Talentspotter

ปริญญ์ กุญชร แข้งหนึ่งเดียวจาก T4 ในศึก M-150 คัพ

จากอดีตที่ต้องพบแต่ความผิดหวังหลังเลือกเดินบนถนนลูกอันเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ ณ เวลานี้เขาคือหนึ่งในขุมกำลังช้างศึกตัวใหม่ที่กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ… 

We are part of The Trust Project What is it?

กว่าจะก้าวมามีวันนี้เขาต้องเจออะไรบ้าง อุปสรรคหนักหนาสาหัสขนาดไหน และอะไรที่นำพาเขามาสู่จุดที่เขาเองก็ไม่เคยวาดฝันมาก่อน ติดตามเรื่องราวชีวิตที่เข้มข้น และเจาะลึกของ ปริญญ์ กุญชร ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี คนใหม่ได้ที่นี่

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

กิตติธัช ศรีสุข

เรื่องเล่า 60 วิ

เดิมทีนายด่านดาวรุ่งรายนี้มีพื้นเพเป็นคนเมืองหลวง แต่เขาต้องย้ายตามพ่อ และแม่ไปอยู่ เชียงใหม่ ตั้งแต่เด็กด้วยเหตุผลเรื่องงาน

ปริน เริ่มเล่นฟุตบอลจากการที่พ่อ และแม่มักติดงานจนไม่มีเวลามารับเขาที่โรงเรียนทำให้ตัดสินใจสมัครเข้าชมรมฟุตบอลของโรงเรียนวชิรวิทย์ โดยเริ่มจากตำแหน่งฟูลแบ็ค ก่อนที่ต่อมาจะถอยมารับบทผู้รักษาประตูหลังมีเกมอุ่นเครื่องนัดหนึ่งประตูของทีมเกิดป่วยกะทันหันทำให้เขาถูกส่งเลนไปเล่นตำแหน่งนี้แทน และทำได้ดีเสียด้วยจนยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูไปโดยปริยาย ก่อนที่ต่อมาจะพัฒนาฝีเท้าจนมีชื่อติดเป็นตัวแทนทีมจังหวัดเชียงใหม่ไปแข่งรายการ ไพรม์มินิสเตอร์ คัพ ถึง 2 ครั้ง

หลังจากนั้นเขาตัดสินใจหอบสตั๊ดมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อโอกาสก้าวสู่นักฟุตบอลอาชีพ และนั่นคือจุดเริ่มต้นกับการผจญภัยบนถนนลูกหนังของเขาที่ต่อมาได้ผ่านร้อนผ่านหนาวจนกลายเป็นหนึ่งในขุนพลช้างศึกชุดลุย M-150 คัพ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในเวลานี้

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

จริงๆแล้วเขาเกือบไม่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพด้วยซ้ำ เพราะต้องเจอมรสุมชีวิตจนแทบจะถอดใจ และหันหลังให้สิ่งที่เขารัก....

ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เล่น เราเพิ่งได้เตะบอลถ้วย ก่อนเกมที่เจอ แบงค็อก ผมนอนไม่หลับเลยนะ

เส้นทางของ ปริน เริ่มจากการที่ตัดสินใจพักเรื่อนเรียน และหันไปเล่นฟุตบอลอาชีพแบบจริงจังกับ พะเยา เอฟซี โดยนั่งตำแหน่งผู้รักษาประตูมือสามที่เขาไม่เคยมีโอกาสลงสัมเกมเลยตลอด 2 ปีแรกที่อยู่ที่นั่น ก่อนที่ปี 2015 สิ่งที่เขารอคอยก็มาถึง พะเยา เอฟซี เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งสตาฟฟ์โค้ช และนักเตะ ทำให้เขามีโอกาสลงเฝ้าเสามากขึ้น และยึดตำแหน่งมือหนึ่งได้ในเวลาต่อมา โดยลงสนามเกือบทุกนัด มีเพียง 2 เกมเท่านั้นที่เขาไม่ได้ลงเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ

หลังโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบจนเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนายด่านดาวรุ่งดวงใหม่ทำให้มีหลายสโมสรเริ่มติดต่อเข้ามาทั้งทีมเล็กทีมใหญ่ ก่อนสุดท้ายจะเป็น ราชบุรี เอฟซี ที่ได้ตัวเขาไปร่วมทัพ ปรินย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของ “ราชันมังกร” อนาคตของเขากำลังไปได้สวย…

“เข้าไปในห้องแต่งตัวผมกัดดันมากๆ” ปริน เล่าบรรยากาศในวันที่ก้าวเท้าสู้สโมสรราชบุรีเป็นครั้งแรก “เจอแต่นักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ทั้งนั้น เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส อย่างงี้ ตัวผมสั่นไปหมดเลย ตอนนั้นก็ลุ้นนะขอให้มีชื่อเป็น 1 ใน 20 คน เพราะจะได้มีชุดแข่งของตัวเอง คือยังไม่คิดอะไรมาก แค่อยากขอแค่ได้เสื้อมาเป็นของเราเท่านั้น”

เขาได้โอกาสลงสนามในบอลถ้วยเพียงนัดเดียว แถมเป็นเกมที่ “ราชันมังกร” แพ้ทีมเล็กอย่างจันทบุรี เอฟซี ซึ่ง ปริน ถูกเจาะตาข่ายไปถึงสองเม็ด เมื่ออนาคตเริ่มไม่มั่นคงทำให้ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ต้นสังกัดเก่าอย่าง พะเยา เอฟซี อีกครั้ง ในปี 2017 แต่เขาต้องเผชิญช่วงเวลาย่ำแย่ที่สุดในชีวิต…

เดิมทีการบอกลาลีกสูงสุดเพื่อมาเล่นลีกที่ต่ำกว่าว่ายากแล้ว แต่เขากลับต้องเจอปัญหาใหญ่ซ้ำเติมเข้าไปอีก เมื่อ พะเยา ประสบภาวะทางการเงินทำให้ต้องโละนักเตะกว่าครึ่งทีมตั้งแต่ก่อนจบเลกแรกรวมถึงตัวของ ปริน ด้วย แม้ว่าจะลองติดต่อขอทดสอบฝีเท้ากับสโมสรไหนก็ล้วนถูกปฏิเสธทั้งสิ้น ชีวิตเขาเคว้งคว้างมองไม่เห็นอนาคต เพราะเวลานั้นก็ยากที่จะหาทีมเล่นจึงตัดสินใจเลือกกลับไปเรียนพร้อมทำงานพาร์ททาร์มไปด้วย ขณะนั้นเองเหมือนโชคชะตาเริ่มเข้าข้าง เจแอล เชียงใหม่ สโมสรที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวด้วยนโยบายใช้แข้งท้องถิ่นได้เรียกเขาไปทดสอบฝีเท้า ก่อนที่เขาจะได้กลับมาอยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักอย่างฟุตบอลอีกครั้ง ปริน เริ่มต้นจากผู้รักษาประตูมือสาม แต่ความมุมานะที่ฝึกพิเศษมากกว่าคนอื่นทำให้ค่อยๆพัฒนา และได้ประเดิมสนามนัดแรกช่วยทีมเอาชนะ ปากน้ำโพธิ์ ไป 5-0 ซึ่งหลังจากนั้นก็ยึดมือหนึ่งยาวแถมเก็บคลีนชีทติดต่อกันถึง 4 เกมในลีก อีกยังช่วยให้เชียงใหม่เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 ได้สำเร็จ แต่ไฮไลท์สำคัญอยูที่เกมช้างเอฟเอ คัพ รอบ 4 ทีมสุดท้ายที่เขา และเพื่อนร่วมทีมกลายเป็นม้ามืดผ่านเข้าไปพบกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

“ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เล่น เราเพิ่งได้เตะบอลถ้วย ก่อนเกมที่เจอ แบงค็อก ผมนอนไม่หลับเลยนะ มีซ้อมจุดโทษด้วยคอยดูวิธีการยิงขอโจโจ้(เจซีย์ จอห์น) กับ บอสโก้(ดราแกน บอสโควิช) ด้วยเพราะแอบลุ้นว่าเราจะยันเสมอในเวลาได้” ทว่าสุดท้ายพวกเขาต้องพ่ายยักษ์ใหญ่เมืองหลวง 0-3 ตกรอบในที่สุด

ดวลเดือดกับดาวซัลโวไทยลีกปีล่าสุด

แม้ต้องผิดหวังจากบอลถ้วย แต่ฟอร์มการเล่นของเขาไปเตะตา วรวุธ ศรีมะฆะ ผู้ช่วยกุนซือช้างศึกU23 ที่เข้ามาดูเกมในวันนั้น ก่อนที่อีกไม่กี่วันถัดมา เริ่มมีกระแสว่า ปริน มีชื่ออยู่ในแคนดิเดทช้างศึกชุดลุย M-150 คัพ และมันก็เป็นจริงเมื่อต่อมาถูก โซรัน ยานโควิช เรียกไปติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เป็นที่เรียบร้อย

จุดแข็ง

แม้จะสูงเพียง 178 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเล็กมากสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่เขาก็ทดแทนด้วยปฏิกิริยาที่ฉับไวเข้ามาอุดข้อบกพร่องของตัวเองเป็นอย่างดี

จุดอ่อน

จังหวะตัดลูกกลางอากาศ อาจต้องเพิ่มประสบการณ์ และความกล้าที่จะตัดสินใจอีกนิดเพื่อผลงานที่ดีขึ้น

รู้หรือไม่

ครั้งหนึ่งเขาเคยเกือบเป็นนักเตะของ เชียงราย ยูไนเต็ด มาแล้ว

เชียงราย ยูไนเต็ด เคยเรียกเขาไปทดสอบฝีเท้า แต่ ปริน กลับทำสิ่งที่ทำให้ “บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช นายใหญ่ “กว่างโซ้ง” ไม่พอใจอย่างแรง

“ตอนนั้นผมย้อมผมเป็นสีทองไปคัดตัวกับเชียงราย พอไปถึง “บิ๊กฮั่น” ก็มาเห็นเขาก็บอกไม่ชอบเลยจะให้ผมไปย้อมกลับเป็นสีดำ ไอ้เราก็คิดในใจว่าเราแค่มาทดสอบยังไม่ใช่นักเตะของทีมเสียหน่อยทำไมต้องไล่ไปย้อมแบบนี้ก็เลยเซ็งๆหนีกลับบ้านซะเลย”

“แต่พอถึงบ้านวันนั้นพ่อกับแม่ด่าผมยับเลยครับ(ฮา)”

ติดตามตอนต่อไป

จากวันนั้นถึงวันนี้เขาบอกกับตัวเองมาตลอดว่าโอกาสในทีมชาติเป็นเพียงเส้นขนาดบนชีวิตลูกหนังของเขา ทว่าวันนี้ ปริน กลับมายืนอยู่ในจุดที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

“ผมว่ามาไกลมากนะจุดสูงสุดเลยก็ว่าได้ ตอนนี้ผมไม่เสียใจแล้วไม่ว่าจะติดหรือไม่ติด เพราะมันคือกำไรชีวิตแล้ว”

“ผมว่ามันถึงฝันในระดับหนึ่งเลย แต่มันยังไม่ถึงที่สุด ผมหวังจะเล่นทีมชาติสักเกมหนึ่งมันคงจะเป็นฝันที่สุดของเราจริงๆ ในทีมผมอาจจะยังเป็นรองทุกคนอยู่ แต่มีสิ่งเดียวที่จะสู้ได้คือใจ คิดแค่ขอทำให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ”