นทางดับเบิ้ลแชมป์ ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ไม่ปล่อยปะละเลยและพร้อมที่จะทุ่มสุดตัวเช่นกันกับรายการนี้ เพราะครั้งสุดท้ายที่สิงห์บลูส์คว้าแชมป์ได้ 2 รายการในปีเดียวเกิดขึ้นในยุคของ คาร์โล อันเชลอตติ นั่นเอง นอกจากนี้ เชลซี ยังเป็นเเชมป์รายการนี้ถึง 4 ครั้งจาก 10 ปีหลังสุด .. แต่เหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาเสียตำแหน่งราชาเอฟเอ คัพ ไปในระยะหลัง เพราะ 5 ปีที่ผ่านมาพวกเขาคว้าแชมป์รายการที่เคยทำสบายๆแค่ 0 ครั้งเท่านั้นเอง

Carlo Ancelotti

นานไปแล้วสำหรับแชมป์สุดท้าย

การต่อสู้กันของทีมแถวหน้า

บ่อยครั้งที่เราจะได้เห็นหลายๆทีมให้ความสำคัญกับพรีเมียร์ลีกเเบบเต็มที่จนมองข้ามรายการอื่นไป สเปอร์ส ยอมพักนักเตะสำคัญในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเพื่อเก็บตัวหลักไว้ลงเล่นกับ เชลซี ในลีก ขณะที่ เชลซี ก็จัดทีมชุดรองลงเล่นในเกมเอฟเอ คัพ เพื่อเก็บทีมที่ดีที่สุดไว้ลงเล่นเกมลีกเช่นกัน
 
ในวันที่คำว่า BIG 4 ได้หายไปจากสารระบบฟุตบอลอังกฤษ และทีมระดับหัวแถวมีถึง 6 ทีมทำให้จะมี 2 ทีมที่ต้องพลาดคว้าตั๋วไปลุยเเชมเปี้ยนส์ลีก และโอกาสคว้าแชมป์ลีกก็ยากขึ้นเรื่อยๆ การคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ จะเป็นเหมือนการ์ดนางฟ้าที่ทำให้เหล่ากุนซืออย่าง เวนเกอร์ โปเช็ตติโน่ และ กวาร์ดิโอล่า จะรอดพ้นจากการโดนวิจารณ์หลังจากจบฤดูกาลนี้

FA Cup

ใครจะได้ชูโทรฟี่นี้ในวันที่ 24 พฤษภาคม?

New features you'd love on FourFourTwo.com