ประสบการณ์ใหม่ : ทำไม เป๊ป ถึงไม่ ปัง กับการคุม ซิตี้ ปีแรก

ผลงานในซีซั่นแรกของ ผู้จัดการทีมชาวกาตาลัน ต้องบอกว่าน่าผิดหวัง แต่ ไมค์ โฮลเดน เชื่อว่า ตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้รู้แล้วว่า เขาจะต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะประสบความสำเร็จที่นี่

ถ้าหากว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่พอใจกับผลงานของเขาในฤดูกาลนี้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มันช่างแตกต่างกับตอนที่ คุมทีม บาเยิร์น มิวนิค กับ บาร์เซโลน่า เหลือเกิน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาควรจะรู้สึกแบบนั้น

เมื่อคุณมาทำงานร่วมกับนักเตะที่ไม่ได้คว้าแชมป์จนเป็นเรื่องปกติ ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะมีแท็กติกที่ดีขนาดไหนก็ตาม

แมนฯซิตี้ ครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งในทุก ๆ นัดแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในศึก พรีเมียร์ ลีก

อย่างที่เราเห็นกันก็คือ ฟุตบอลของ ซิตี้ ที่เล่นกันในซีซั่้นนี้ ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับตอนที่เขาทำมันที่ คัมป์ นู หรือ ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า . แมนฯซิตี้ ครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งในทุก ๆ นัดแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในศึก พรีเมียร์ ลีก. พวกเขากำลังจะเป็นทีมแรกที่มีค่าเฉลี่ยการครองบอลเกิน 60% จากการลงแข่ง 38 นัดในลีก โดยตอนนี้พวกเขาขาดอีกเพียงแค่ 2%

แต่ผลที่ออกมามันกลับเป็นตรงกันข้าม จากการเล่นที่น่าประทับใจ เพราะว่าตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ซิตี้ จะจบฤดูกาลโดยที่ไม่ได้มีแชมป์ติดมือแม้แต่รายการเดียว เช่นเดียวกับศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือไม่

หนึ่งในปัญหาในทีมของ กวาร์ดิโอล่า ก็คือความเฉียบขาดในกรอบเขตโทษ ที่ยังขาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย แต่มันก็เป็นปัญหาใหญ่

Pep Guardiola

กวาร์ดิโอล่า ปรับแผนของตัวเองอยู่เสมอนับตั้งแต่มาที่นี่

ซิตี้ กับโลกคู่ขนาน

ช้อแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลวมันมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่นิดเดียว หากลูกยิงจ่อ ๆ 2 หลา ของ เควิน เดอ บรอยน์ มันเป็นประตูแทนที่จะชนคาน หรือจะการป้องกันูกฟรีคิกในเกมกับ โมนาโก , การยิงชนเสาอีกสองครั้งในช่วงครึ่งหลังในเกมกับ อาร์เซน่อล เวลามีเรื่องแบบนี้มันก็มักจะเป็น ซิตี้ ที่เสียผลประโยชน์เสมอถ้าเป็นในโลกคู่ขนาน ตอนนี้ทุกคนที่ซิตี้ จะมีรอยยิ้ม เพราะว่าทุกอย่างมันเข้าทาง พวกเขาจะเป็นจ่าฝูงและได้กำหนดดวงชะตาของตัวเอง ในการล่าแชมป์กับ เชลซี รวมยังคงไปนั่งรอลงเล่นในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ บางทีตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงต้องจัดทีมชุดสำรองลงเล่นในลีก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศกับ ยูเวนตุส ก็เป็นได้

แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ กวาร์ดิโอล่า ไม่เคยเจอมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงนี้ของฤดูกาล ข้อแตกต่างของที่นี่ก็คือ ประสบการณ์ของนักเตะที่เขาร่วมงานด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของการลุ้นแชมป์ที่มันแตกต่างกับทีมที่เขาเคยร่วมงานมาโดยสิ้นเชิง

สำหรับแฟน ๆ ของ ซิตี้ การพ่ายให้กับ อาร์เซน่อล ในรอบรองชนะเลิศของ เอฟเอ คัพ มันเป็นความเจ็บปวด หลับจากที่คิดว่า พวกเขาจะกลับมาแล้วหลังจากที่ ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0

ทีมกำลังอยู่ในสภาพที่ยอดเยี่ยม , มีฟอร์มการเล่นที่ดี นักเตะที่บาดเจ็บก็กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง มันจึงไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะแพ้ให้กับ อาร์เซน่อล และพลาดโอกาสเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศ

จริงอยู่ที่ ผู้ตัดสินนั้นทำได้ไม่ดี และพวกเขาต้องเสีย ดาบิด ซิลบา ไปจากอาการบาดเจ็บ และใช่ ที่ลูกยิงของ เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นั้นสมควรที่จะเป็นประตู

Raheem Sterling

อเกวโร่ กับ สเตอร์ลิ่ง ฉลองกันแล้ว ก่อนที่มันจะถูกยกเลิกโดยธงของ ไลน์แมน

แม้ว่าจะไม่มีโชค แต่แฟน ๆ ของซิตี้ ก็เชื่อว่าพวกเขาควรจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งจากผลที่เกิดขึ้นมันก็ทำให้เป็นเหมือนเรื่องจุกอกที่ยากจะยอมรับได้ เพราะมันทำให้เกิดความคิดต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการสมคบคิดของ เอฟเอ ที่ไม่แฟร์กับพวกเขา แต่คิดไปมันก็เท่านั้น

การคิดลบที่ส่งผลเสีย

เรื่องนีเป็นสิ่งสำคัญ ดั่งคำที่บอกว่าคิดอย่างใดก็ได้อย่างนั้น ในปีนี้มีสิ่งที่ชวนให้นักเตะ ซิตี้ คิดแบบนั้นมากมาย ทั้งการตัดสินใจที่ผิดพลาด , โชคที่ไม่เข้าข้าง และการทำแต้มตามหลัง มันเป็นเหมือนเหตุผลทางจิตวิทยา

เมื่อคุณแพ้มันก็จะมีความรู้สึกในใจของคุณว่า มันก็อาจจะเกิดขึ้นอีก การตัดสินที่ไม่เป็นใจจากกรรมการทำให้รู้สึกว่า เหมือนกับทั้งโลกเป็นศัตรูกับคุณ ซึ่งเมื่อมันเกิดอะไรแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า มันก็ย่อมส่งผลต่อผลงานของทีมอย่างแน่นอน

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มันก็จะเป็นปัญหากับการปิดเกม เกมที่ควรชนะก็กลายเป็นผลเสมอ ซึ่งรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ในเวลาต่อมา