ปรัชญาที่เปลี่ยนไป : การฝืนตัวเองสู่ความล้มเหลวกับแมนฯยูของ...มูรินโญ่

มูรินโญ่ อาจจะเป็นสุดยอดผู้จัดการทีม แต่ว่าตอนนี้เขากำลังมีปัญหากับการทำสิ่งที่สวนทางกับสัญชาติญาณของตัวเองนั่นคือการสร้างฟุตบอลเกมรุกที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด, ธอร์ ฮอกสตัด จาก FFT มีคำตอบให้กับเราในเรื่องนี้  

เมื่อสมัยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ที่ประเทศ โปรตุเกส งานจริงจังงานแรกเกี่ยวกับฟุตบอลก็คือการเป็นแมวมองไปศึกษาคู่แข่ง ให้กับคุณพ่อของเขาที่เป็นผู้จัดการทีม

รายงานดังกล่าวทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ทีมของ เฟลิกซ์ มูรินโญ่ ต้องการผลเสมอก็ชนะเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้นของ ดิวิชั่นสอง , โชเซ่ ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการสอดแนมคู่แข่ง ข้อมูลจากเขามีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมจบเกมนัดนั้นด้วยสกอร์ 0-0 "เขารู้ทุกอย่าง" เฟลิกซ์ กล่าวถึงลูกชาย

หลังจากที่ มูรินโญ่ ผันตัวเองจากล่ามมาเป็นผู้ช่วยของ เซอร์ บ๊อบบี้ ร็อบสัน เขาได้รับความไว้วางในการรับผิดชอบเรื่องเกมรับ และเมื่อบวกกับประสบการณ์เมื่อสมัยเป็นแมวมอง มันทำให้เขาสามารถวิเคราะห์คู่แข่งได้อย่างละเอียด และมันกลายเป็นจุดแข็งของเขา

ทักษะการเล่นเกมรับกลายเป็นเหมือนจุดขายของมูรินโญ่ มันคือรากฐานของความสำเร็จมากมายในอาชีพของเขา แต่ตอนนี้ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาต้องสร้างทีมฟุตบอลที่เล่นเกมรุก ซึ่งมันไม่ใช่แนวทางของ มูรินโญ่

Bryan Robson, Jose Mourinho

มูรินโญ่ ทำงานร่วมกับ ร็อบสัน ที่ สปอร์ติง ลิสบอน , ปอร์โต้ และ บาร์เซโลน่า

วิถีของ ยูไนเต็ด

ทีมอาจจะดูดีขึ้นจากยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล แต่ยังห่างไกลจากฟุตบอลของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ความจริงก็คือ ในฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ด มีผลงานที่ดีในการเล่นเกมเยือน พวกเขามีแต้มเฉลี่ยในการออกนอกบ้านเป็นอันดับที่สองของลีก แต่กลับเสมอในบ้านตัวเองไปถึง 9 ครั้ง จนทำให้ท็อปโฟร์ทำท่าว่าจะหลุดมือ พวกเขาควรจะชนะได้หลายเกม แต่ก็ต้องยอมให้กับความโชคร้าย และ การใช้โอกาสเปลืองจนทำให้เสียคะแนนไป พวกเขาคือที่มีสถิติการยิงในกรอบเขตโทษมากที่สุดเป็นอันดับที่สองของลีก แต่ว่าจำนวนประตูกลับสวนทางเพราะอยู่ในอันดับที่ 14

สถิติบอกเราว่า การเล่นเกมรุกของพวกเขาต้องดีกว่านี้ พวกเขาขาดความเด็ดขาด โดยเฉพาะในพื้นที่รุก ทีมอาจจะดูดีขึ้นจากยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล แต่ยังห่างไกลจากฟุตบอลของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

มูรินโญ่ ประกาศว่าเขาจะยังคงแนวทางฟุตบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาไว้นั่นคือการเล่นฟุตบอลเกมรุกเพื่อเอนเตอร์เทนแฟน ๆ และเมื่อทีมทำแต้มหลุดมือเขาก็มักจะเน้นย้ำว่า "เราครองเกมเหนือกว่าทั้งทีม , เราเล่นได้ดีกว่า , นั่นคือความสวยงามของเกมฟุตบอล" นั่นราวกับความเป็นสิ่งที่เขาพอใจมากกว่าผลการแข่งขัน

