ประวัติจุดเริ่มต้นแห่งสังเวียนลูกหนังโลก

แฟนบอลส่วนใหญ่อาจมีศรัทธาในสโมสร ,บางส่วนอาจไม่พอใจผลงานของทีม หรืออยู่เคียงข้างสโมสรในยามที่ทีมรักในตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย  แต่เชื่อว่าไม่มีใครสามารถทำลายหรือละทิ้งความเป็นมา รวมทั้งมนต์ขลังของสนามฟุตบอลที่ก่อตั้งและคงอยู่มาอย่างยาวนานได้  ไซมอน อิงลิส สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบสนามฟุตบอล รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจของสังเวียนแข้งจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมีความยิ่งใหญ่และความน่าสนใจแตกต่างกันไป 

คอบอลที่ได้ชมการถ่ายทอดฟุตบอลในยุคปัจจุบัน  จะได้เห็นความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของสนามกีฬา บวกกับวิวสวยๆจากการถ่ายภาพมุมสูง  บรรยากาศอันคึกคักของแฟนบอลจากบนอัฒจรรย์ รวมทั้งยังมีการเพิ่มเติมเทคนิคและแอนนิเมชั่นที่สวยงาม  ยิ่งเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับกีฬาชนิดนี้เข้าไปอีก

ทุกวันนี้สนามฟุตบอลได้กลายเป็นสถานที่ที่มากกว่าการเป็นแค่ศูนย์รวมแฟนบอลเท่านั้น เพราะหากย้อนไปดูวงการฟุตบอลช่วง หลังเหตุโศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโร ต่อเนื่องถึงช่วงปลายยุค 80 ก่อนก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรดาสื่อไม่ค่อยให้ความสนใจเกมในสนามมากนักเมื่อเทียบกับปัจจุบัน นอกจากจะมีเหตุการณ์ความรุนแรง  ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแฟนบอลอันธพาล หรือต้องการทำสารคดีเกี่ยวกับแฟนบอลเท่านั้น จึงเป็นที่สนใจของนักข่าว

Before the 1990s and the post-Hillsborough stadium revolution, very little media attention was paid to them at all

ย้อนไปในสมัยอดีต ตั้งแต่สมัยที่อาณาจักรกรีก และอาณาจักรโรมัน ครองความยิ่งใหญ่ มีการก่อสร้างสนามกีฬาขนาดยักษ์  แต่ก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของสนามฟุตบอล เท่าที่มีการสืบค้นข้อมูล น่าจะเพิ่งเกิดขึ้นในปี 1863 ที่มีการก่อสร้างสนามสำหรับเล่นฟุตบอลโดยเฉพาะ มีที่นั่งสำหรับนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทีม  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปในลักษณะเช่าสนามมากกว่า เพราะสถานที่รวมตัวของนักเตะที่แท้จริงคือสนามซ้อม หรือไม่ก็ตามสถานบันเทิง 

The 1872 FA Cup Final at the Kennington Oval

The 1872 final at the Oval: More top hats than rattles

ยุคเริ่มแรก คือ การเช่า : สนามฟุตบอลไม่ใช่สมบัติของทีม

แม้ว่ากีฬาฟุตบอลจะเติบโต และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงแรกเร่ิมต้องยอมรับว่า จำนวนผู้ชมฟุตบอล ยังเป็นรองกีฬาที่รากฐานยาวนานกว่าอย่างคริกเก็ต หรือกรีฑา  ฟุตบอลถ้วยน็อกเอาต์ เอฟเอ คัพ อังกฤษ ช่วงระหว่างปี 19872-1892 รอบชิงจะจัดที่ ดิ โอวาล ในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นสนามคริกเก็ตของทีมเซอร์เรย์ เคาน์ตี้ คริกเก็ต คลับ 

มีเพียงครั้งเดียวคือรอบชิงปี 1873  ไปดวลกันที่ ลีลลี่ บริดจ์  สนามแข่งคริกเก็ตและกรีฑาที่อยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ขณะที่สนามกรีฑาหลักที่ใช้จัดการแข่งขันบ่อยครั้งในยุคนั้นชื่อว่า สแตมฟอร์ด บริดจ์ และใช้ชื่อนี้จนถึงช่วงปี 1930 แม้ว่า  เชลซี จะใช้ชื่อเดียวกันนี้ตั้งชื่อเป็นรังเหย้าของตัวเองตั้งแต่ปี 1905 ก็ตาม

From 1872–92 all FA Cup finals took place at the Oval, the London home of Surrey County Cricket Club, with just one exception

