ปฏิวัติสิงโตคำราม : เจาะพัฒนาการของ 'อังกฤษ' ที่ต่างไปจากชุดก่อนๆ

รอย ฮอดจ์สัน และลูกทีม โดนสื่อหลายฝ่ายโจมตี หลังจากที่ อังกฤษ จบเพียง รองแชมป์กลุ่ม เท่านั้น แต่ Seb Stafford-Bloor คอลัมนิสต์ของเราเชื่อว่า “สิงโตคำราม” นั้นมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าในอดีตผ่านมาพอสมควร...

แม้จะทำผลงานในรอบคัดเลือกได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าเมื่อถึงเวลาแข่งขันจริงๆ อังกฤษ ก็ยังเป็น อังกฤษ เสมอ ซึ่งผลงานการเข้ารอบเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มที่พวกเขาสมควรเป็นแชมป์ ถือเป็นอะไรที่น่าผิดหวังพอสมควร

Roy Hodgson

ปู่รอยโดนด่าอย่างหนัก หลังพาทีมเข้าที่่ 2 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของคอลัมนิสต์ของเรา ฟุตบอลของ “สิงโตคำราม” ดูดีกว่ายุคเก่าๆที่ผ่านมา จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร? โปรดติดตาม....

 

รูปแบบดีขึ้น

พวกเขาอยากจะลบทิ้งภาพเก่าๆอย่างการเปิดและโหม่งอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของตัวเอง หรือการใช้แรงวิ่งเข้าสู้ ใช้พลังในการบดชนะคู่แข่ง ออกไปให้ได้ แต่จริงๆแล้วพวกเขาไม่เคยทำได้

อย่างน้อยที่สุด ทีมชุดนี้ของ ฮอดจ์สัน ก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในแนวทางการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าในอดีตทั้งหมด

ในช่วง 15 ปีหลังมานี้ “สิงโตคำราม” พยายามหันเอาแนวทางการเล่นบอลบนพื้นแบบหลายทีมทั่วยุโรปมาใช้ โดยพวกเขาอยากจะลบทิ้งภาพเก่าๆอย่างการเปิดและโหม่งอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของตัวเอง หรือการใช้แรงวิ่งเข้าสู้ ใช้พลังในการบดชนะคู่แข่ง ออกไปให้ได้ แต่จริงๆแล้วพวกเขาไม่เคยทำได้

และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็น อังกฤษ ไม่สามารถไปไกลกว่ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆได้เลย เพราะวิธีที่พวกเขาพยายามสร้างมันไม่ได้อยู่ในสายเลือดของชาวผู้ดีมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งพอถึงเวลาจริง ไม้ตายโยนยาวก็ถูกขุดมาใช้ตลอด

England

อังกฤษในวันที่พ่าย เยอรมัน เละ 1-4 ในฟุตบอลโลก 2014

ในเกือบทุกทัวร์นาเมนต์นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1990(เว้นเพียงแค่ ยูโร 1996 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง) อังกฤษ ไม่เคยประสบความสำเร็จตามที่พวกเขาตั้งเป้า และยังเล่นได้ไม่ประทับใจแฟนบอลทั่วโลกอีกด้วย แต่ทีมของ ฮอดจ์สัน มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป…

มีพัฒนาการ

หากมองจากผลงานในสนาม ก็เป็นอย่างที่ ฮอดจ์สัน กล่าวอ้างว่า ตลอดทั้งสามเกมในรอบแรก อังกฤษ ครองเกมเหนือกว่าคู่ต่อสู้ทั้งหมด

ในยูโร 2016 อาจจะไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ที่พวกเขาทำผลงานได้ดีเท่าไร เมื่อมองจากผลการแข่งขันและจำนวนประตูที่ทำได้ แต่ว่าหากมองจากผลงานในสนาม ก็เป็นอย่างที่ ฮอดจ์สัน กล่าวอ้างว่า ตลอดทั้งสามเกมในรอบแรก อังกฤษ ครองเกมเหนือกว่าคู่ต่อสู้ทั้งหมด

ซึ่งที่ผ่านมา “สิงโตคำราม” ทำแบบนี้ไม่ค่อยจะได้ และนั่นคือแง่ดีแง่งามที่เราพอจะได้จากผลงานของชาติที่อ้างว่าตัวเองเป็นให้กำเนิดฟุตบอล แม้ว่าผลการแข่งขันที่พวกเขาทำได้ จะน่าผิดหวังก็ตาม

Germany vs England 2-3 All Goals & Highlights 2016

การชนะ เยอรมัน ในเกมอุ่นเครื่องคือเครื่องชี้ให้เห็นว่า อังกฤษ มีพัฒนาการขึ้น

ซึ่งเอาเข้าจริง อาจเป็นเพราะชาวอังกฤษและแฟนบอลประเมิณค่า “สิงโตคำราม” สูงเกินไปด้วย โดยทุกครั้งที่พวกเขาเจอคู่แข่งที่ชื่อชั้นอ่อนกว่า ชัยชนะเท่านั้นคือสิ่งที่แฟนบอลต้องการ และเพียงแค่ผลเสมอก็คือความล้มเหลวแล้ว ทั้งๆที่ความจริง ระดับของทั้งคู่ก็ไม่ต่างกันมาก

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเวลาที่เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งหรือเท่าเทียมกัน ชัยชนะคือเรื่องยากมากๆสำหรับ อิังกฤษ...

