ฤาจะหมดยุคทองของกระทิงดุ? : 3 ข้อใหญ่ๆที่เห็นได้จากเกมอัซซูรี่ซู่ซ่า

ความหวังของทัพ “กระทิงดุ” ที่จะคว้าแชมป์ยูโร 3 สมัยติดต่อกัน ต้องพังทลายลงทันทีที่ กราเซียโน เปลเล่ หัวหอกของทัพ “อัซซูรี่” จัดการยิงประตูปิดกล่องให้ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ คว้าตั๋วสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปครอง และนี่คือบทวิเคราะห์หลังเกมการแข่งขัน

หลายๆ คนคงถูกใจไม่น้อยตอนที่สเปนพ่ายแพ้ให้กับโครเอเชีย ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เพราะมันทำให้พวกเขาจะผ่านเข้ารอบมาชนกับอิตาลีในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยชื่อชั้นของทั้งคู่ ทำให้มันน่าจะเป็นเกมเล่นกันสนุก ทว่าบางคนก็บอกว่า อิตาลีที่เน้นเกมรับเป็นพิเศษ และสเปนที่เน้นการครองบอล เมื่อมาเจอกัน มันจะทำให้เกมออกมาดูน่าเบื่อ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทั้ง 2 ทีมลงดวลกันเมื่อคืนนี้ เห็นได้ชัดว่า เกมไม่ได้ช้าดังที่หลายๆ คนคิดเลย แถมดีไม่ดีนี่อาจจะเป็นเกมที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี่เกมหนึ่งก็ได้

คอนเต้ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น โดยเลือกใช้บริการ มัตเตีย เด ชิโญ แทนที่ของ อันโตนิโอ คานเดรวา ที่ได้รับบาดเจ็บ ด้าน บิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือใหญ่สเปนเลือกใช้ทีมชุดเดิมเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน

ปิดตายอิเนียสต้าและฟาเบรกัส

ใครๆ ก็คงจะรู้ว่า กุญแจสู่ชัยชนะของสเปน ก็คือการสร้างสรรค์เกมในแดนกลางของ อันเดรส อิเนียสต้า และ เชส ฟาเบรกัส โดยมี เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ คอยปัดกวาด แย่งบอลคืนจากคู่แข่ง และคุมจังหวะเปิดเกมรุกให้กับทีม

ทว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่หลายๆ ทีมเจอนั้น ก็คือการที่พวกเขาไม่สามารถจัดการกับกองกลาง 3 ตัวของสเปนได้ ทำให้ในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ทีม “กระทิงดุ” ดูจะเป็นทีมที่อันตรายที่สุดแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะแพ้โครเอเชียในนัดสุดท้ายก็ตาม

แต่ในเกมเมื่อคืนนี้ แข้งอิตาลีสามารถจัดการกับแผงกลางของสเปนจนอยู่หมัด เพราะพวกเขาสามารถตัด บุสเกตส์ ออกไปจากเกม ส่วนอิเนียสต้าและฟาเบรกัสนั้น พวกเขาก็บีบให้กองกลาง 2 รายนี้ได้แต่จ่ายบอลออกด้านข้างเท่านั้น ส่วนบอลยาวจากแดนหลัง นักเตะอิตาลีก็สามารถเคลียร์ได้หมด

คงต้องยอมรับว่า แผนการยืนตำแหน่งในเกมรับของอิตาลีที่เหนียวแน่นและแน่นอนเมื่อคืนนี้ คือปัจจัยสำคัญที่พาพวกเขาผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ทว่าสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือนักเตะของอิตาลี โดยเฉพาะแผงหลัง 3 คน เล่นได้นิ่งเอามากๆ แถมพวกเขายังไม่กลัวที่จะพาบอลขึ้นหน้าแทนการเคลียร์ทิ้งอีกด้วย

และเมื่อสเปนได้โอกาสบุกมากขึ้น พวกเขาก็ต้องดันขึ้นหน้าบ่อยขึ้น จึงทำให้เข้าทางของอิตาลีมากขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้พื้นที่ด้านหลังแผงแบ็คโฟร์เปิดกว้าง และเปิดโอกาสให้ เอ็มมานูเอเล จัคเครินี มีพื้นที่เล่นมากขึ้นอีกด้วย โดยจากรูปเกมเมื่อคืนนั้น ดูแล้ว อิตาลี สมควรจะได้ประตูที่ 2 มากกว่าที่ สเปนควรจะตีไข่แตกเสียอีก

