ราชันไร้มงกุฏ : 10 แข้งชั้นตำนานที่ไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกจนแขวนสตั๊ด

สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เพิ่งประกาศแขวนสตั๊ดไป ปิดตำนานกลายเป็นอดีตแข้งผู้ยิ่งใหญ่…

แต่เรื่องเหลือเชื่อ คือ เขาไม่เคยคว้าแชมป์ลีกเลย ทั้งที่เป็นนักเตะที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ซ้ำร้ายไม่ใช่กับเฉพาะลิเวอร์พูล ทีมที่เขาโตขึ้นมา เพราะแม้กระทั่งหวังไปคว้าแชมป์เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ สหรัฐฯ เขาก็ยังต้องอกหักรักคุด
 

อย่างไรก็ตาม เจอร์ราร์ด ไม่ต้องปวดใจไป เพราะยังมีแข้งระดับตำนานอีกหลายราย ที่ชอกช้ำ เพราะไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกสักครั้งในชีวิตไม่ว่าย้ายไปเล่นทีมใดเหมือนกับเขา!  

อันโตนิโอ ดิ นาตาเล

นี่ คือ ชายผู้สร้างตำนานให้กับตัวเองมากมาย… 606 นัด 258 ประตู ตลอดเวลา 20 ปีเต็มบนเวทีลูกหนังอาชีพในแดนมะกะโรนี นับเป็นสถิติที่น่าทึ่ง
 
อันโตนิโอ ดิ นาตาเล แข้งร่างเล็กจากเนเปิ้ลส์ ดินแดนทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เริ่มต้นวิถีอาชีพลูกหนังกับ เอ็มโปลี สโมสรฟุตบอลทางตอนเหนือ เขาเป็นเด็กฝึกหัดของที่นั่นตั้งแต่ปี 1994 ก่อนทะยานขึ้นชุดใหญ่ในปี 1996 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น… และเป็นธรรมดาที่ดาวรุ่งอย่างเขาจะยังคงไร้ตัวตนกับทีมชุดใหญ่ เขาลงเล่นในศึกกัลโช่ เซเรีย บี ไปเพียงนัดเดียวในซีซั่นดังกล่าว ก่อนถูกปล่อยให้ยืมตัวไปเรื่อยๆ เป็นเวลา 3 ฤดูกาล กับทั้ง อิเปร์โซล่า, วาเรเซ่ และ มาระเบิดฟอร์มกับ เวียเร็จจิโอ ทีมในเซเรีย ซี (ขณะนั้น แต่ปัจจุบันอยู่ดิวิชั่น 9 ของระบบฟุตบอลลีกอิตาลี) ด้วยการยิง 12 ประตูจาก 25 นัด ทำให้ เอ็มโปลี ดึงตัวกลับมาเป็นตัวหลักของทีมในปี 1999/2000  และเขาไม่ทำให้ผิดหวังกดไป 7 ประตูรวมทุกรายการ ก่อนที่จะค่อยๆมีผลงานยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อย กระทั่งปี 2001/2002 ยิงระเบิดไป 18 ประตูรวมทุกรายการช่วยให้เอ็มโปลี เลื่อนชั้นขึ้นสู่กัลโช เซเรีย อา อิตาลี
 
อย่างไรก็ตาม เอ็มโปลี โลดแล่นบนลีกสูงสุดได้เพียง 2 ฤดูกาลก็ตกชั้น ทำให้ ดิ นาตาเล ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมอูดิเนเซ่ ในฤดูกาล 2004/2005 และที่นั่นทำให้เขากลายเป็นสุดยอดกองหน้าแห่งวงการลูกหนังอิตาลี…
 
แม้ปีแรก เขายิงได้เพียง 7 ประตูในลีก แต่มันค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี และนับตั้งแต่ปี 2006/2007 เขายิงได้เกิน 10 ประตูติดต่อกัน 9 ฤดูกาล ยิ่งไปกว่านั้นยังยิงมากกว่า 20 ประตู 4 ฤดูกาลติดต่อกันระหว่างปี 2009 - 2013 พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2 สมัย ติดต่อในปี 2009/2010 และ 2010/2011 ด้วย นอกจากนี้ความยอดเยี่ยมของเขายังช่วยพา อูดิเนเซ่ ไปโลดแล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 3 ซีซั่นด้วยกัน
 
ความจริง ดิ นาตาเล มีโอกาสย้ายไปค้าแข้งกับทีมที่ใหญ่กว่า เพื่อความสำเร็จ เพราะเป็นรู้ที่รู้ๆกันว่าอูดิเนเซ่ ไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ที่คอยไล่ล่าความสำเร็จในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะ ยูเวนคุส เมื่อปี 2010 แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธโอกาสนั้นด้วยเหตุผลเกี่ยวกับครอบครัว… ความน่ารักของเขายังรวมถึงการช่วยเลี้ยงดูน้องสาวของปิเอร์มาริโอ มาโรซินี เพื่อนร่วมห้องของเขาที่อูดิเนเซ่ ซึ่งเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เนื่องจากน้องสาวของเขาเป็นผู้พิการ และไม่มีญาติคนไหนคอบดูแลอีกแล้ว เขาจึงช่วยรับหน้าที่นี้ไป
 
