ราชาแห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด : 11 แข้งปีศาจแดงผู้ยิ่งใหญ่สุดตลอดกาล

FFT รวบรวม 11 ยอดแข้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนฯยูไนเต็ด มาไว้ที่นี่ที่เดียว…

แน่นอนว่า 11 รายชื่อทั้งหมดด้านล่างนี้ อาจจะไม่ได้ถูกใจสาวก “เร้ด เดวิลล์” ทุกคน เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ยอดทีมแห่งเกาะผู้ดี มีรายชื่อนักฟุตบอลที่พร้อมจะก้าวเข้ามาสู่ในลิสต์อีกหลายร้อยคน

ทว่า ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างประกอบกัน ทำให้ FFT  เชื่อว่า 11 ดาวเตะด้านล่างนี้ คือ ที่สุดของที่สุด…

หมายเหตุ

FFT ไม่ได้ต้องการจัด แมนฯยูไนเต็ด ชุดที่ดีที่สุดตลอดกาล เพราะฉะนั้นอย่าได้แคร์เรื่องตำแหน่งมากนะครับ!

1. เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน, 1956-73

Bobby Charlton

สมัยยังหล่อเฟี้ยวเมื่อปี 1961

แม้กาลเวลาจะผ่านไปเกือบ 50 ปี แต่ ชาร์ลตัน ก็ยังครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และนั่นก็เป็นเหตุผลอย่างดีว่า ทำไม ตำนานทีมชาติอังกฤษ ถึงอยู่ในลิสต์ของเรา

นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตของ ปู่บ็อบ ก็สามารถสร้างเป็นภาพยนตร์ดีๆได้เลยทีเดียว โดย อดีตดาวยิงสูงสุดทีม “สิงโตคำราม” รอดชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ มิวนิค ได้อย่างปาฏิหาริย์ ก่อนที่อีกสิบปีต่อมา ชาล์นตัน จะยิงคนเดียว 2 ลูกในรอบชิงชนะเลิศและพา “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์ยุโรป ซึ่งถือเป็นทีมจากเมืองผู้ดีทีมแรกที่ได้แชมป์ ทั้งยังเป็นการส่งวิญญาณของเพื่อนร่วมทีมไปสู่สุคติ

ปู่บ็อบ ยังเป็นคนครองสถิติลงเล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด มากที่สุดมาหลายสิบปี ก่อนที่ ตำนานอีกคนในย่อหน้าถัดไป จะทำลายลง..

2. ไรอัน กิ๊กส์, 1990-2014

ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากมายกับ นักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

โดย กิ๊กส์ พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 13 สมัย บวกด้วยเหรียญชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก อีก 2 ครั้ง(และ 2 รองแชมป์) เช่นเดียวกับแชมป์ เอฟเอ คัพ 4 สมัย ลีก คัพอีก 3 ครั้ง และถ้วยรางวัลอื่นๆอีกมากมาย

ตำนานเลือดเวลส์ เป็นขุนพลเอกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึง 23 ปี พร้อมกับทำสถิติลงสนามมากที่สุดตลอดกาลของสโมสร และหากนับจริงๆ ต้องบอกว่า กิ๊กส์ อยู่กับทีมมานานถึง 26 ปี เนื่องจากปัจจุบัน อดีตปีกหมายเลข 11 ยังรับบทผู้ช่วยของ หลุยส์ ฟาน กัล อยู่เลย

หวังว่าจะอยู่กันอีกหลายสิบปีเลยนะครับ น้ากิ๊กส์

3. ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์, 1953-58

Duncan Edwards

อัจฉริยะลูกหนังที่จากไปก่อนวัยอันควร

เขาเป็นนักเตะคนเดียวในโลกที่ทำให้ผมรู้สึกด้อยค่าได้ - เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน

- Bobby Charlton

“เขาเป็นนักเตะคนเดียวในโลกที่ทำให้ผมรู้สึกด้อยค่าได้” วรรคทองจาก เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน บ่งบอกถึง ความสุดยอดของ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส ได้เป็นอย่างดี

