Analysis

ประเทศอื่นก็มีเหมือนกัน : 8 กองหน้าสกอร์ต่ำระดับสโมสรที่ถูกเรียกติดทีมชาติอยู่ร่ำไป

หน้าที่กองหน้าคือการยิงประตู แต่นั่นไม่เสมอไปเพราะสำหรับ 8 แข้งต่อไปนี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องซัลโวจนโดดเด่นมากมาย เพราะสุดท้ายก็ถูกเรียกติดทีมชาติทุกทีไป

We are part of The Trust Project What is it?

แดนนี่ เวลเบ็ค

อังกฤษ

ครั้งสุดท้ายที่  แดนนี่ เวลเบ็ค ยิงประตูได้ถึง 10 ลูก เกิดขึ้นในปี 2014 ถ้าจะให้นับนิ้วนี่ก็ผ่านมาเเล้ว 4 ปีเต็ม จนกระทั่งมาถึงในฤดูกาล 2018 นี้ที่เขาทำได้แตะหลักสิบพอดิบพอดีเลบทีเดียว

ทว่าอย่างนั้นเขายังคงเป็นตัวเลือกเบอร์ต้นๆของทีมชาติอังกฤษเสมอแม้ว่าจะเปลี่ยนกุนซือมาเเล้วถึง 3 คน

เวลเบ็ค ย้ายมาอยู่ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ปี 2014 และมีเพียงปีแรกเท่านั้นที่พอจะเรียกเขาว่าแข้งตัวหลักได้จากการลงสนามไป 34 นัดยิง 8 ลูก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นส่วนใหญ่เป็นช่วงเวลาที่เขาต้องรักษาเนื้อรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ แถมบ่อยครั้งยามได้ลงสนามก็ยังมี่เหตุการณ์ฮาๆ ให้แฟนบอลได้หน้าเปื้อนยิ้มกันเสมอ

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาก็อย่าเพิ่งไปดูหมิ่นดูแคลนดาวยิงมหาเทพรายนี้ เพราะในทีมชาติอังกฤษชุดปัจจุบัน เวลเบ็ค คือนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุด (15 ประตูจาก 36 นัด) แม้แต่จอมถล่มประตูอย่าง แฮร์รี่ เคน ยังยิงให้อังกฤษได้แค่ 13 ประตูเท่านั้น แน่นอนว่าด้วยเหตุผลเช่นนี้ เวลเบ็ค ยังคงถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้ 

เอแดร์

โปรตุเกส

ทั้งโลกจำเขาได้ในฐานะผู้ยิงประตูชัยสร้างประวัติศาสตร์ให้ โปรตุเกส ชนะ ฝรั่งเศส และคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเขาเป็นนักเตะของสโมสรใด ซึ่งนั่นก็ไม่แปลก เพราะเขามีสถิติการทำประตูที่น้อยอย่างน่าใจหาย

ดาวยิงก้านยาวรายนี้เล่นฟุตบอลอาชีพมาเเล้วตั้งแต่ปี 2006  แต่จนถึงตอนนี้มีเพียง 3 ฤดูกาลเท่านั้นที่เขายิงได้เกิน 10 ประตู และช่วงที่ฟอร์มฮ็อตที่สุดคงต้องย้อนไปไกลถึงปี 2012 ที่ยิงให้ บราก้า 16 ประตู และหากจะว่ากันตรงก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์ยูโร 2016 จะเริ่มขึ้นนั้นเขายังยิงประตูน้อยกว่า บรูโน่ โมไรร่า กองหน้าที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซื้อตัวมาจากสโมสรปากอสอีกด้วยซ้ำไป ทว่าด้วยรูปแบบการเล่นที่เป็นมิติที่ทัพฝอยทองหาไม่ได้จากกองหน้าคนอื่นในทีมทำให้ เอแดร์ เอาชนะ บรูโน่ ไปในที่สุด