เปลเล่และเอแดร์

STATS ZONE

Free on iOS & Android

10 ปีก่อน อิตาลีมียอดกองหน้าอย่าง ฟรานเชสโก้ ต็อตติ, ฟิลิปโป้ อินซากี้, อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ และอเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ทว่าในตอนนี้ พวกเขามีเพียง เปลเล่ และ เอแดร์ ซึ่งชื่อของทั้งคู่อาจจะคล้ายกับตำนานลูกหนังบางคน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่นักเตะระดับท็อป ทว่าก็ต้องยอมรับว่าเมื่อคืนพวกเขาเล่นได้โดดเด่นจริงๆ

การทีอิตาลีเล่นบอลโยนนั้นช่างเหมาะกับทั้งคู่จริงๆ เพราะมันเปิดโอกาสให้วิงค์แบ็คเติมเกมรุก และโจมตีจากริมเส้น พร้อมๆ กับกองกลางที่จะถ่างออกมาช่วยบริเวณริมเส้น ทำให้พวกเขาสามารถบรรจงเปิดบอลสวยๆ จากริมเส้นทั้ง 2 ข้างให้กับกองหน้าที่ชิงจังหวะอยู่หน้าปากประตูได้

การเชื่อมเกมกันของทั้งเปลเล่ และเอแดร์ ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเปลเล่สามารถผ่านบอลให้เอแดร์ได้ลุ้นถึง 7 ครั้ง และ 1 ในนั้นคือลูกที่เอแดร์หลุดเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ดาบิด เด เกอา ซึ่งเมื่อคืนนี้ เขาคือคนที่ช่วยป้องกันไม่ให้อิตาลียิงได้มากกว่า 2 ลูก

อย่างไรก็ตาม ลูกส่งให้กับพาร์ทเนอร์ของเปลเล่อาจจะยังไม่ใช่จุดเด่นที่สุดของเขาเมื่อวานนี้ เพราะหน้าที่ของเขาคือการตามประกบ บุสเก็ตส์ไม่ให้เล่นแบบง่าย ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่เขาทำได้ดีมากๆ เมื่อคืนนี้ และแน่นอน เราอาจจะได้เห็นเขารับบทนี้อีกครั้งในเกมกับเยอรมัน

เปลเล่ยังทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยเเกมเมื่อคืนนี้ เขาก็สมควรที่จะได้เพิ่มสกอร์ให้กับตัวเองแล้ว

เป็นหนึ่งเดียวกัน

จุดแจ็งของอิตาลีชุดนี้ก็คือ พวกเขามีความเป็นหนึ่งเดียวกันสูงมากๆ นักเตะทุกคนในทีมขยัน และเล่นเพื่อกันและกัน พวกเขาไม่มีใครเป็นซูเปอร์สตาร์เหนือคนอื่นๆ พวกเขารวมตัวกันเป็น “1 ทีม”

กลับกันกับสเปน พวกเขาคงจะคิดถึงกองหน้าในอดีตแน่ๆ  เพราะเมื่อคืนนี้ กองหน้าของพวกเขาแทบจะหายไปจากเกมเลย ทั้งอิเนียสต้า และ ฟาเบรกัส ต่างได้บอลค่อนข้างบ่อย ทว่าพวกเขาไม่สามารถส่งต่อไปยัง 3 ประสานในแนวรุกอย่าง ดาบิด ซิลบา, โนลิโต้ และ อัลวาโร่ โมราต้าได้ หรือแม้กระทั่ง อาริตซ์ อาดูริซ ที่ถูกเปลี่ยนลงมาก็เหมือนกัน จึงดูเหมือนว่า อิตาลีจะมองแผนของสเปนออกแบบทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นในตอนนี้ เดล บอสเก้ อาจจะจะต้องหลีกทางให้คอนเต้และกลับไปลบช่องโหว่ของสเปนชุดนี้ให้ได้เสียก่อน