ปฐมบทชีวิตลูกหนัง : ซิสโก ฆิเมเนซ…ชายผู้เคยหันหลังให้บาร์เซโลน่า

ซิสโก ฆิเมเนซ… ชื่อนี้สร้างความฮือฮาในคืนสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขาย นักเตะไทยลีก เลก 2 ของฤดูกาล 2016 เมื่อชื่อของเขาปรากฏในระบบลงทะเบียนนักเตะใหม่... เขา คือ อดีตนักเตะที่มีค่าตัวถึง 5 ล้านยูโรจาก เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า สู่ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ในสมัยนั้น)

ความจริงชื่อเสียงของเขาโด่งดังพอตัวสมัยเป็นดาวรุ่งของเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา และ นี่ คือ ปฐมบทแห่งชีวิตลูกหนังของเขาที่แดนกระทิงดุ… เรื่องราวชีวิตของ ซิสโก ฆิเมเนซ สมัยที่ค้าแข้งอยู่บ้านเกิด ก่อนย้ายออกจากสเปนเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เด็กน้อยจากหมู่เกาะ

ปัลมา เด มายอร์กา เมืองหลวงของหมู่เกาะบาเลอาริก… มันเป็นเกาะที่สวยงามและโด่งดังของประเทศสเปน ท่ามกลางทะเลเมดิเตอเรเนียนที่ล้อมรอบ ที่นั่น คือ บ้านเกิดของ ซิสโก้ ฆิเมเนซ  

“ผมมาจากมายอร์กา...สถานที่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของสเปน” ซิสโก เริ่มท้าวความถึงเรื่องราว และจุดกำเนิดของเขา “ครอบครัวของทำธุรกิจร้านอาหารสแปนิช ทั้งพ่อ- แม่ ของผมต่างอบรม และสนับสนุนให้ผมกับพี่ๆน้องๆ เล่นกีฬา ไม่ใช่แค่ฟุตบอลนะ มันรวมถึง วอลเล่ย์บอล, แฮนด์บอล, บาสเกตบอล กระทั่ง คาราเต้ ด้วย”

“แต่กับฟุตบอล ผมเริ่มเล่นตั้งแต่อายุได้ 4 ปีเท่านั้น และเริ่มเข้าไปอยู่กับทีมปลายาส เดล กาลเบีย ทีมอะคาเดมี่เล็กๆ แถวบ้าน ชีวิตผมส่วนใหญ่ใช้เวลากับฟุตบอล มันทำให้ผมมีเพื่อนมากมาย ผองเพื่อนที่ยังคงติดต่อจนถึงปัจจุบันนี้”

เจ้าหนู ซิสโก ในวัย 7-8 ขวบ กำลังสนุกสนานกับทีมอะคาเดมี่เล็กๆ ในบ้านเกิดของเขา

“ผมเป็นแฟนบอลบาร์เซโลน่า เพราะพี่ชายผมก็รักบาร์ซ่าเช่นกัน ผมเริ่มเชียร์ตั้งแต่ยุคของโรมาริโอ ถัดมาจนถึงโรนัลโด แต่ต้องบอกว่าไอดอลในการดำเนินชีวิตในฐานะนักกีฬาของผมจริงๆ ไม่ใช่ 2 คนนั้นนะ แต่เป็น ไมเคิล จอร์แดน… ใช่ ฟังไม่หรอก นักบาสเกตบอลนั่นแหละ อย่างที่ผมบอกว่า ผมเล่นกีฬาหลายอย่าง รวมถึงบาสเกตบอลด้วย”

โรนัลโด คือ หนึ่งในนักเตะที่เขาชื่นชมสมัยเด็ก

ซิสโก เป็นเด็กที่รักสนุกกับการเล่นกีฬาทั่วไป แต่ถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มรู้สึกว่า… มันไม่มีกีฬาอะไรที่เขารู้สึกว่าทำได้ดีกว่าเกมลูกหนังอีกแล้ว และเริ่มอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ จังๆ มันกลายเป็นอาชีพเดียวที่เขารู้สึกว่า "อยากจะทำเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่" อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่อยู่ๆ เด็กคนหนึ่งจะคิดว่าตัวเองจะได้มีอาชีพเป็นนักฟุตบอลจริงๆ

"หลังจากอยู่กับ ปลายาส เดล กาลเบีย จนถึงอายุ 15 ปี ผมย้ายไปอยู่กับ อั๊ตเลติโก เบเลอาเรส มันเป็นทีมดังของหมู่เกาะบาเลอาลิก ผมเริ่มยิงประตูได้มากมาย และพาทีมคว้าแชมป์ประจำจังหวัด ผมยิงประตูได้มากมาย สร้างความแตกต่างและโดดเด่นให้กับทีม จนมีข้อเสนอของหลายๆทีมยักษ์ใหญ่เข้ามา ณ ตอนนั้นเองมันทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่า ผมมีโอกาสเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ แล้ว”