นับจากเป็น ฮีโร่ในศึกชิงแชมป์ยุโรปครานั้น เอเเดร์ ก็ติดทีมชาติโปรตุเกสอยู่เรื่อยมา และ ณ ปัจจุบันที่เขาลงเล่นให้ โลโคโมทีฟ มอสโก เจ้าตัวก็เพิ่งยิงได้เพียงแค่ 3 ลูกเท่านั้น แต่สำหรับการติดธงลุยศึกระดับชาตินั้น เอเเดร์ ยังคงปรากฎตัวให้เห็นครั้งล่าสุดในช่วงท้ายปี 2017  

ทว่าสำหรับการแข่งขันที่ รัสเซีย เขาคงหมดสิทธิ์ทำอะไรที่สุดโต่งอีกเเล้วเพราะ โปรตุเกส ตัดชื่อเขาออกจากทีมชุดนี้

เอแดร์

อิตาลี

เอแดร์ จากเเดนมะกะโรนีรายนี้เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ถูกเรียกติดทัพอัซซูรี่เสมอมาตั้งแต่ที่เขาโอนสัญชาติจากบราซิลเลียนมาเป็นอิตาเลียนในปี 2015 ซึ่งช่วงนั้นเขากำลังร้อนแรงไม่ใช่เล่น โดยเป็นดาวยิงประจำทีมซามพ์โดเรีย

ทว่าหลังจากย้ายออกมาจาก "ลา ซามพ์" มาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ในครึ่งหลังของฤดูกาล 2015-16 นั้น เอเเดร์ กลายเป็นตัวสำรองอดทนเพราะมี เมาโร อิคาร์ดี้ ขวางทางอยู่ ซึ่งส่งผลให้เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 21 เกมเท่านั้นตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และยังยิงประตูในลีกได้แค่ 12 ประตูนับตั้งแต่มาเล่นให้กับทัพงูใหญ่

ปัจจุบัน เอเเดร์ ติดทีมชาติ อิตาลี ไปทั้งหมด 26 นัดยิงไป 6 ประตู แม้ไม่มีบทบาทในสโมสรเท่าไหร่  แต่เขายังได้รับเลือกให้อยู่ในทีมชาติเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะตัวเลือกในเเดนหน้าที่มีไม่มากนัก ณ ตอนนี้มีเพียง ชิโร่ อิมโมบิลเล่ จาก ลาซิโอ คนเดียวเท่านั้นที่เป็นนักเตะหัวหอกของอิตาลีที่ยิงได้มากกว่า เอเเดร์

่ทว่าอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้เมื่อชายที่เชื่อ โรเเบร์โต้่ มันชินี่ มาพร้อมกับลูกรักที่ชื่อว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ 

ฮัล ร็อบสัน คานู

เวลส์

ดาวยิงผู้ซัดประตูสุดสวยให้ทีมชาติ เวลส์ ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลยูโร 2016 รายนี้จัดว่าเป็น 1 ในสุดยอดดาวยิงสกอร์ต่ำคนหนึ่งของวงการอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะเล่นใน ลีกวัน, เดอะ เเชมเปี้ยนชิพ และ พรีเมียร์ลีก เขาก็ไม่เคยยิงเกิน 5 ลูกใน 1 ฤดูกาลมาเเล้วถึง 6 ปีติดต่อกัน

ส่วนหนึ่งก็คงต้องเข้าใจไว้สักนิด เพราะกองหน้าสายเลือด เวลส์ แท้ๆนั้นหายากเหลือเกิน หลายครั้งที่ทัพมังกรเเดงต้องเอา แกเรธ เบล และ อารอน เเรมซี่ย์ มาเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งหากจะเอา ร็อบสัน คานู ไปเทียบกับกองหน้าคนอื่นๆอย่าง เดวิด ค็อตเตอร์ริลล์ และ ไซม่อน เชิร์ช แล้วมันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมดาวเตะจาก เวสต์บรอมฯ รายนี้จึงติดทีมชาติ เวลส์ เป้าเข้าไป 44 นัดเเล้วในเวลานี้