Analysis

ปรมาจารย์ศาสตร์ลูกหนัง : 50 อันดับผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2017 อันดับที่ 40-36

FFT ขอเสนอการจัดอันดับ 50 ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2017 ในลำดับที่ 40-36 จะมีใครบ้างติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

อันดับที่ 40

ไมเคิล โอนีลล์ (ไอร์แลนด์เหนือ) , ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ

Michael O'Neill

ไม่มีใครคิดว่าหลังจากที่เข้ารอบน็อกเอาต์ของ ยูโร 2016 ทีมไอร์แลนด์เหนือก็ยังคงทำผลงานได้ดีในรอบคัดเลือกของศึกฟุตบอลโลก โดยประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก สจ๊วร์ต ดัลลัส ใส่ อาเซอร์ไบจัน ทำให้พวกเขาขึ้นมาเป็นอันดับสองของกลุ่ม ซี จากการเก็บชัยชนะได้ 4 จาก 6 นัดหลังสุด

ตอนที่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2011 ตอนนั้น ไอร์แลนด์เหนือ ยังอยู่ในอันดับรองบ๊วยของรอบแล่งกลุ่มในศึก ยูโร 2012 เหนือกว่าเพียงแค่หมู่เกาะแฟโร จากชัยชนะเพียงแค่ 2 จาก 10 เกม

ก่อนหน้านี้ โอนีลล์ ฝากผลงานเอาไว้ด้วยการพาทีม แชมร็อค โรเวอร์ส เข้าสู่ศึก ยูโรปา ลีก และเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วก็พาทีมชาติไอร์แลนด์เหนือไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นครั้งแรก (และเป็นการเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1986) ซึ่งมันทำให้ประวัติการทำงานของเขาดูดีขึ้นมาเป็นกองเลยทีเดียว

ไอร์แลนด์เหนือที่น่าสงสารในอดีต กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะเรื่องของความทุ่มเท และมีแนวรุกที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในรายของ ไคล์ ลาฟเฟอร์ตี้ ที่มีสถิติการยิงทุก ๆ 2 ประตู ใน 3 นัด ในการแข่งขันรอบคัดเลือกสองครั้งหลังสุด บางที การไปคุมทีมในระดับ พรีเมียร์ ลีก อาจจะทำให้ชื่อเสียงของ โอนีลล์ โด่งดังมากกว่านี้ก็เป็นได้

อันดับที่ 39

ดีเอโก้ อลอนโซ่ (อุรุกวัย) , ปาชูก้า

Diego Alonso

“เมื่อคุณเติบโตและใช้ชีวิตในวัยเด็กกับที่ประเทศบราซิลและ อาร์เจนติน่า สองชาติมหาอำนาจของวงการลูกหนัง คุณจะได้เรียนรู้การเสียสละทุกอย่างยามที่ลงไปทำผลงานในสนาม” ดีเอโก้ อลอนโซ่ เคยให้สัมภาษณ์กับ เอล เอโคนิมิสต้า “ผมเป็นแค่นักฟุตบอลธรรมดาคนหนึ่ง แต่ว่าต้องขอบคุณทัศนคติของผม ทำให้ผมได้เล่นในลีกที่ใหญ่ที่สุด มันคือแนวทางของเราชาวอุรุกวัย

อดีตดาวยิงของ แอตเลติโก มาดริด และ บาเลนเซีย อาจจะเลิกเล่นไปแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังมีเป้าหมายที่สูงลิ่ว . เขาคว้าแชมป์ ตอร์เนโอ เคลาซูร่า ปี 2016 และ คอนคาแชมเปี้ยนส์ เมื่อเดือนเมษายนกับ ปาชูก้า และจะนำทีมไปลงเล่นในศึก ชิงแชมป์สโมสรโลก กับคู่แข่งอย่าง เรอัล มาดริด ในเดือนธันวาคม นี้

อลอนโซ่ สร้างทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะพรสวรรค์สูงมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว อย่างเช่นปราการหลังชั้นยอดอย่าง ออสการ์ มูริโญ่ , เออร์วิ่ง โลซาโน่ และ กองกลางทำเกม เอริค กูเตียร์เรซ รวมไปถึง สองตัวรุกที่โดดเด่นทั้ง โจนาธาน ฮุร์เรตาวิสกาย่า และ ฟรังโก้ ฮาร่า

อันดับที่ 38

เอ็ดดี้ ฮาว (อังกฤษ) , บอร์นมัธ

Eddie Howe

ผลงานในพรีเมียร์ ลีก ทำให้ ฮาว กลายเป็นโค้ชชาวอังกฤษรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ฤดูกาลก่อนเขาทำผลงานได้ดี แต่ว่าผลงานในปีนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าเขาคือของจริง