ขณะเดียวกันเอฟเอ คัพ รอบชิงปี 1886 นัดรีเพลย์ระหว่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ กับ เวสต์บรอมวิช ซึ่งต้องมีเกมนัดแข่งใหม่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ ตัดสินใจเลือก เรซคอร์ส กราวด์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองดาร์บี้  แม้แรกเริ่ม เรซคอร์ส กราวด์ จะใช้เป็นสนามแข่งคริกเก็ต แต่ภายหลังทีมฟุตบอลดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก็ใช้สนามแห่งนี้เป็นรังเหย้าด้วยเช่นกัน ก่อนย้ายไปใช้ เบสบอล กราวด์ ในปี 1895 ซึ่งชื่อนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งสโมสรได้แรงบันดาลใจจากการได้ชมกีฬายอดนิยมของชาวอเมริกัน เมื่อครั้งที่ไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา

เกมลูกหนังอังกฤษ ได้รับความนิยมแบบต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเติบโตแบบก้าวกระโดด จากแฟนบอลที่เข้าไปชมเกมแค่ 2 พันเศษๆ เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 25,000 คน โดยเฉพาะเกมรอบชิงเอฟเอ คัพ ปี 1893 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกรีฑาแห่งหนึ่งย่านฟัลโลว์ฟิลด์  ในเมืองแมนเชสเตอร์ ได้สร้างสถิติใหม่ เมื่อมีรายงานระบุว่า แฟนบอลเข้าไปชมเกมนัดนั้นแบบถล่มทลายกว่า 45,000 คน ถึงขนาดที่ผู้ถือบัตรอยู่ในมือ กลับไม่ได้นั่งในที่ของตัวเอง 

The 1893 FA Cup Final in Fallowfield, Manchester

The 1893 final: Putting the "FA" into "Fallowfield"

ศูนย์รวมแฟนบอล : ยุคสร้างสนามของตัวเอง

สนามฟุตบอลที่แต่ละทีมต้องการคือ การออกแบบที่เป็นมืออาชีพ,ความสมบูรณ์แบบ และการผสมผสานที่ลงตัว เป็นสิ่งที่ต้องคำนึกถึงในการก่อสร้างสนามฟุตบอลโดยเฉพาะในช่วงปี 1890-1914 ข้อแรก สโมสรต้องมีบริษัทที่รับผิดชอบ และได้รับอนุญาติจากสภาเมืองให้มีการสร้างสนามฟุตบอล นอกจากนี้ทีมในอังกฤษยังโชคดีที่ประเทศแห่งนี้มีอุตสาหกรรมเหล็ก คอนกรีต ที่สามารถหาซื้อได้ภายใน เป็นการลดต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง และสิ่งสำคัญอีกข้อคือในปี 1985 เอลลิสัน บริษัทแห่งหนึ่งในเมืองซัลฟอร์ด มีแนวคิดสำคัญในการนำกลไกการตลาดเข้ามาประยุกต์ใช้ในการหารายได้เข้าสโมสร   ขณะที่รูปแบบเดิมเป็นเพียงแค่เก็บเงินจากค่าผ่านประตูเท่านั้น

In 1895 a new form of turnstile came onto the market: the Ellison ‘Rush Preventive’

แม้แนวทางนี้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบมากนักในยุคแรก  แต่ถือเป็นจุดเริ่มที่ทำให้สโมสรหาวิธีสร้างรายได้ เพื่อนำมาต่อยอดความสำเร็จให้กับทีม ไม่ใช่แค่การถือเงินเก็บไว้เท่านั้น แต่ถือเป็นการสร้างแรงขับในการนำเม็ดเงินไปพัฒนาสนามของตัวเองให้ก้าวทันยุคสมัย  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กูดิสัน ปาร์ค ของเอฟเวอร์ตัน ในช่วงก่อนยุคปี 1890 ,วิลลา ปาร์ค ของแอสตัน วิลลา รวมทั้ง 3 สนามยักษ์ใหญ่ของเมืองกลาสโกว์ ในสกอตแลนด์ทั้ง ไอบรอกซ์ ปาร์ค, แฮมป์เดน ปาร์ค และเซลติก ปาร์ค 

1898: The Mayor of Southampton opens The Dell

1898: The Mayor of Southampton opens The Dell

โปรเจกต์ยักษ์และความสง่างาม

1 ในบุคคลสำคัญที่มีส่วนออกแบบและสร้างสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ของโลกคือ อาร์ชิบัลด์ ลีทช์ สถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญการออกแบบสนามฟุตบอลอันดับต้นๆของโลก ชายชาวสกอตต์ผู้นี้คือคนออกแบบสนามไฮก์บิวรี ของอาร์เซนอล ในปี 1913 

นอกจากนี้ ลีทช์ ยังมีส่วนร่างแผนก่อสร้างสนามฟุตบอลอีกมากมาย  รวมถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด รังเหย้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดใช้ในปี 1910 

แต่ไม่ใช่ว่าทุกสนามจะสามารถก้าวเป็นสังเวียนระดับโลกได้ บางสนามอาจมีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่ หรือแม้กระทั่งอุปสรรคด้านการเงิน แต่บางแห่งก็ข้ามผ่านข้อจำกัดเหล่านี้ โดยทดแทนด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัฒจรรย์,หลังคา หรือรูปทรงของสนาม อาทิ คราเวน คอจเทจ ของฟูแลม,โมลินิวซ์ กราวด์ ของวูล์ฟแฮมตัน รวมทั้ง เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของนิวคาสเซิล 