ตามแบบฉบับยุโรป

อังกฤษชุดนี้ เล่นแบบฉบับยุโรปได้ดีกว่ารุ่นพี่รุ่นก่อนๆ แม้ว่าจะไม่ใช่งานที่สมบูรณ์แบบก็ตาม

สรุปง่ายๆก็คือ อังกฤษชุดนี้ เล่นแบบฉบับยุโรปได้ดีกว่ารุ่นพี่รุ่นก่อนๆ แม้ว่าจะไม่ใช่งานที่สมบูรณ์แบบก็ตาม แต่ผลงานในสนาม(คนละเรื่องกับผลการแข่งขัน)ตลอดสองปีที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นถึงข้อนี้ได้ชัดเจน พวกเขาดูเล่นได้นิ่งขึ้นและดูดีเป็นระบบมากขึ้น

อีกทั้งก่อนหน้านี้ “สิงโตคำราม” มักจะโดนแขวะว่า มีแต่ผู้เล่นตัวใหญ่ เชื่องช้า อืดอาด แต่ตอนนี้ พวกเขาดูเล่นแบบคล่องแคล่งว่องไวได้ดีขึ้นพอสมควร

Jamie Vardy

แม้จะยิง สโลวาเกีย ไม่ได้ แต่ อังกฤษ ก็มีเรื่องดีๆกลับไป

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่คนในชาติหลายคนเป็นพวกอนุรักษ์นิยม ทำให้พวกเขาโจมตีประเทศบ้านเกิด เมื่อไม่เห็นการที่ปีกสองข้างต้องวิ่งจนถึงสุดเส้นหลังแล้วค่อยเปิดบอลเข้าไป หรือไม่เห็นนักเตะในทีมวิ่งไล่บอลอย่างกับคนบ้า

ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ อาจจะต้องใช้เวลาสักพักในการปรับจูนเข้าหากัน พร้อมกับพยายามพัฒนาแผนการเล่นทั้งหมดให้นักเตะผู้ดีรุ่นใหม่ๆ เพื่อที่จะต่อยอดไปให้ถึงระดับสูงเหมือนหลายๆประเทศ คำถามก็คือ ชาวผู้ดีจะอดทนรอจนถึงวันนั้นได้หรือเปล่า?

เพราะในเมื่อชาติอื่นเริ่มต้นก่อนคุณมาเนิ่นนาน การจะทำให้ดีเท่าหรือดีกว่าต้นฉบับก็ต้องใช้เวลาพอสมควร และสุดท้ายการผสมผสานเอาสไตล์ผู้ดีเก่ากับสไตล์ยุโรป ก็อาจทำให้ อังกฤษ ได้สไตล์ใหม่ที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใครเช่นกัน

เดินต่อไปให้ถึงฝัน

ทว่าตอนนี้ อังกฤษ ก็คือ อังกฤษ

พวกเขาไม่มีนักเตะที่ตัดสินเกมหรือเปลี่ยนเกมได้ในเสี้ยววินาที..

ไม่มีดาวเตะระดับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไม่มี แกเร็ธ เบล หรือ ไม่มี อันเดรส อิเนสต้า อยู่ในทีมของพวกเขา

และถ้าหากพวกเขาอยากจะคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ให้ได้ในรอบ 60 ปี พวกเขาจำเป็นต้องอยู่กับความจริงข้อนั้นซะก่อน

เพราะหากมีนักเตะระดับโลกในทีม อังกฤษ จะไม่ต้องมีเกมแย่ๆในความทรงจำอย่าง เกมกับ สหรัฐอเมริกา และ แอลจีเรีย ในฟุตบอลโลก 2010 หรือเกมกับ โครเอเชีย ทั้งสองเกมในรอบคัดเลือกยูโร 2008 เช่นเดียวกับฟุตบอลโลก 2006

เพราะนี่คือ อังกฤษ ทีมฟุตบอลระดับธรรมดาของโลกที่ถูกตีค่าเกินความจริงมาตลอด

แต่ถ้าหากแนวทางการเล่นและสไตล์ของพวกเขายังถูกพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าสักวัน “สิงโต” ตัวนี้ ก็อาจจะ “คำราม” ได้จริงๆก็ได้

เพราะอย่างน้อยก็มาถูกทางแล้ว...