“ผมได้รับข้อเสนอจากหลายทีม ทั้งเซบีญ่า, อั๊ตเลติโก มาดริด, บียาร์เรอัล, เอสปันญอล รวมถึง บาร์เซโลน่า และเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา”

จริงอยู่ที่ “บาร์ซ่า” คือ ทีมในดวงใจที่เขามักตามชมเกมการแข่งขันบนหน้าจอโทรทัศน์พร้อมกับพี่ชายของเขาเสมอในวัยเด็ก...แต่ท่าทีของ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา ซึ่งก็นับเป็นทีมดัง และเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลกมากมาย (ณ เวลานั้น) ทำให้เขาหันหลังให้กับความสนใจจากยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลัน

   

หันหลังให้บาร์เซโลน่า

“ผมได้รับข้อเสนอมากมายในสเปน รวมถึงบาร์เซโลนา แต่ผมอยากจะหาโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับผมที่จะได้เป็นนักเตะอาชีพโดยเร็วที่สุด” ซิสโก เล่าถึงทางเลือกมากมายที่เข้ามาเมื่อตอนอายุ 16 ปี

“ทำไมไม่ใช่ บาร์เซโลน่า? กับบาร์เซโลน่า มันดูยิ่งใหญ่นะ ถ้าเราพูดกับใครต่อใครว่าเราสามารถ ย้ายไปบาร์เซโลน่าได้ แต่ผมเลือกอนาคตที่จะได้ลงเล่นในลาลีก้า สเปน โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ...ที่บาร์เซโลน่า ผมอาจเป็นแค่คนตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่ ลา กอรุนญ่า ให้ความสำคัญกับผมมากๆ ผู้จัดการทีมได้เข้ามาพูดคุยกับผมด้วยตัวเอง มาสร้างความมั่นใจ บอกจะช่วยเหลือผมทุกอย่าง พวกเขาเป็นเพียงสโมสรเดียวที่แสดงความจริงใจและจริงจัง โน้มน้าวถึงเหตุผลว่าทำไมผมจึงควรเลือกไปที่นั่น ใช้เวลากับผมอยู่นาน พร้อมกับแผนการแห่งอนาคต ที่ทำให้ผมมั่นใจว่าจะได้ก้าวขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่ นั่น คือ สาเหตุที่ผมตัดสินใจเลือกไปที่นั่น”

ลา กอรุนญ่า ดินแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก... แม้อยู่คนละซีกของประเทศ กับมายอร์ก้า บ้านเกิดของเขา แต่เขาเลือกไปที่นั่นด้วยเหตุผลของฟุตบอล และเพื่อไล่ล่าความฝันเพียงลำพังขณะที่มีอายุเพียง 16 ปี เขาลงเล่นให้กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา เบ ทีมสำรองของทีม “ซูเปร์เดปอร์” พร้อมกับยิงประตูได้มากมาย และเพียงปีครึ่ง...ฝันที่เขาตามหา ก็มาบรรจบ

ซิสโก ในวัย 16 ปี สมัยเป็นดาวรุ่งของ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา

“ผมลงเล่นในเกมสุดสัปดาห์ให้กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า เบ ตามปกติ แต่เพราะทีมชุดใหญ่มีกองหน้าที่จะลงสนามไม่ได้ในนัดถัดไปถึง 3 คน ทั้ง อัลเบิร์ต ลูเก้, วอลเตอร์ ปันดิอานี่, และ ดิเอโก ตริสตาง ทำให้ ฆาเบียร์ อิรูเรตา ผู้จัดการทีมชุดใหญ่ขณะนั้นเข้ามาดูเกม ปรากฏว่าทีมของเราชนะ และผมยิงได้คนเดียว 5 ประตู”

“วันรุ่งขึ้น ผู้จัดการทีมสำรองโทรศัพท์มาบอกกับผมว่า ดี๋ยวพรุ่งนี้คุณต้องไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่นะ ผมก็บอกเขาไปว่า นี่มันมุกชัดๆ”

“เฮ้ย เดี๋ยวๆ นี่ไม่ได้เล่นตลกนะ พรุ่งนี้เช้า คุณต้องไปที่สนามซ้อมของทีมชุดใหญ่ 10.30 น.” เสียงจากปลายสายย้ำชัด “เฮ้ย มันเป็นไม่ได้ เอาดีๆซิ โค้ช” ซิสโก้ ถามย้ำอีก

“พรุ่งนี้ 10.30 น. คุณต้องไปอยู่กับทีมชุดใหญ่” นั่น คือ เสียงสุดท้ายจากปลายสาย

ซิสโก แทบทำอะไรไม่ถูก...เขาอึ้งอยู่ชั่วขณะ พอตั้งสติได้จึงรีบโทรศัพท์ไปส่งพ่อ-แม่ ที่มายอร์กา ทันที