หลังจบปี 2015/2016 ดิ นาตาเล ตัดสินใจแขวนสตั๊ด ปิดตำนาน 10 กับอูดิเนเซ่ ที่เขาจงรักภักดีอย่างยิ่งใหญ่… และฉากสุดท้ายของเขากับสโมสรที่ผูกพันยิ่งนั้น เขาก็ยิงประตูได้ด้วย แม้อูดิเนเซ่ จะแพ้ไปในนัดสุดท้ายของฤดูกาลดังกล่าวก็ตาม
 
ดิ นาตาเล เป็นตำนานแค่ไหน? จำนวน 209 ประตู (เฉพาะในศึกกัลโชเซเรียอา) ของเขา คือ คำตอบดี...น่าเสียดายไปนิดที่เขาไม่เคยได้ชูถ้วยแชมป์ลีก หรือแชมป์อะไรใดๆในชีวิตเลย
 

จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์

อดีตกองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และอดีตกุนซือของควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ คือ อีกหนึ่งนักเตะที่ยิงระเบิดกับทุกๆทีมที่เขาย้ายไป…

แข้งชาวดัตช์ ผู้ที่เกิดบนแผ่นดินซูรินาม เริ่มต้นค้าแข้งในลีกรองของฮอลแลนด์ ก่อนย้ายไปร่วมทีม กัมโปเมาเรนเซ ทีมน้องใหม่ลีกสูงสุดของโปรตุเกส… 4 นัดแรกเขายิงไม่ได้ แถมนัดที่ 5 ยิงจุดโทษพลาดอีกต่างหาก แต่หลังจากนั้นเขาเริ่มผลิตสกอร์ได้ จบฤดูกาลดังกล่าวยิงไป 12 ประตู ทำให้ เบสวิสตา ทีมดังแดนฝอยทองคว้าตัวไปด้วยค่าตัว 300,000 ยูโร ในปี 1996 เขายิงไปถึง 20 ประตูจาก 29 นัด ทำให้ จอร์จ เกรแฮม ผู้จัดการทีมของลีดส์ ยูไนเต็ด กระชากตัวเขามาแดนผู้ดีด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ พร้อมเริ่มสร้างชื่อเป็นตำนานบนเกาะอังกฤษ
 
ฮัสเซลเบงค์ เป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง มีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง ยิงได้หนักหน่วง และหัวหัวก็ยอดเยี่ยม แถมยังมีทีเด็ดจากลูกฟรีคิก แต่ก็นั่นแหละความเก่งกาจของเขาทำให้อยู่ลีดส์ได้ไม่นาน เพราะหลังยิง 42 ประตูจาก 87 นัด แอตเลติโก มาดริด ก็มากระชากตัวเขาไปเล่นในแดนกระทิงดุ…
 
สถิติการยิงประตูที่สเปน ของเขายังคงน่าทึ่ง ยิงไปถึง 33 ประตูจาก 43 นัดรวมทุกรายการ แม้ทีมตราหมีตกชั้น แต่ก็คว้ารองแชมป์ โกปา เดล เรย์ หรือถ้วยพระราชทานของประเทศสเปนได้… การตกชั้นของแอตเลติโก มาดริด ทำให้เขาถูกนำตัวกลับมายังเกาะอังกฤษอีกครั้ง… ครานี้เป็น  “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ได้ลายเซ็นเขาไป และแน่นอนว่าเขายังยิงระเบิดต่อเนื่อง ร่วมกับ จานฟรังโก โซล่า หัวหอกอิตาเลี่ยน จนกระทั่งปี 2003/2004 ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ โรมัน อัมบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเข้ามา ฮัสเซลเบงค์ มีตัวป้อนคอยสนับสนุนเขามากขึ้น เพราะงบประมาณการทุ่มเงินซื้อตัวอย่างบ้าคลั่งของ “เสี่ยหมี” มันเป็นฤดูกาลที่เขาใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์ลีกมากสุดในชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้ว อาร์เซน่อล ในปีนั้นร้อนแรงเกินห้ามใจ พวกเขาเป็นทีมไร้พ่าย ทำให้ ฮัสเซลเบงค์ ต้องอกหัก และหลังจากนั้น ชีวิตเขาก็ไม่เคยใกล้เคียงแชมป์ลีกอีกเลย…
 
จบฤดูกาลดังกล่าว ฮัสเซลเบงค์ ย้ายไปมิดเดิ้ลโบรซ์, ชาร์ลตัน และปิดฉากแขวนสตั๊ดกับคาร์ดิฟฟ์ แต่สถิติการยิงประตูถึง 250 ประตูจาก 584 นัดของเขา บ่งบอกว่าเขา คือ สุดยอดตำนานอีกราย ที่จบชีวิตค้าแข้งไปด้วยการไร้แชมป์ลีก
 

Pages