การเล่นแบบนี้มันสวนทางกับแนวทางของเขาโดยสิ้นเชิง เพราะว่าก่อนหน้านี้ ชัยชนะคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา เขาสร้างทีมจากการเล่นโต้กลับ เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด

Sir Alex Ferguson

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของ เฟอร์กูสัน ที่เล่นฟุตบอลเกมรุกที่รวดเร็ว และ เฉียบขาด

ต้องชนะไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม

การคุมทีมรอบแรกเขาทำได้ดีกว่า ทั้งกับ ปอร์โต้ , เชลซี , และ อินเตอร์ ที่มีการเล่นที่แข็งแกร่ง , มีลูกล่อลูกชน , รัดกุม และ มีวินัย

เมื่อสมัยที่เขาคุม เอฟซี ปอร์โต้ ไม่มีใครเบื่อหน่ายกับการคว้าแชมป์ลีก สองสมัยซ้อนและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  ส่วนที่ เชลซี สิ่งแรกที่ โรมัน อบราโมวิช ต้องการก็คือชัยชนะ ในขณะที่ อินเตอร มิลาน แนวทางของ มูรินโญ่ ทำให้ยอดทีมจากอิตาลี กวาดความสำเร็จทุกอย่างกับการคว้าทริปเปิลแชมป์

ในทางกลับกัน ที่เรอัล มาดริด เขาต้องเจอกับสิ่งที่สวนกับวิธีที่ตัวเองถนัดจนมีปัญหาในช่วงท้ายของการคุมทีม เขากลับมาที่ เชลซี อีกครั้ง โดยคราวนี้ อบราโมวิช ต้องการตัวตนของทีมที่มากกว่าเดิม นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเล่นเกมรุกมากขึ้นด้วยการคว้าตัว เชส ฟาเบรกาส เข้ามา และ มูรินโญ่ ทำให้ทีมได้แชมป์ในซีซั่นที่สองของตัวเองกับการกลับมาคุม เชลซี

แต่ชัดเจนว่า ในการคุมทีมรอบแรกเขาทำได้ดีกว่า ทั้งกับ ปอร์โต้ , เชลซี , และ อินเตอร์ ที่มีการเล่นที่แข็งแกร่ง , มีลูกล่อลูกชน , รัดกุม และ มีวินัย พวกเขาสามารถหยุดเกมรุกของคู่แข่ง และเล่นงานพวกนั้นด้วยเกมโต้กลับ , ลูกตั้งเตะ , ฉวยโอกาสจากความผิดพลาด ซึ่งมันได้ผล

มูรินโญ่ สร้างทีมจากสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด นั่นคือการเล่นเกมรับ , เก็บคลีนชีต แล้วจากนั้นประตูก็จะตามมาเอง

Jose Mourinho

ทุกคนเจองานหนักเสมอเวลาต้องเผชิญหน้ากับ อินเตอร์ ของ มูรินโญ่

ความชอบใหม่ ๆ

ผมรู้วิธีในการสร้างทีมนี้ มันไม่ใช่แนวทางของเรา มันไม่ใช่สิ่งที่ แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เจ้าของทีมต้องการ และมันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ เราจะต้องยึดมั่นในแนวทางนี้ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมันอย่างแน่นอน

- Jose Mourinho

ก่อนที่จะหลุดจากแนวทางของตัวเอง มูรินโญ่ เคยพูดเอาไว้ว่า "ถ้าหากว่าผมอยากจะทำทีมให้ชนะ 1-0 ผมคิดว่าผมทำได้ เพราะมันคือสิ่งที่ง่ายที่สุดในฟุตบอล" เขาเคยพูดเอาไว้หลังจากแพ้ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 2014 โดยในฤดูกาลนี้เขาฟันธงว่า เชลซี จะเป็นแชมป์ด้วยสาเหตุที่ว่าเป็นทีมที่เล่นเกมรับเป็นหลัก ซึ่งมันก็เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยทำ

แต่ที่ ยูไนเต็ด หลายสิ่งมันย้อนแย้งกับสิ่่งที่เขาเคยชอบ ตอนอยู่ เชลซี เขาเคยขายฆวน มาต้า ออกไปจากทีม แต่ว่าตอนนี้ มาต้า กลายเป็นตัวหลักในทีมของเขาจากการสร้างสรรค์เกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ มูรินโญ่ เคยมองข้ามมาก่อน เกมโต้กลับมีให้เห็นน้อยลง และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจัดทีมลงสนามโดยไม่มีมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่คอยแย่งบอล และเข้าปะทะกับคู่แข่ง เพราะคนที่เล่นในตำแหน่งนี้ก็คือ ไมเคิล คาร์ริค วัย 35 ปี

"เราไม่ใช่ทีมที่เน้นเกมรับและรอให้คู่แข่งผิดพลาด" มูรินโญ่ กล่าวเอาไว้เมื่อเดือนธันวาคม "ผมรู้วิธีในการสร้างทีมนี้ มันไม่ใช่แนวทางของเรา มันไม่ใช่สิ่งที่ แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เจ้าของทีมต้องการ และมันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ เราจะต้องยึดมั่นในแนวทางนี้ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงมันอย่างแน่นอน"

แต่นั่นมันคือจุดอ่อนของ มูรินโญ่ เพราะว่าในบรรดาทีมเก่าของเขาก่อนที่จะมา ยูไนเต็ด ก็มักจะมีปัญหาในการเจอกับทีมที่เล่นเกมรับ เพราะว่ามันไม่ใช่ทางถนัดของเขา

การแก้ปัญหานี้ เขาต้องมีกองกลางสักคนที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ และ สร้างสรรค์โอกาสด้วยตัวเอง อย่างเช่น เดโก้ , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , เวสลี่ย์ สไนเดอร์ , เมซุต โอซิล , เอแด็น อาซาร์ โดยเมื่อแท็กติกล้มเหลว นักเตะเหล่านี้จะขึ้นมากู้วิกฤติ

Mesut Ozil, Jose Mourinho

การสร้างสรรค์เกมของ โอซิล ช่วย มูรินโญ่เอาไว้ได้มาก ที่เรอัล มาดริด

อย่างเกมเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน รูปเกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถทำอะไร ซันเดอร์แลนด์ ที่มาเน้นเกมรับได้ แต่ว่าประตูจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็ทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะ

ปรัชญาลูกหนังที่เปลี่ยนไป

เป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การนำมูรินโญ่ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกมสวนกลับ ให้มาสร้างทีมที่เล่นฟุตบอลเอนเตอร์เทน ตามรากฐานที่วางเอาไว้โดย เฟอร์กูสัน

มูรินโญ่ ไม่มีทางหนีความเป็นตัวเองได้ ยกตัวอย่างเช่น เชลซี ของเขาไม่เคยยิงประตูได้มากกว่า 73 ประตูในการคุมทีม 5 ฤดูกาล เมื่อเปรียบเทียบกับตอนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ พาทีมคว้าแชมป์ด้วยการยิง 103 ประตู หรือตอนนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็มีแนวโน้มว่าจะทำทีมยิงได้เกิน 80 ประตูจากเกมนัดที่เหลือ

ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขามีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดเป็นอันดับที่สองของลีก นั่นหมายความว่า มูรินโญ่ ก็ยังคงไม่ได้หลุดกรอบจากแนวทางเดิมของตัวเองไปทั้่งหมด แต่การยิงได้เพียงแค่ 46 ประตูใน 30 เกม เป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง

Jose Mourinho

ยูไนเต็ด ยังคงมีปัญหาอีกมากในการคุมทีมปีแรกของ มูรินโญ่

เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า มูรินโญ่ จะพัฒนาเกมรุกของทีมได้ตามที่แฟน ๆ ต้องการหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ ถ้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะประสบความสำเร็จ พวกเขาก็คงตัองวัดกับแนวทางฟุตบอลแบบใหม่ที่ไม่ใช่แนวทางของ มูรินโญ่ เพราะว่าถึงตอนนี้ เขาคงไม่ได้กลับไปสู่ฟุตบอลแบบที่สร้างเขาขึ้นมาอีกแล้ว