บอร์นมัธ อาจจะมีผลงานที่ดีนักในช่วงหน้าหนาส ที่ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงตอนนั้นหลายฝ่ายมองว่าพวกเขามีโอกาสที่จะพังในช่วงที่เหลือ จากการที่มีงบประมาณที่จำกัดนการซื้อนักเตะ แต่ว่า ฮาว ก็สามารถใช้ทรัพยาการที่มีอยู่ พาทีมเอาตัวรอดจากช่วงเวลาอันยากลำบากได้สำเร็จ

เขาทำมันได้สำเร็จ ชัยชนะเหนือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เป็นจุดเรื่มต้นที่ทำให้ บอร์นมัธ กลับขึ้นมาสู่ครึ่งบนของตารางพรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จ

ฮาว อาจจะเป็นคนหนุ่มแต่ว่าเขาได้รับความเคารพจากผู้เล่น เขาทำให้กลุ่มนักเตะที่ชื่อเสียงธรรมดายกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง และกำลังจะคุมทีมลงสนามในศึก พรีเมียร์ ลีก เป็นซีซั่นที่สาม แม้ว่าเขาจะมีงบในการเสริมทัพน้อยว่าผู้จัดการทีมคนอื่นก็ตาม

อันดับที่ 37

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (ไอร์แลนด์เหนือ) , กลาสโกว์ เซลติก

Brendan Rodgers

อดีตนายใหย๋ของสโมสร ลิเวอร์พูล ไม่ได้เพียงแค่กู้ชื่อเสียงของตัวเองกลับมา แต่เขาใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวในการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลของประเทศสกอตแลนด์

แฟนบอลของ เซลติก คาดหวังจากโค้ชคนนี้ว่าจะมีการปฏิวัติครั้งใหญ่ในทีม ซึ่งตัวของ ร็อดเจอร์ส ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

อย่างแรก เขาทำให้ เซลติก กลับเข้าสู่ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบสองปี และในปีที่เป็นครบรอบ 50 ปีที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูโรเปียน คัพ ได้ เขาก็พาทีมกวาดแชมป์ทุกรายการในประเทศ โดยที่ไม่แพ้ใครเลยแม้แต่นัดเดียว

ร็อดเจอร์ส เข้ามาเปลี่ยนแปลงเซลติก แบบเต็ม ๆ นี่น่าจะเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพการทำงานของเขา และที่สำคัญเขายกระดับนักเตะให้ดีขึ้นอย่างน่าจับตามอง

นักเตะอย่าง สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง , เดอร์ดริค โฐยาต้า และ สก็อตต์ บราวน์ กัปตันทีมได้กลายเป็นคนใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ มุสซ่า เดมเบเล่ และ สก็อตต์ ซินแคลร์ ก็เจิดจรัสเหลือเกินในซีซั้นนี้

อันดับที่ 36

คูร์บาน เบอร์ดิเยฟ (เติร์กเมนิสถาน) , รูบิน คาซาน

เบอร์ดิเยฟ สามารถเปลี่ยนนักเตะระดับธรรมดาให้กลายเป็นนักเตะชั้นยอดได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ว่าโค้ชวัย 64 ปีจากเติร์กเมนิสถาน สามารถทำมันได้ราวกับมี เวทย์มนตร์

เขาสร้าง รูบิน คาซาน จากทีมที่ไม่มีอะไร ขึ้นมาคว้าแชมป์ลีกรัสเซีย 2 สมัย ในปี 2008 และ 2009 รวมทั้งยังทำผลงานได้ไม่เลว ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเฉพาะการบุกเอาชนะ บาร์เซโลน่า ถึง คัมป์ นู

เท่านั้นยังไม่พอ เบอร์ดิเยฟ ยังคงสร้างความมหัศจรรย์ของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากับ รอสตอฟ เขาเข้ามารับงานคุมทีมเมื่อเดือนธันวาคมปี 2014 ตอนนั้น รอสตอฟ นั้นเป็นทีมที่กำลังจะตกชั้น แต่ว่า การมาของ เบอร์ดิเยฟ ช่วยทีมเอาไว้ได้ และที่สำคัญ ในเวลาไม่กี่เดือนให้หลัง เขาพาทีมขึ้นมาลุ้นแชมป์เต็มตัว จนถูกได้เรียกว่าเป็น เลสเตอร์แห่งรัสเซีย

รอสตอฟ ได้เข้ามาลงแข่งในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปในซีซั่นที่แล้ว พร้อมทั้งเอาชนะทีมดัง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อันเดอร์เลชท์ , อาแจ๊กซ์ หรือจะเป็น บาเยิร์น มิวนิค ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก . ตอนนี้ เบอร์ดิเยฟ ได้กลับมาทำงานให้กับ รูบิน อีกครั้ง และพวกเขาคาดหวังว่าชายคนนี้จะนำสิ่งมหัศจรรย์กลับมาให้กับสโมสร

Kurban Berdyev