ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม : 6 สุดยอดเกมยุโรปที่แฟนบอลรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จัก

FFT รวบรวม 6 สุดยอดเกมศึกยุโรปรุ่นเก่า ที่แฟนบอลน้อยคนนักจะรู้จักว่าเคยมีศึกสุดยิ่งใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้นในอดีต…

1. บูดาเปสต์ ฮอนเวด  3-3 แอธเลติก บิลเบา (20 ธันวาคม 1956)

เกมนัดชิงชนะเลิศที่เต็มไปด้วยเรื่องดราม่าก่อนเกมที่สุดครั้งหนึ่งในพงศาวดารยุโรปเกิดขึ้นในช่วงแรกๆของถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ

โดยตอนนั้น ฮอนเวด ที่กำลังโด่งดังหลังมีขุนพลทีมชาติ ฮังการี นำโดย เฟเรนซ์ ปุสกัส, ซานดอร์ ค็อกซิส และ โซลตัน คซิบอร์ เป็นหัวใจของทีม กำลังเผชิญปัญหาการปฏิวัติในประเทศ ทำให้พวกเขาทั้งหมดต้องไปแข่งนัดชิงฯ กับ บิลเบา ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงครอบครัวและคนรักมากๆ

สุดท้ายทัพจากฮังการี แพ้ในบ้านของ บิลเบาไป 2-3 และเกมในบ้านของ ฮอนเวด ถูกโยกมาเตะที่ เบลเยี่ยม แทน

เกมนัดที่สองนั้น เหล่าดาวดังของทีมต่างโชคร้ายได้รับบาดเจ็บระหว่างแข่งกันหมด ไม่ว่าจะเป็น คซิบอร์ ที่เจ็บสะโพก หรือนายประตูมือหนึ่งที่เจ็บหนักจนต้องหามออก ทำให้พวกเขาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนในสนาม พร้อมกับไม่ได้ใช้นายทวารอาชีพในการเฝ้าเสา

สุดท้ายสกอร์ออกมาที่ 1-3 ทว่าเมื่อหมดเวลา ผลออกมาที่ 3-3 หลังจากที่ ฮอนเวด สู้สุดหัวใจเพื่อลุ้นไปเพลย์ออฟใหม่ แต่ว่ามันก็ไม่เพียงพอ

2. เบนฟิก้า 5-3 เรอัล มาดริด (2 พฤษภาคม 1962)

นี่คือเกมนัดชิงชนะเลิศที่ดีที่สุดเกมหนึ่งตลอดกาลในฟุตบอลยุโรป เพราะว่ามันมีทั้งความสนุก ตื่นเต้น และตำนานที่ไม่มีวันจบ

โดยเกมนี้เป็นการพบกันระหว่าง “จ้าวยุโรป” อย่าง เรอัล มาดริด ที่ตอนนั้นคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มาได้แล้วถึง 5 สมัยกับ ยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกส อย่าง เบนฟิก้า

เริ่มเกมมานั้น “ราชันชุดขาว” นำ “เหยี่ยวลิสบอน” ก่อนไปถึง 2 ลูก ก่อนที่ เบนฟิก้า จากฮึดตีเสมอได้ ทว่าก่อนจบครึ่งแรกนั้น เฟเรนซ์ ปุสกัส ยิงประตูที่ 3 ของตัวเองให้ มาดริด พลิกนำ 3-2

อย่างไรก็ตาม เหนือ ปุสกัส ยังมี ยูเซบิโอ และ ผองเพื่อน เมื่อพวกเขาช่วยกันยิง 3 ประตูให้ทีมดังแห่งฝอยทอง พลิกกลับมาชนะ 5-3 พร้อมกับได้แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ จน “เสือดำแห่งโมซัมบิก” โดนแฟนๆที่วิ่งลงมาในสนามอุ้มชูรอบๆสังเวียนเลยทีเดียว

และนั่นคือแชมป์ระดับทวีปครั้งสุดท้ายของ เบนฟิก้า

3. เรอัล มาดริด 3-3 แมนฯ ยูไนเต็ด (15 พฤษภาคม1968)

แม้จะมีขุนพลระดับ จอร์จ เบสต์, เดนิส ลอว์ และ บ็อบบี้ ชาล์นตัน ในทีม ทว่า ยูไนเต็ด ก็ยังดูเป็นรอง มาดริด อยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามเกมเลคแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั้น เบสต์ ก็ยิงประตูชัยช่วยให้ทีมชนะ 1-0

อย่างไรก็ตามเกมที่ 2 ที่ ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว นั้น “ราชันชุดขาว” พลิกสถานการณ์กลับไปนำ 3-1 ซึ่งหากจบลงตรงนี้ ทีมดังแห่งสเปน จะเข้ารอบ

ทว่า “ปีศาจแดง” ก็ไม่ยอมตาย เมื่อจัดการยิง 2 ประตูรวดในช่วง 5 นาที จนทีมเข้ารอบชิงฯได้สำเร็จ

ก่อนที่พวกเขาจะไปไกลถึงแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์