น่าเสียดายเพียงที่ มนุษย์โลก ได้เห็นถึงพรสวรรค์และอัจฉริยภาพของเขาสั้นเกินไป โดย เอ็ดเวิร์ดส เป็น 1 ใน 8 นักเตะที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ มิวนิค ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น

อัจฉริยะชาวอังกฤษ ลงสนามให้ทีมเกือบ 200 เกม(ด้วยวัยเท่านั้น) พร้อมกับได้รับการยกย่องจาก ตำนานกุนซืออย่าง เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ว่าเป็น “นักฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก”

4. พอล สโคลส์, 1992-2013

อดีตกองกลางหัวแดง ผู้ได้รับการยกย่องและยอมรับจากตำนานระดับโลกทุกคน คือ กำลังสำคัญของทีมตลอด 21 ปีที่เขาลงเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

โดย สโคลซี่ ลงสนามให้กับยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษมากที่สุดเป็นลำดับ 3 ของสโมสร  พร้อมกับฝากประตูสุดสวยและลูกจ่ายสุดงามไว้มากมาย นอกจากนี้ เทคนิคและการวางบอลของเขาก็ได้รับการยกย่องในระดับสุดยอดเช่นกัน

และในอนาคตข้างหน้า เราอาจได้เห็นเขากลับ แมนฯยูไนเต็ด อีกครั้งในบทบาทโค้ชหรือผู้จัดการทีมก็เป็นได้

Scholes super goal vs Barcelona

ประตูสุดสวยกับ บาร์เซโลน่า

5. รอย คีน, 1993-2005

Roy Keane

กัปตันคีโน่ผู้ทรงพลัง

หากคุณต้องการผู้เล่นสักคนที่พร้อมจะลุยกับคู่แข่งไม่เลือกหน้า ชื่อของ รอย คีน ต้องแล่นออกมาในหัวแน่นอน

อดีตกัปตันทีมรายนี้ เกิดมาเพื่อเป็นนักล่าอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะล่าคู่ต่อสู้และทีมตัวเอง(ฮา) แต่ไม่ว่าอย่างไร ต้องยอมรับว่า การที่ “เฟอร์กี้” ประสบความสำเร็จได้มากมายนั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ ยอดคนชาวสก็อต มี “คีโน่” อยู่ในสนามนั่นเอง 

6. จอร์จ เบสต์, 1963-74

มาราโดน่า เก่ง, เปเล่ เก่งกว่า แต่ เบสต์ เก่งที่สุด โดย ตำนานชาวไอร์แลนด์เหนือเป็นคนยิงประตูขึ้นนำในนัดชิงชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ เมื่อปี 1968 พร้อมกับคว้าบัลลังดอร์ในปีนั้น และหากไม่หลงระเริงไปกับแสงสี รับรองว่า เบสต์ อาจจะเป็น นักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลของโลกก็เป็นได้

7. เอริค คันโตน่า, 1992-97

แม้จะอยู่กับทีมเพียงไม่กี่ปี แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน คันโตน่า ก็คือ “เดอะ คิง” สำหรับปวงประชาชาวผีแดงตลอดกาล

แม้จะอยู่กับทีมเพียงไม่กี่ปี แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน คันโตน่า ก็คือ “เดอะ คิง” สำหรับปวงประชาชาวผีแดงตลอดกาล

โดย อดีตศิลปินลูกหนังรายนี้ เป็นคนช่วยให้ แมนฯยูไนเต็ด ได้แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 26 ปี ทั้งยังคว้าแชมป์ได้อีกหลายถ้วยในเวลาต่อมา และบทบาทที่สำคัญ คือ คันโตน่า เป็นพี่ใหญ่ที่คอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมและดาวรุ่งในทีมเสมอ จนมีส่วนให้เด็กน้อยกลุ่มนั้น ก้าวขึ้นไปคว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 ได้สำเร็จ

แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้อยู่ในทีมชุดนั้นก็ตาม…

ประตูสุดสวยกับ ซันเดอร์แลนด์

แอ็คชั่นหลังยิงสุดสวยจากประตูด้านบน

8. ไบรอัน ร็อบสัน, 1981-1994

ถามว่า ไบรอัน ร็อบสัน เก่งแค่ไหน?