ณ ซิดาเด เดปอร์ติบา อาเบกอนโด สนามฝึกซ้อมของ เดปอร์ติโบ ลา การุนญา ซิสโก ฆิเมเนซ รีบเข้าไปอย่างตรงต่อเวลาในวันรุ่งขึ้น และเขาต้องพบกับความตื่นเต้นอีกครั้ง ผมเปิดประตูเข้าห้องแต่งตัวไป…

“ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า ผมจะได้อยู่เคียงข้างกับนักเตะระดับโลก ทั้ง ฟราน, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, จอร์จ อันดราเด้, อัลเบิร์ต ลูเก้, ดิเอโก ตริสตาน, วอลเตอร์ ปันดิอานี่, โฆอัน กัปเดบิลา และอีกมากมาย ที่เป็นนักเตะทีมชาติ ความรู้สึกนี้ มันยังติดอยู่ในหัวของผมไม่ไปไหนเลยนะ”

ฆวน การ์ลอส บาเลรอน พ่อมดแห่งเดปอร์ฯ คือ หนึ่งในรุ่นพี่แสนดีของซิสโก้

“วันแรกที่เข้าไปซ้อมมันน่าตื่นเต้นมากๆ แต่หลังจากวันนั้นนักเตะซีเนียร์ภายในทีม กลับทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย พวกเขาให้การสนับสนุนผมอย่างจริงใจ ช่วยเหลือผมหลายๆเรื่อง สร้างความมั่นใจให้กับผม เหมือนผมเป็นคนสำคัญคนหนึ่งภายในทีม...ฆวน การ์ลอส บาเลรอน, มานูเอล ปาโบล, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่ รวมถึง ดิเอโก้ ตริสตาน ทุกๆครั้งที่หยุดพักระหว่างซ้อม พวกเขาจะเข้ามาให้คำแนะนำกับผมว่าลาลีก้า สเปน แท้จริงมันเป็นยังไง กองหลังคู่แข่งจะเล่นยังไง พวกเขามักจะเข้าบอลใส่เราแบบไหน เราจะเอาชนะพวกเขายังไง มีลูกตุกติกอะไรบ้าง ต้องเล่นเร็วขนาดไหน เพราะ เวทีลาลีก้า ไม่ได้มีเวลาให้คุณคิดมากมาย คุณไม่มีเวลามากกว่า 1 วินาทีที่จะตัดสินใจทำอะไรในจังหวะต่อไป สิ่งต่างๆเหล่านี้มันช่วยให้ผมเติบโตขึ้น”

-ชมคลิปของ ซิสโก้ ฆิเมเนซ สมัยเพิ่งก้าวขึ้นชุดใหญ่ของ ลา กอรุนญ่า ใหม่ๆได้ที่นี่- 

วันที่ 4 เมษายน ฤดูกาล 2004 / 2005 ถัดจากที่เขาได้ขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา ได้เพียง 1 สัปดาห์ มันกลายเป็นวันสุดสำคัญที่เขาจำไม่ลืม...เกมที่เอสตาดิโอ มูนิซิปาล เด อโนเอตา ระหว่างที่ เรอัล โซเซียดาด เจ้าบ้านขึ้นนำ ลา กอรุนญา อยู่ 1 - 0 นาทีนั้นบนซุ้มม้านั่งสำรองไม่มีกองหน้าคนไหนนอกจากเขา…

“เราโดนนำอยู่ แล้วผมก็รู้ว่า ผมต้องถูกเรียกลงสนามแน่ๆ เพราะผมเป็นกองหน้าเพียงคนเดียวที่อยู่ในม้านั่งสำรอง หลังผ่านครึ่งหลังไปได้ไม่นาน ฆาเบียร์ อิรูเรตา ก็บอกให้ผมไปอบอุ่นร่างกาย ใช่ เขาเรียกผมแค่คคนเดียว วินาทีนั้น ผมก็รู้แล้วว่า ผมกำลังจะถูกส่งลงสนาม มันตื่นเต้นมากๆ”

“ขอย้อนกลับไปค่ำคืนก่อนหน้าวันแข่ง ผมแทบจะนอนไม่หลับเลย คิดว่าถ้าได้ลงสนามจริงๆ แล้วจะเป็นยังไง จะทำได้ดีไหม ผมจะทำได้ดีรึเปล่า แต่พอถึงจังหวะที่ต้องออกไปวอร์ม ผมก็บอกกับตัวเองว่า ผมต้องลืมทุกอย่าง ซิสโก้ คุณต้องลืมนะ คุณต้องลงไปเล่นฟุตบอลอย่างที่คุณเคยทำมา ผมอบอุ่นร่างกายอยู่ประมาณ 15 นาที และโค้ชก็ตะโกนเรียกผม 'ซิสโก คุณพร้อมรึยัง?' ผมตอบกลับไปว่า…”

“ผมพร้อมแล้ว”

-ติดตามการก้าวลงเล่นเกมในฝันของ ซิสโก และการสร้างประวัติศาสตร์ให้เดปอร์ฯ ในหน้าถัดไป-