1913: The King and Queen inspect Leitch's Goodison work

1913: The King and Queen inspect Leitch's Goodison work

การมีสนามของตัวเอง มีเรื่องต้องคำนึกถึงอีกหลายปัจัย ทั้งขนาดความจุ,การใช้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ตัวอย่างของการพัฒนาสนามไฮก์บิวรีของอาร์เซนอล ในช่วงปี 1930  ทีมงานสถาปนิกฉีกกรอบแนวคิดด้วยการออกแบบให้อัฒจรรย์มีความกว้างขวาง  แต่กว่าโปรเจกต์นี้จะทำได้จริงต้องรอถึงช่วงปี 1960 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการต่อเติมอัฒจรรย์ฝั่งยูไนเต็ด โรด สแตนด์ ในปี 1965 จุแฟนบอลได้ถึง 10,000 ที่นั่ง ถือเป็นสโมสรฟุตบอลทีมแรกทีจัดไว้เฉพาะสำหรับแฟนบอลวีไอพี  ทำให้โอลด์ แทรฟฟอร์ด กลายเป็นสนามฟุตบอลที่มีการออกแบบทันสมัยมากที่สุดในยุคนั้น 

A grand plan: Highbury's matching West and East Stands

A grand plan: Highbury's matching West and East Stands

อนุรักษ์นิยม กับแนวคิดสมัยใหม่

อัฒจรรย์ใหม่ของแมนฯยู ปกคลุมด้วยหลังคาที่ทอดเป็นแนวยาว ส่วนแถวเก้าอี้ที่นั่งมีความกว้างขวาง   แม้ในช่วงแรกอาจดูคล้ายสนามอื่นๆที่เป็นแนวอนุรักษ์นิยมแบบเดิม กระทั่งในปี 1958 ปีศาจแดงมีการก่อสร้างหลังคาเพิ่มเติม ทำให้โรงละครแห่งความฝัน เป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกของอังกฤษที่มีหลังคา แม้หลายทีมในฝรั่งเศส ,เยอรมัน และอิตาลี จะมีสนามในลักษณะนี้มาก่อนนานแล้วก็ตาม 

British football’s unwillingness to invest in high-calibre facilities paid its toll

ในอดีต วงการฟุตบอลสหราชอาณาจักร อาจไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องการรักษาความปลอดภัยมากนัก เนื่องจากทำให้งบประมาณบานปลาย กระทั่งเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในวงการลูกหนังที่โบลตัน ในปี 1946  มีผู้เสียชีวิต 33 คน,เหตุการณ์ที่ไอบรอกซ์ ในสกอตแลนด์ปี 1947 มีแฟนบอลเสียชีวิต 66 คน,เหตุการณ์ที่แบรดฟอร์ด ในปี 1985 มีผู้เสียชีวิต 56 คน รวมทั้งโศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโรในปี 1989 มีผู้เสียชีวิตทั้งในสนามและเสียชีวิตในภายหลังรวมสูงถึง 96 คน จนทุกฝ่ายต้องกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ สอดคล้องกับอธิบดีผู้พิพากษา ที่สอบสวนเหตุการณ์ครั้งนั้น ระบุว่าโศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโร เป็นการฉุดวงการฟุตบอลอังกฤษให้ถอยหลัง แทนที่จะเดินหน้าสู่ยุคใหม่ แม้บางคนจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นนี้  แต่ก็ได้ทำให้สนามฟุตบอลในอังกฤษเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  ทุกสโมสรปรับเปลี่ยนอัฒจรรย์เป็นที่นั่งทั้งหมด  

Behind the curve: Scunny's groundbreaking roof

Behind the curve: Scunny's groundbreaking roof

หากมีคนตั้งคำถามถึงความแตกต่างระหว่าง สนามกีฬา กับ สนามฟุตบอล ในความเห็นของผู้เขียน สนามกีฬา คือองค์รวมที่เน้นความสมบูรณ์แบบ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะที่สนามฟุตบอล เป็นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่เสมอ  ไม่สามารถวางแผนก่อนหน้าได้  ตัวอย่างเช่น เวมบลีย์ สามารถเรียกได้ว่าเป็นสนามกีฬาได้อย่างเต็มปาก ขณะที่ แอนฟิลด์ หรือ วิลลา ปาร์ค และอีกหลายสนาม เป็นเพียงแค่สนามฟุตบอลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้งในวันข้างหน้า 

Simon Inglis เป็ร บก. จาก the Played in Britain series (www.playedinbritain.co.uk) และได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวสถาปัตยกรรมของสนามฟุตบอลมากมาย, รวมถึงสนามฟุตบอลในสหราชอาณาจักรและหลายแห่งทั่วยุโรป

#FFT100STADIUMS ซีรี่ย์ 100 สุดยอดสังเวียนแข้งจากทุกมุมโลก