ปริศนาปีศาจแดง: ฟาน ฮาล กับแท็กติกใช้งาน ดิ มาเรีย

นักเตะเจ้าของสถิติค่าตัวแพงสุดในสโมสรถูกจับไปเล่นตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคยในเกมกับเซาท์แธมป์ตัน แต่หวังว่ากุนซือดัตช์จะไม่วางแท็กติกพลาดซ้ำสอง 

แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกได้ 2 เกมติดกันหลังจากพลาดท่าพ่ายให้กับเซาท์แธมป์ตันคารังโอลด์แทร็ฟฟอร์ด แต่แฟนบอลยังข้องใจแท็กติกของฟาน ฮาล กับการวางตำแหน่งของอังเคล ดิ มาเรีย ในระบบ 3-5-2 ที่ทำให้ฟอร์มของมิดฟิลด์ตัวเก่งที่เคยเป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวหลักของเรอัล มาดริด ยังสับสนกับตำแหน่งและฟอร์มการเล่นของตัวเองจนถึงทุกวันนี้

เรื่องง่ายๆ (เกินไปมั้ย) 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคุ้นเคยกับการเล่นเกมบุกเร็ว ไม่เน้นการครองบอลเหมือนอาร์เซนอลหรือบาร์เซโลนา และนอกจากยุคของคริสเตียโน่ โรนัลโด้แล้วเราก็ไม่ค่อยจะได้เห็นปีศาจแดงเล่นบอลบุกสวนกลับเร็วกันบ่อยนัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเป็นทีมที่คุมเกมและพาบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำเกมบุกกดดันไปถึงเส้นหลังประตูคู่แข่ง

แต่ระยะหลังเราไม่ค่อยได้เห็นแมนฯ ยูไนเต็ดเล่นสไตล์นั้นอีกเลย สิ่งที่เราได้เห็นกันคือการเล่นแบบตีหัวเข้าบ้านแบบบุกตุ้บๆ ตั้บๆ แล้วเป็นประตูที่มาแทนการสร้างเกมกลางสนามที่ขาดหายไปจากเกม และถ้านับโอกาสยิงประตูในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ดก็กลายเป็นเพียงทีมดาดๆ กลางตารางเท่านั้น สิ่งที่ปีศาจแดงต้องการคือการขับเคลื่อนเกมที่ดี และอาจจะแถมด้วยการเปลี่ยนระบบการเล่นอีกนิดก็อาจจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้

แต่ที่น่าตกใจมากกว่าก็คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่มีรูปแบบการเล่นเอื่อยเฉื่อยเรื่อยเปื่อยไปได้อย่างน่าแปลกใจ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ยืนหน้าไม่ค่อยได้ขยับไปเล่นบอล แต่ยืนทื่อรอบอลหน้าประตู ในขณะที่เวย์น รูนีย์ ก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มร้อนแรงเหมือนกับช่วงพีคที่ผ่านมา

สำหรับ ฮวน มาต้า ที่ถูกขายออกมาจากเชลซีเพราะเล่นไม่เข้ากับระบบบอลเร็วของโชเซ่ มูรินโญ่ แม้จะสามารถมีส่วนร่วมในเกมด้วยการยิงประตูและจ่ายแอสซิสต์ในการเล่นให้กับปีศาจแดง แต่มาต้า ก็ไม่สามารถเปลี่ยนการครองบอลกลางสนามเป็นการดันเกมบุกขึ้นไปทำประตู

Chances are harder to come by for an ageing Van Persie these days

ยิ่งกว่านั้น การต้องขาดแดนนี่ เวลเบ็ค และชิชาริโต้ ที่ย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์ ทำให้ยูไนเต็ดขาดนักเตะที่มีความเร็วให้เลือกใช้ลงสนาม ก่อนหน้านี้ ชิชาริโต้ เคยยืนกลางสนามถัดจากแนวรับ ในขณะที่นักเตะสารพัดประโยชน์อย่างเวลเบ็ค ทำให้เขาสามารถฉีกออกไปเล่นปีกและสร้างเกมบุกเฉียบขาดจากริมเส้นได้ แม้เวลเบ็คจะชอบเล่นกลางสนามมากกว่าก็ตาม

นานี่ และ ชินจิ คากาวะ ที่เป็นนักเตะที่เร่งเกมบุกได้รวดเร็วก็ย้ายออกจากทีมไปแล้ว เหลือเพียงแอชลีย์ ยัง และอันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่เหลือให้เลือกใช้ในตำแหน่งเกมรับลึกๆ ส่วนราดาเมล ฟัลเกา ตั้งแต่ย้ายเข้ารังโอลด์แทร็ฟฟอร์ดในช่วงซัมเมอร์ก็ดูไม่เฉียบขาดเท่าช่วงฟอร์มสวยกับทีมเก่า อั๊ดนาน ยานาไซ ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนาม ยังดีที่ไม่ถูกปล่อยตัวให้ทีมอื่นยืมไปใช้งาน

