ปืนใหญ่สายพันธุ์ใหม่ : เมื่ออาร์เซนอลเล่นได้หลากหลายและเกรี้ยวกราดกว่าเดิม

บ็อบบี้ การ์ดิเนอร์ ได้อยู่ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ที่พลพรรคปืนใหญ่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจเพื่อทำการวิเคราะห์เกมโดยใช้ Stats Zone

ทุกอย่างเกือบดูเหมือนจะเป็นอาร์เซนอลทีมเดิม หลังจากที่ครองเกมได้ทั้งครึ่งแรกในเกมกับซันเดอร์แลนด์ ก่อนจะโดนทดสอบเกมรับเมื่อ ปีเตอร์ เช็ก ไปทำฟาวล์ ดันแคน วัตมอร์ ในเขตโทษ ให้ เจอร์เมน เดโฟ ยิงเป็นประตูตีเสมอ

ด้วยความคุ้นเคย คุณอาจจะคิดว่าเกมคงจบแล้ว และอีก 25 นาทีที่เหลือคงทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีแผนสำรองมารองรับ แล้วสุดท้ายก็จบลงด้วยความผิดหวังแบบเดิมๆ
 

ซึ่งความคิดฝังหัวดังกล่าวไม่ได้หมายความถึงฟอร์มการเล่นของอาร์เซนอลเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงนโยบายการซื้อตัวด้วย

แต่ฤดูกาลนี้ได้ต่างออกไปทั้งการเล่นที่หลากหลายขึ้น รวมถึงการซื้อตัวที่แสดงออกให้เห็นว่าต้องการทางเลือกที่ต่างจากเดิม ซึ่งในรายของ ลูคัส เปเรซ นั้นบ่งบอกเจตนาของ อาร์แซน เวงเกอร์ ชัดเจน เนื่องจากเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า คือทีมที่เล่นบอลยาวมากที่สุดในลา ลีกา เมื่อฤดูกาลก่อน
 

เบเยริน แบ็คกึ่งปีก

หนึ่งในแทคติกที่น่าสนใจของอาร์เซนอลชุดนี้ก็คือบทบาทของ เอคตอร์ เบเยริน ที่รับบทเป็นฟูลแบ็คกึ่งปีก ซึ่งดาวเตะชาวคาตาลันวัย 21 ปีนั้นสามารถคุมพื้นที่ได้หมดทางฝั่งขวาเนื่องจากความเร็วของเขา โดยสามารถเติมเกมรุกได้แบบสุดเส้น และยังสามารถวิ่งกลับมาประจำที่ได้อย่างทันท่วงที
 
ซึ่งบทบาทดังกล่าวคล้ายกับ ดานี่ อัลเวส ตอนพีคๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เบเยรินจะตกเป็นข่าวกลับรังบาร์เซโลน่าอย่างต่อเนื่อง โชคดีสำหรับแฟนอาร์เซนอลที่เวงเกอร์โน้มน้าวให้อยู่โยงกับทีมต่อไปโดยต่อสัญญาอีก 3 ปี นอกจากนี้เจ้าตัวยังกล่าวด้วยว่า “ผมคิดว่าในชีวิตคุณไม่จำเป็นต้องเล่นให้กับถิ่นเกิด ชีวิตสมัยใหม่ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว”

ประตูแรกของอาร์เซนอลบ่งบอกถึงประโยชน์ของเบเยรินในบทบาทดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะการต่อบอลอันสวยงาม 22 ครั้งก่อนจะเป็นประตู ซึ่งถือเป็นสถิติการต่อบอลขึ้นเกมจนนำไปสู่การได้มากครั้งสุดในฤดูกาลนี้นั้น 4 ครั้งมาจากเบเยริน ซึ่งการเดินเกมสูงและยืนทางกว้างของเขาทำให้สลับกับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กดดันทางกราบได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ธีโอ วัลค็อตต์ ก็ได้ประโยชน์จากความครบเครื่องของเบเยรินในฤดูกาลนี้ เมื่อเจ้าตัวแทบจะไม่ต้องมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมเลย ทำให้สามารถโฟกัสในจังหวะสุดท้ายได้เต็มที่

และสิ่งนี้เองที่เหมาะกับวัลค็อตต์จนทำให้เกิดฟอร์มอันยอดเยี่ยมขึ้นมา เมื่อทำไปแล้ว 5 ประตูในพรีเมียร์ลีก กับอีก 3 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก แม้แชมเบอร์เลนเองจะเล่นดีในเกมกับซันเดอร์แลนด์ แต่ก็ดูเหมือนว่ารายหลังส่อแววจะกลับไปนั่งสำรองอีกครั้ง เมื่อวัลค็อตต์กลับมาจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริง

ชิรูด์ + การเปลี่ยนทรงบอล

เวงเกอร์รู้สึกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นในทันทีหลังจากที่โดนซันเดอร์แลนด์ตีเสมอ แล้วก็ทำการเปลี่ยนชิรูด์ลงมาแทนอิโวบี้ เมื่อดาวรุ่งชาวไนจีเรียนค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับนัดอื่นๆในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้หมายความว่จะถูกตัดขาดออกจากเกมโดยสิ้นเชิง เพราะอิโวบี้จ่ายบอลสำเร็จในพื้นที่สุดท้ายมากกว่าทุกคนในสนามถึง 19 จากความพยายามทั้งหมด 21 ครั้ง ซึ่งการจ่ายบอลของเขาส่วนใหญ่คือการจ่ายตบกลับหลังเข้ากลางเพื่อให้สามารถเปลี่ยนแกนไปเจาะฝั่งแบ็คซ้ายของซันเดอร์แลนด์ที่อ่อนปวกเปียกได้
 

และจากการเปลี่ยนแกนด้วยการเอา อารอน แรมซี่ย์ ลงมาแทนแชมเบอร์เลน ทำให้มีการขึ้นเกมตรงกลางมีมากขึ้น ขณะเดียวกันแบ็คก็เติมเกมด้านข้างแบบเต็มสูบจนทำให้เจ้าถิ่นยากจะรับมือ

มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ

จากชัยชนะนัดดังกล่าวทำให้อาร์เซนอลเป็นจ่าฝูงของตารางชั่วคราว และนั่นก็ทำให้ความมั่นใจมีมากขึ้นทั้งจากแฟนปืนใหญ่และแฟนบอลที่เป็นกลาง ซึ่งสิ่งที่น่าประทับใจที่ได้เห็นในเกมนี้ก็คือความเด็ดขาดในการจบสกอร์ และความหลากหลายในแทคติกจากเวงเกอร์
 
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พวกเขาเป็นทีมที่น่ากลัวในซีซั่นนี้ก็คือ อาร์เซนอลยังไม่ได้ใช้ 11 ผู้เล่นตัวจริงชุดที่ดีที่สุดเลย เมื่อ ซานติ กาซอร์ล่า, นาโช่ มอนเรอัล และ ธีโอ วัลค็อตต์ ต่างพลาดในเกมกับซันเดอร์แลนด์เนื่องจากอาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ ซึ่งถ้ากลับมากันหมด ฤดูกาลนี้อาจเป็นฤดูกาลที่เดอะ กันเนอร์ส ใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์มากที่สุดก็เป็นได้