Analysis

ปืนกลคนคู่ : 17 ดูโอ้แดนหน้าที่คู่กันเเล้วดูเพลินตาที่สุดในโลกลูกหนัง

    ในปัจจุบันแผนการเล่น 4-2-3-1 หรือแผนที่ใช้หัวหอกคนเดียวยืนค้ำในแดนหน้าที่จะได้ความนิยมอย่างกว้างขวาง แต่แฟนๆลูกหนังรุ่นใหม่เคยรู้หรือไม่ว่า ทีมที่มีเกมรุกที่ดีใช้กองหน้ายืนคู่กันถึง 2 คน และนั่นถือว่าเป็นบรรทัดฐานของฟุตบอลในยุคก่อนๆเลย

We are part of The Trust Project What is it?

ฟุตบอลยุคโลกาภิวัตน์ นั่นเป็นห่วงและพะวงกับความยืดหยุ่นของแผนการเล่นมากเกินไป รวมถึงการนิยมใช้นักเตะหมายเลขสิบค่อยสนับสนุนอยู่หลังกองหน้า ทำให้การเล่นแบบหัวหอกคู่ค่อยๆลดหายและตายลงไปอย่างช้าๆ

 มองไปทั่วยุโรป คุณจะเห็นแต่แนวรุกสามประสาน, พวกฟอลส์ ไนน์ ไม่ก็กองกลางตัวรุก เต็มไปหมด แต่เราอยากจะบอกว่าการประสานงานระหว่างกองหน้าทั้งสองคนคือที่สุดของความบันเทิงในยุคหนึ่งเช่นกัน ดังนั้น FFT จึงขออาสาพาทุกท่านไปย้อนถึงความหลังนี้กัน

เอียน รัช - เคนนี่ ดัลกริช (ลิเวอร์พูล)

    ทั้งคู่ได้รับการพูดถึงอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นคู่หูแดนหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการลูกหนังอังกฤษ และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรนัก เมื่อดัลกริชที่มีทักษะระดับสุดยอด บวกกับความรวดเร็วและการจบสกอร์ที่เฉียบขาดของรัช คือสิ่งที่ทำให้เครื่องจักรสีแดงครองความยิ่งใหญ่ทั้งในอังกฤษและยุโรปอยู่พักใหญ่ในช่วงปี 80

โรมาริโอ้ - ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ (บาร์เซโลน่า)

    ไม่น่าเชื่อว่านักเตะอย่างโรมาริโอ้จะค้าแข้งกับบาร์เซโลน่าแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่ปีแรกของเขากับ เจ้าบุญทุ่มนั้น ไม่มีใครลืมเลือนอย่างแน่นอน หลังประสานงานกับสตอยช์คอฟอย่างลงตัว โดยทั้งคู่ทำประตูรวมกันในลีกถึง 46 ลูก (โรมาริโอ้ 30,สตอยช์คอฟ 16 ) และพาทีมคว้าแชมป์ลาลีก้าในฤดูกาล 1993-94 ด้วย

อลัน เชียเรอร์ - คริส ซัตตัน (แบล็คเบิร์น)

    อลัน เชียเรอร์ และ คริส ซัตตัน หรือ คู่หู SAS ชื่อสั้นๆแต่ติดหูแฟนบอลทั่วเกาะอังกฤษ ช่วยพาทีมกุหลาบไฟคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1914 โดยในฤดูกาล 1994-95 ทั้งคู่ซัดประตูรวมกันถึง 49 ประตู แม้ทั้งคู่จะไม่สามารถโชว์ฟอร์มกระฉูดได้แบบนี้ยามสวมเครื่องแบบสิงโตคำรามก็ตาม

ฟิลิปโป้ อินซากี้ - อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ (ยูเวนตุส)

    อินซากี้และเดล ปิเอโร่เล่นกันได้เข้าขารู้ใจ บวกกับการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยมของซีเนอดีน ซีดาน จึงช่วยให้ม้าลายคว้าแชมป์เซเรียอาได้สำเร็จ รวมไปถึงพาทีมแห่งตูรินเข้ารอบชิงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในปี 1997-98 ด้วย โดยคู่หูชาวอิตาเลี่ยนถล่มประตูรวมกันถึง 39 ประตูเลย

มาร์เซโล่ ซาลาส - คริสเตียน วิเอรี่ (ลาซิโอ)

    แม้ซาลาสและวิเอรี่ ผู้หลงใหลในกีฬาคริกเก็ตเคยลงเล่นด้วยกันแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้นในปี 1998-99 แต่ว่ามันก็เป็นปีที่น่าจดจำมากๆเช่นกัน ทั้งคู่ยิงประตูกันคนละ 15 ประตูในลีก ช่วยให้ทีมอินทรีฟ้าขาวจบอันดับสองในลีกและตามหลังมิลานแชมป์ในปีนั้นแค่แต้มเดียวเท่านั้น

แอนดี้ โคล - ดไวท์ ยอร์ค (แมนฯยูไนเต็ด)

    จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าลิสต์นี้จะไม่มีคิงโคลและคู่หูที่ดีที่สุดของเขา? โคลและยอร์คเป็นเพื่อนซี้ที่รู้ใจกัน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในและนอกสนาม ช่วงเวลาที่ทั้งแฟนๆปีศาจแดงและทีมอื่นๆน่าจะจดจำได้ดีก็คือ ฤดูกาล 1998-99 ที่ทั้งคู่เป็นหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญที่พาทีมคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในปีนั้นได้สำเร็จ

วินเซนโซ่ มอลเตลล่า - มาร์โก เดลเวชิโอ้ (โรม่า)

    มอลเตลล่าและเดลเวชิโอ้เป็นกองหน้าคู่แบบเล็กผสมใหญ่สไตล์อิตาลี แต่โดดเด่นเป็นอย่างมากในฤดูกาล 1999-20 หลังทำประตูไป 19 และ 11 ลูกตามลำดับ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าเศร้าพอสมควร เพราะทีมหมาป่าภายใต้การดูแลของฟาบิโอ คาเปลโล่พาทีมจบแค่ที่ 6 ในลีกเท่านั้น

ไนออล ควินน์ - เควิน ฟิลลิปส์  (ซันเดอร์แลนด์)

    มีไม่มากนักหรอกที่คุณจะยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำแม้จะไม่ได้อยู่กับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป และ คู่หู ควินน์กับฟิลลิปส์ คือหนึ่งในนั้น เขาซัดประตูรวมกันถึง 34 ลูกให้กับทีมแมวดำในฤดูกาล 1999-2000 ซึ่งปีนั้น ทำให้“ซูเปอร์เคฟ” เป็นนักเตะจากอังกฤษเพียงคนเดียวจนถึงปัจจุบัน ที่เคยคว้ารางวัล “รองเท้าทองคำ” มาครอบครองได้

อังเดร เชฟเชนโก้ - โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ (เอซี มิลาน)

    เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกันหากทีมของคุณจะมีกองหน้าที่ครบเครื่องอยู่ด้วย และมันจะยากยิ่งกว่านั้นหากคุณมีกองหน้าแบบนั้นอยู่กับทีมถึง 2 คน แต่ไม่ใช่กับปีศาจแดงดำ เพราะพวกเขามีทั้งเชว่าและ เบียร์โฮฟฟ์ ที่ข่มขวัญกองหลังฝั่งตรงข้ามให้แตกกระเจิง ซึ่งหัวหอกคู่นี้ยิงประตูรวมกันถึง 35 ลูกในฤดูกาล 1999-2000