Analysis

ปรมาจารย์ศาสตร์ลูกหนัง : 50 อันดับผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2017 อันดับที่ 45-41

FFT จัดอันดับ 50 ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม 2017 ในลำดับที่ 45-41 จะมีใครบ้างติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

45. กิเยร์โม่ อัลมาด้า

สโมสร : บาร์เซโลนา (เอกวาดอร์)

สัญชาติ : เวลส์

มาร์ก้า สื่อชื่อดังของสเปน ถึงกับยกให้เขาเป็น “เป๊ป กวาร์ดิโอลาแห่งอุรุกวัย” ซึ่งมันจึงไม่แปลกถ้าหาก อัลมาด้า จะรู้สึกกดดันมากขึ้นอีกเท่านั้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม เขาก็ดูจะรับมือกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีหลังจากเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเอกวาดอร์ได้สำเร็จ พร้อมทั้งยังทำลายสถิติมากมาย ทั้งสถิติทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์, ไม่แพ้นานสุดในประวัติศาสตร์ และยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย

นอกจากนั้น การคว้าแชมป์ของพวกเขา ยังเป็นการหยุดไม่ให้ สโมสร เอเมเลค คู่อริของพวกเขาคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 4 ติดต่อกันได้อีกต่างหาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มีคนชื่นชอบเขาจนคาดการณ์กันว่าเขาอาจจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือใหญ่คนปัจจุบันของทัพจอมโหดก็ได้

“เขาผ่านการคุมทัพริเวอร์เพลท อุรุกวัยมาแล้ว และมันน่าประทับใจมากๆ ที่เขาสามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้แม้ว่าจะมีทรัพยากรที่จำกัด มันเป็นเรื่องที่น่าดีัใจที่เราได้ดูวิธีการฝึกซ้อมนักเตะ รวมทั้งวิธีฝึกเชิงแทคติคกับทีม” อัลบาโร่ ซิลบา อดีตประธานสโมสรริเวอร์เพลท กล่าว “ตาบาเรซคงจะเป็นกุนซือทีมชาติอุรุกวัยต่อไปอีกสักพัก แต่ผมมั่นใจว่า เมื่อถึงเวลา กิเยร์โม่ จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ แน่นอน”

Guillermo Almada

44. มัสซิโม่ การ์เรร่า

สโมสร : สปาร์ตัก มอสโก

สัญชาติ : อิตาเลี่ยน

Massimo Carrera

สปาร์ตัก มอสโก คืออดีตมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังรัสเซียที่ห่างหายจากการสัมผัสแชมป์ลีกมาแล้วถึง 16 ปี แถมในฤดูกาลที่เพิ่งจบไปนี้ พวกเขาก็ออกสตาร์ทได้น่าผิดหวังมากๆ เมื่อกระเด็นตกรอบทั้งฟุตบอลยุโรปและฟุตบอลถ้วยรัสเซียตั้งแต่เดือนกันยายน

อย่างไรก็ตาม การ์เรร่า ก็สามารถปลุกวิญญาณสโมสรให้กลับมาโหดสมกับการเป็นยักษ์ใหญ่ได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามความจริงแล้วเขาเกือบจะไม่ได้มานั่งแท่นกุนซือให้กับทีมดังแดนหมีขาวด้วยซ้ำ เพราะกุนซือรายนี้คืออดีตมือขวาของอันโตนิโอ คอนเต้ ที่ยูเวนตุสและทีมชาติอิตาลี และเขาควรจะได้เป็นมือขวาของคอนเต้ต่อที่เชลซีด้วย ทว่าทัพสิงห์บลูกลับเลือกที่จะเก็บ สตีฟ ฮอลแลนด์ ไว้แทน  

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เขาต้องย้ายไปเป็นมือขวาให้กับ ดิมิทรี อเลนิเชฟ กุนซือของมอสโกในช่วงแรก จากนั้นหลังจากที่กุนซือชาวรัสเซียอำลาทีม เขาก็ขยับมารับรักษาการณ์ชั่วคราวและด้วยความสัมพันธ์ในทีมที่การ์เรร่าเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักเตะ  ทำให้เขาได้รับโอกาสนั่งแท่นกุนซือใหญ่และในที่สุด การ์เรร่าก็ปลุกทีมนี้ให้แข็งแกร่งจนรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแบบม้วนเดียวจบ คว้าแชมป์ลีกไปครองสมใจอยาก

43. มาร์ค แซมป์สัน

ทีม : อังกฤษ

สัญชาติ : เวลส์

Mark Sampson

อย่างที่รู้กันดีว่า ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษ เพิ่งจะพัฒนาฝีเท้าตัวเองขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการได้ในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ ซึ่งกุนซือชาวเวลส์รายนี้เองที่เสมือนศูนย์รวมจิตใจของทีมและพาทัพสิงโตสาวให้ก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้

นับตั้งแต่เข้ามาคุมัทพเมื่อปี 2013 เขาได้พัฒนาฝีเท้าของเหล่าแข้งหญิงในทีมและพาทีมชาติอังกฤษคว้าอันดับ 3 ได้แบบช็อกโลกในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง ปี 2015 ซึ่งความจริงแล้ว ในรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาตกรอบ ทีมของเขาแพ้ให้กับญีปุ่นไปแบบเฉียดฉิว 1-2 โดยพวกเขาเสียประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ลอร่า บาสเซ็ตต์ ซึ่งภายหลังเกม แซมป์สันก็ออกมาให้สัมภาษณ์ปกป้องแข้งรายนี้ที่เป็นผู้ทำทีมตกรอบ  ซึ่งการกระทำนี้เองที่ทำให้เจ้าตัวได้รับคำชมอย่างกว้างขวาง

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งจะนำทัพสิงโตสาวเอาชนะสหรัฐอเมริกาได้ถึงถิ่น ซึ่งด้วยเหตุนี้เอง ทำให้อังกฤษกลายเป็น 1 ในตัวเต็งของรายการชิงแชมป์ยุโรปที่กำลังจะฟาดแข้งกันในเดือนหน้านี้แล้วด้วย โดยภายใต้การนำของเขา ไม่แน่ว่าบางทีอังกฤษอาจจะแย่งบัลลังก์มาจากทีมชาติเยอรมันที่เป็นเจ้าของแชมป์ตลอด 6 ปี หลังสุดก็เป็นได้

42. มาร์โก ซิลวา

สโมสร : วัตฟอร์ด

สัญชาติ : โปรตุกีส

Marco Silva

ในตอนที่ ไมค์ ฟีแลน แยกทางกับ ฮัลล์ ซิตี้ สถานการณ์ของทีมในตอนนั้นเรียกว่าไม่ดีนัก เนื่องจากช่วงนั้นแฟนบอลของทีมไม่พอใจการบริหานงานของตระกูลอัลลัมผู้เป็นเจ้าของทีมอย่างมาก ซึ่งมันส่งผลให้บรรยากาศในทีมเข้าขั้นย่ำแย่ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ทีมไม่ยอมซื้อตัวผู้เล่นมาเสริมทัพมากที่เท่าที่ควร ก็ทำให้ปัญหาภายในทีมยิ่งรุกลามมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม ซิลวาที่เขามาทำทีมต่อจากฟีแลนก็ยังทำผลงานได้ดีระดับหนึ่ง ซึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้ แต่เขาก็ปรับให้ทัพเดอะไทเกอร์สมีสไตล์การเล่นที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ซิลวาก็ทำผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาแฟนๆ ด้วยการดึงตัวแข้งโนเนมหลายๆ คนมาร่วมทัพก่อนจะเชี้ยวเข็ญให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจริงๆ แล้ว แชมป์ที่เขาคว้ามาได้สมัยคุมทัพในโปรตุเกสและกรีซ ก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีถึงความเก่งกาจของซิลวา

ไม่นานหลังจากที่ วอลเตอร์ มัซซารี่ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง วัตฟอร์ดก็แต่งตัวซิลวาให้เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมทันที ซึ่งนั่นหมายความว่า นี่คือกุนซือที่พวกเขาตามดูผลงานและต้องการให้คุมทีมมานานแล้ว และเชื่อว่า ด้วยความที่ทัพแตนอาละวาด มีความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟนบอล รวมทั้งซิลวาเองก็เป็นกุนซือที่มีฝีมือ ทำให้ทั้งคู่น่าจะไปด้วยกันได้สวยในฤดูกาลหน้า

41. ฟิลลิป โคคู

สโมสร : พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น

สัญชาติ : ดัชต์

Phillip Cocu

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โคคู ออกมายอมรับว่า ลูกทีมของเขาคงยากที่จะแย่งแชมป์กับเฟเยนูร์ดในฤดูกาลนี้ เนื่องจาก ณ เวลานั้น พวกเขามีคะแนนตามหลังคู่แข่งร่วมลีกอยู่ถึง 5 คะแนน โดยที่มีเกมเหลือให้ลงเตะอีกแค่ 6 นัดเท่านั้น แถมทัพเฟเยนูร์ดยังไม่มีที่ท่าว่าจะพลาดง่ายๆ อีกด้วย

กระนั้นแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า พีเอสวี ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่เพิ่งไป โดยพวกเขาแพ้แค่ 2 ครั้งเท่านั้นในลีก (แพ้เฟเยนูร์ดทั้ง 2 นัด) แถมในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล พวกเขายังสามารถเอาชนะอาหยักซ์ที่ก็โชว์ฟอร์มร้อนแรงได้อีกด้วย ทว่าน่าเสียดายที่สุดท้ายพวกเขาก็ไปไม่ถึงบัลลังก์แชมป์และทำได้เพียงอันดับ 3

มันค่อนข้างน่าแปลกเล็กน้อยที่แทคติคอันน่าเบื่อของ แฟรงก์ เดอ บัวร์ ที่ทำให้อาหยักซ์ฟอร์มตกเมื่อปี 2015/15 นั้น  กลับกลายเป็นทีเด็ดของพีเอสวีในฤดูกสลนี้ โดยน่าเสียดายที่ ลุค เดอ ยอง กองหน้าตัวเก่งของพวกเขากลับฟอร์มสากจนยิงได้น้อยกว่าเท่าที่ควรเมื่อพิจารณาจากโอกาสที่เขามี ซึ่งมันทำให้หลายๆ ครั้ง พีเอสวีไม่สามารถเปลี่ยนผลเสมอให้เป็น 3 แต้มเต็มได้

ในที่สุด โคคูก็แสดงความเด็ดขาดในฐานะกุนซือให้แฟนๆ ได้เห็น เมื่อเขาหมดความอดทนและตัดสินใจดร็อป เดอ ยอง บนม้านั่งสำรองในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งนั่นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า กุนซือรายนี้ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทีมเสมอถ้าหากมีอะไรที่ไม่เป็นไปตามแผนของเขา

โคคูพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 สมัยติดต่อกันในปี 2015 และ 2016 ดังนั้นแม้ว่าในฤดูกาลนี้จะพลาดไป แต่เขาก็สมควรได้รับเครดิตและได้โอกาสทำทีมต่ออีกอย่างน้อยฤดูกาลหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า ฤดูกาลหน้าจะต้องปีที่สำคัญของเขามากๆ ที่จะสร้างทีมและพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง มันคือปีที่เขาจะต้องพาทีมกลับมา ทวงความยิ่งใหญ่ให้จงได้