ปีศาจไร้ปีก

นั่นหมายความว่าเหลือนักเตะเพียง 2 คนที่จะดันเกมบุกเร็วให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนแรกคือเจมส์ วิลสัน ที่เร็วแต่ยังอ่อนเกินไป แม้จะไม่มีปัญหาเรื่องความสามารถในการจบสกอร์ แต่การขยับหาตำแหน่งและความสามารถในการเชื่อมเกมบุกยังไม่เป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่นัก และน่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสะสมประสบการณ์เละสร้างสรรค์เกมริมเส้นได้

อีกคนหนึ่งคืออังเคล ดิ มาเรีย ที่ถูกฟาน ฮาล จับไปยืนหน้าในเกมกับเซาท์แธมป์ตัน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มิดฟิลด์อาร์เจนไตน์ไม่ถนัด 

ดิ มาเรีย โดดเด่นในการใช้ความเร็วเอาบอลขึ้นมาจากกลางสนาม ความสามารถในการลากบอลขึ้นมาจากเกมรับเข้าหาประตู รับบอลจากแนวรับและใช้ความเร็วพลิกบอลเข้าหาประตู แต่ในเกมกับเซาท์แธมป์ตัน ดิ มาเรีย กลับถูกจับไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่สามารถใช้สปีดเล่นบอลได้เลย

ความเร็วของดิ มาเรีย จะเป็นประโยชน์ในตำแหน่งที่ต้องขึ้นไปยืนสูงในแดนหน้าก็เพียงแค่ในจังหวะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นเกมสวนกลับเร็ว ถ้าเปรียบเทียบการเล่นในเกมที่แพ้เซาท์แธมป์ตันกับเกมที่เอาชนะควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

การขาดความเร็วในเกมบุก จะเห็นได้จากสถิติการเข้าตัดบอล นักเตะยูไนเต็ดสามารถเอาบอลผ่านแนวรับของคู่แข่งได้เพียง 8 ครั้งเท่านั้น โดย 5 ใน 8 ครั้งเป็นการเลี้ยงลุยของอันโตนิโอ วาเลนเซีย 

และนั่นเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อเปรียบเทียบกับเกมของเชลซีในเกมเยือนเซาท์แธมป์ตัน ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ทำเกมบุกแแรงกว่า และแม้เชลซีจะไม่สามารถเอาชนะนักบุญได้ แต่เกมบุกของเชลซีก็สามารถกดดันเกมรับของเซาท์แธมป์ตันเกือบตลอดครึ่งหลังของเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลากบอลเข้าหาประตูของเอเด็น อาซาร์ 

ดิ มาเรีย ควรจะเล่นเหมือนเอเด็น อาซาร์ แต่อาจจะขยับมาตรงกลางสนามอีกนิดหน่อย เขาควรจะเป็นคนสร้างเกม ถึงแม้จะเลี้ยงบอลไม่ค่อยผ่านแนวรับแต่การใช้ความเร็วดันเกมบุกขึ้นไปถึงหน้าประตูอย่างรวดเร็วก็เป็นสไตล์ฟุตบอลที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดอยากเห็นในสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

อังเคล ดิ มาเรีย จะต้องเป็นคนกำหนดความเร็วและจังหวะของเกม ที่จะกลายเป็นการกำหนดจังหวะของกองเชียร์บนอัฒจรรย์ การไม่มี ดิ มาเรีย ในตำแหน่งมิดฟิลด์ ทำให้เกมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอืดลงไปอย่างเห็นได้ และปล่อยเวลาให้คู่แข่งมีโอกาสกลับลงไปตั้งเกมรับหน้าประตูได้ก่อนที่ปีศาจแดงจะทำเกมบุกขึ้นไปถึงกรอบประตูเสียอีก

การเปลี่ยนตำแหน่งและระบบการเล่นอาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ตำแหน่งของดิ มาเรีย เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญกับรูปเกมบุก ค่าตัว 89 ล้านปอนด์ของดิ มาเรีย เป็นการควักกระเป๋าซื้อสิ่งที่นักเตะคนอื่นไม่มีให้ปีศาจแดง: ความเร็ว 

และนั่นเป็นสิ่งที่ หลุยส์ ฟาน ฮาล จะต้องเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ในเกมบุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าจะหวังลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลถัดไป