ปรมาจารย์ศาสตร์ลูกหนัง : 50 อันดับผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2017 อันดับที่ 30-26

FFT จัดอันดับ 50 ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2017 ในลำดับที่ 30-26 จะมีใครบ้างติดตามได้ที่นี่

30. เอร์เนสโต บัลเบร์เด้

สโมสร : บาร์เซโลนา
สัญชาติ : สแปนิช

อย่างที่รู้กันว่านี่คือกุนซือใหม่ถอดด้ามแห่งแคมป์บาร์เซโลนา ซึ่งแน่นอนว่างานของเขาในฤดูกาลหน้าจะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ โดยแม้ว่าจะยังไม่ทันได้เริ่มงาน แต่เจ้าตัวก็เริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลแล้วว่าไม่เหมาะสมกับทีมเนื่องจากเขาแทบจะยังไม่เคยพิสูจน์ตัวเองกับทีมใหญ่เลยสักนิด ทว่าหากดูจากประวัติของเขาก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะล้มเหลวมาก่อน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กุนซือชาวสเปนรายนี้สามารถพาเอสปันญอลผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จ ขณะที่หลังจากนั้น เขาก็พาโอลิมเปียกอสคว้าแชมป์ลีกได้ 3 สมัยด้วยกัน และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานแห่งวงการลูกหนังยกให้เขาเป็น 1 ในกุนซือที่มีแววรุ่งของวงการ โดยบัลบาร์เด้ เป็นเฮดโค้ชที่ฉลาดในการเลือกแทคติค แถมยังเป็นคนที่มีจิตใจนักสู้อีกด้วย

สำหรับผลงานของบัลบาร์เด้กับ แอธเลติก บิลเบานั้น ก็คือการพาทีมทะลุเข้าไปเล่นฟุตบอลยุโรปมาเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันแล้ว แถมเขายังพาทีมคว้าแชมป์ ซูเปอร์โกปา ไปเมื่อปี 2015 ซึ่งนับเป็นถ้วยแรกในรอบ 31 ปีของทีมอีกด้วย แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช้ความสำเร็จที่ใหญ่โตนักเมื่อเทียบกับกุนซือชื่อดังรายอื่นๆ แต่สำหรับแฟนๆ ของบิลเบา นี่คือยอดกุนซือในสายตาพวกเขาแน่นอน และวันนี้ บัลเบร์เด้ก็มีโอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้นแล้ว

Ernesto Valverde

29. จิโอวานนี่ ฟาน บรองก์ฮอร์ส

สโมสร : เฟเยนูร์ด

สัญชาติ : ดัตช์

Giovanni van Bronckhorst

ย้อนกลับไปเมื่อปลายฤดูกาล 2014/15 ผู้อำนวยการสโมสรเฟเยนูร์ดจำต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญมากๆ เรื่องหนึ่ง คือการดันเอา 1 ใน 2 ผู้ช่วยผู้จัดการทีมไฟแรงขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชของทีม ซึ่งในตอนนั้น ตัวเลือกทั้ง 2 คนนี้ก็คือ ฌอง ปอล ฟาน กาสเท่น และ จิโอวานนี่ ฟาน บรองก์ฮอร์สต์

ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นอดีตแข้งบาร์เซโลนา ที่ได้รับเลือกให้นั่งแท่นกุนซือเฟเยนูร์ดในเวลานั้น สำหรับสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวได้ตำแหน่งนี้ ก็เพราะเขามีประสบการณ์ในฟุตบอลระดับท็อปพร้อมทั้งยังสามารถถ่ายทอดสู่ลูกทีมได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่อดีตแข้งรายนี้แขวนสตั๊ด เขาก็ลงเล่นเกมเทสทิโมเนียลที่สโมสรแห่งนี้ พร้อมกับกล่าวข้อความสั้นๆ ที่ติดตรึงใจแฟนบอลมาถึงทุกวันนี้ “ต่อไปนี้ ผมจะอยู่กับพวกคุณ เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ และช่วยพัฒนาสโมสรแห่งนี้กัน”

การตัดสินใจครั้งนั้นดูจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะฟาน บรองฮอาร์สต์ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของ เขาด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลที่เพิ่งจบไปนี้ ซึ่งแม้ว่าในช่วงหนึ่งของการแข่งขัน เขาจะต้องเลือกดร็อป เดิร์ก เคาท์ ตำนานอีกรายทีม เพื่อส่งเยนส์ ทูร์นสตรา และ สตีเฟ่น เบิร์กฮุยส์ ลงสนามแทน แต่นั่นก็บ่งบอกถึงความกล้าตัดสินใจของเขาได้ดี ซึ่งมันก็ตอบแทนด้วยถ้วยแชมป์ลีกดัตช์สมัยแรกของเจ้าตัวในฐานะกุนซือ

ต้องยอมรับว่า อดีตดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจนมากๆ เขาเป็นกุนซือที่ฉลาดและทำการบ้านก่อนแข่งขันเสมอ และนั่นทำให้เขานำหน้ากุนซือทีมคู่แข่งอยู่ 1-2 ก้าวเป็นประจำ ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่เขาจะสามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยกับเฟเยนูร์ดเมื่อปีก่อน รวมถึงแชมป์ลีกในปีนี้ และในอนาคตข้างหน้า เขาคงไม่หยุดแค่นี้แน่นอน

28. จอร์จ เฮซุส

สโมสร : สปอร์ติง ลิสบอน

สัญชาติ : โปรตุเกส

Jorge Jesus

เฮซุส คือหนึ่งในโค้ชระดับท็อปของวงการฟุตบอลโปรตุเกส , เมื่อปี 2015 ชื่อของเขากลายเป็นพาดหัวของหนังสือพิมพ์ เมื่อตัดสินใจย้ายข้ามฟากจาก เบนฟิก้า ไปทำงานให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน

เหตุผลนั้นไมได้มีแค่เรื่องของค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น แจ่ว่ายังเป็นเพราะว่า เฮซุส เคยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ สปอร์ติง ลิสบอน และนี่มันคือโอกาสที่เขาจะกลับมาช่วยสโมสรที่เขารักอีกครั้ง

สปอร์ติง นั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมาของเขาจะทำให้ทีมได้กลับมาสัมผัสแชมป์อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2002 แต่ว่าก็น่าเสียดายที่เขาทำไม่สำเร็จ เพราะว่า ในปี 2016 สปอร์ติง โดน เบนฟิก้า เฉือนคว้าแชมป์ไปได้ในช่วงท้ายซีซั่น เช่นเดียวกับปีล่าสุดที่จบเป็นอันดับที่ 3   ซึ่งมันทำให้นึกถึงช่วงเลาที่น่าผิดหวังกับที่เขาได้เคยลั้มรสมาเมื่อสมัยอยู่กับ เบนฟิก้า

เขาพาทีมได้แชมป์ลีก 3 สมัยใน 6 ปี แต่ว่าก็ไปแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก สองครั้งซ้อน พลาดโอกาสในการลบคำสาปอันโด่งดังของ เบล่า กัตมันน์ และตอนนี้ สปอร์ติ้ง ก็เหมือนจะโดนคำสาปเช่นเดียวกัน

27. อูไน เอเมรี่

สโมสร : ปารีส แซงต์-แชร์กแมงต์

สัญชาติ : สเปน

Unai Emery

ในช่วงปีที่ผ่านมา อูไน เอเมรี่ ต้องเจอกับสองสิ่งที่น่าผิดหวังในการการทำงานกับ เปแอสเช อย่างแรกก็คือพวกเขาต้องเสียแชมป์ลีก เอิง ที่ครองมา 4 ปีซ้อนให้กับ โมนาโก ส่วนอย่างที่สอง คือการตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า 6-1

เขายังได้รับเครดิตอยู่บ้างจากผลงานกับ เซบีย่า นั่นทำให้เขารักษาเก้าอี้กุนซือของ เปแอสเช เอาไว้ได้ อย่างน้อยก็ตนอนนี้ , รมทั้งการคว้าแชมป์ เฟร้นช์ คัพ และ เฟร้นช์ ลีก คัพได้ แต่ว่าการที่เขาจะได้ใจแฟน ๆ ของทีมจากเมืองหลวงประเทศฝรั่งเศส และ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ เขาก็คงต้องทำอะไรให้มากกว่านี้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาเป็นคนที่ใช่ของสโมสร

เป้าหมายในฤดูกาล 2017/18 ชองเขาก็คือต้องทวงแชมป์ ลีก เอิง กลับมาให้ได้ รวมทั้งต้องมีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก , เอเมรี่ นั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องพิสูจน์ และฤดูกาลนั้นมันคือโอกาสของเขาในการกู้ชื่อเสียงของตัวเองกลับคืนมา

26. รุย วิตอเรีย

สโมสร : เบนฟิก้า

สัญชาติ : โปรตุเกส

Rui Vitoria

ในภาษาโปรกุตีส คำว่า “วิตอเรีย” นั้นมีความหมายว่า “ชัยชนะ” ซึ่งต้องบอกว่า กุนซือรายนี้ก็ทำผลงานได้ดีสมชื่อตั้งแต่สมัยที่คุมทัพ วิตอเรีย กีมาไรส์แล้ว โดยเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยได้เมื่อปี 2013 อย่างไรก็ตาม การที่เขาได้มาคุมทัพเบนฟิก้า ในช่วงแรก แฟนบอลต่างก็ยังสงสัยในความสามารถของกุนซือรายนี้อยู่

วิตอเรียวัย 47 กะรัตย้ายมาคุมทัพแทนที่ของ ฆอร์เก้ เชซุส กุนซือคนก่อนในซัมเมอร์ปี 2015 ซึ่งในตอนนั้น ใครๆ ต่างก็มองว่า เขายังเป็นกุนซือที่ขาดประสบการณ์ในเวทีระดับท็อปอยู่ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็พิสูจน์ให้แฟนๆ เห็นว่า เขาคือของจริงเมื่อเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 สมัยซ้อน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

วิตอเรียคือ 1 ในกุนซือชาวโปรตุเกสที่ไม่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพมาก่อน โดยตลอดช่วงเวลาที่เป็นนักเตะของเขา เจ้าตัวผ่านการค้าแข้งมากับสโมสรสมัครเล่นเท่านั้นก่อนที่จะแขวนสตั๊ดไปเมื่อตอนอายุ 32 ปี ดังนั้นจึงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า เขาคือกุนซือที่ไต่เต้าขึ้นมาจากระดับล่างสุดก็ว่าได้ และความุม่งมั่นของเขานี่เองที่ทำให้วิตอเรียประสบความสำเร็จเช่นนี้ แถมล่าสุด เขาก็ได้รางวัลตอบแทนจากต้นสังกัดด้วยการต่อสัญญาใหม่ออกไปถึงปี 2020 แล้วด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาแฮปปี้กับการทำงานร่วมกับประธานสโมสรได้ลงตัวมากๆ

50 to 46 • 45 to 41 • 40 to 36 • 35 to 31 

โฟร์โฟร์ทูจัดอันดับ 50 สุดยอดผู้จัดการทีมของโลก 2017