ก็ดูแค่ว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เป็น “เดอะ ค็อป” มาทั้งชีวิต ยอมใส่เสื้อยูไนเต็ดที่มีชื่อ ร็อบสัน ปักอยู่กลางหลัง ก็คงพอบอกทุกอย่างได้

โดย อดีตกุนซือทีมชาติไทย เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ “ปีศาจแดง” ได้แชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัยในช่วงปี 80 และสุดท้าย ร็อบสัน โชคดีกว่าคนที่เอาเขาเป็นฮีโร่เล็กน้อย เมื่อ กัปตันมาร์เวล พยายามฝืนค้าแข้งยาวพอที่ตัวเองจะได้แชมป์ลีกครั้งแรกในปี 1993

ส่วน พี่เจิด หมดหวังไปนานแล้ว ฮ่าๆ

Bryan Robson Goal - 1985 FA Cup Semi-Final Replay

ร็อบสัน ยิงใส่ ลิเวอร์พูล

9. คริสเตียโน่ โรนัลโด้, 2003-2009

หากวันใด “ซีอาร์7” แขวนสตั๊ด ชื่อของเขาจะอยู่ในระดับเดียวกับโคตรตำนานโลกลูกหนังทุกคน

แน่นอนว่า หากวันใด “ซีอาร์7” แขวนสตั๊ด ชื่อของเขาจะอยู่ในระดับเดียวกับโคตรตำนานโลกลูกหนังทุกคน

และที่น่าภูมิใจ คือ แมนฯยูไนเต็ด คือ บ้านที่ปลุกปั้นเขามา

จากเด็กหนุ่มบ้านนอกจากโปรตุเกสที่ขี้เลี้ยง ขี้สับ ขี้พุ่ง และขี้เก๊ก สู่ ดาวเตะบัลลังดอร์ 3 สมัยและ อดีตนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก

โดยปีที่ โรนัลโด้ โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในสีเสื้อ “ปีศาจแดง” คือ ซีซั่น 2007-2008 ที่ กัปตันทีมฝอยทอง ยิงคนเดียว 42 ประตูจากทุกรายการ จนช่วยให้ แมนฯยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก มาได้ พร้อมกับได้บัลลังดอร์สมัยแรกอีกด้วย

น่าเสียดายเพียงที่ “รอนนี่” ไม่ได้เล่นให้ทีมรักในช่วงที่เขาพีคที่สุดในชีวิต…

ลีลาที่ไม่มีใครเทียบได้

10. เดนิส ลอว์, 1962-73

ลอว์ เป็นหนึ่งในสามทหารเสือแห่งยุคของ “ปีศาจแดง” ร่วมกับ สองผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ปู่บ็อบ และ จอร์จ เบสต์ และทั้งสามคนล้วนแต่ได้ บัลลังดอร์ คนละหนึ่งครั้ง

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี ลอว์ ก็ยังคงเป็นดาวยิงสูงสุดอันดับ 3 ตลอดกาลของทีม โดย เจ้าของฉายา “ราชาสตั๊ดเหินหาว” เพิ่งถูก เวย์น รูนี่ย์ แย่งตำแหน่งเบอร์สองไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง

11. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, 1991-1999

นี่คือหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่ “เฟอร์กี้” ยอมรับว่า เข้าขั้นระดับโลก โดย ตำนานเลือดเดนส์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ ยูไนเต็ด ได้ทริ้ปเปิ้ลแชมป์เมื่อปี 1999 และ “ปีศาจแดง” ต้องใช้เวลาถึง 6 ปีในการตามหาตัวแทนของเขา ซึ่งนั่นบ่งบอกถึงความสุดยอดที่ ชไมเคิ่ล มีได้ดีที่สุด