ราชนาวีสโมสร : NAVY SMART TEAM สุภาพบุรุษทหารเรือ

นี่คือหนึ่งในทีมลูกหนังที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย และแม้ว่าปีที่ผ่านมาพวกเขาจะรอดตกชั้นไปแบบหวุดหวิด แต่ซีซั่นนี้ “ตะหานน้ำ” กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความหวังในการจบด้วยอันดับเลขตัวเดียว

“เป้าหมายในปีนี้ของเราคือการจบด้วยอันดับเลขตัวเดียว เรามองไว้ที่อันดับ 9 และก็เชื่อั่นเต็มที่ว่าด้วยการปรับปรุงทีมและการที่เฮดโค้ชของเราอย่าง เตโก้ ได้มีโอกาสเตรียมทีมแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราจะทำตามเป้าที่วางไว้ในปีนี้ได้สำเร็จ” พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต ประธานสโมสรให้สัมภาษณ์กับ FFT TH

ย้อนกลับเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 1915 สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ในนามว่า “โรงเรียนนายเรือ” จารึกชื่อเป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จทีมแรกของวงการลูกหนังไทย เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ “ถ้วยทองของหลวง” ซึ่งเป็นการแข่งขันลีกฟุตบอลครั้งแรกของประเทศได้สำเร็จ ก่อนจะมาได้แชมป์ถ้วย ก. อีก 2 สมัยในปี 1923 และ 1924 และต่อมาในปี 1956 กองทัพเรือก็ได้จัดตั้ง “ราชนาวีสโมสร” อย่างเป็นทางการ

...แม้จะมีประวัติการก่อตั้งทีมที่เก่าแก่ แต่ความจริงแล้วราชนาวีไม่ใช่ทีมที่ประสบความสำเร็จมากมายนัก พวกเขาขาดแคลนงบประมาณในการจัดการทีม ทำให้นักเตะตัวหลักส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นผู้เล่นที่ได้รับการคัดเลือกจากทหารอาชีพในกองทัพ ผลงานของทีมจึงไม่เคยคงที่และมีการเลื่อนชั้นสลับกับตกชั้นระหว่างลีกพระรองและลีกสูงสุดมาโดยตลอด พวกเขาคว้าแชมป์ได้เพียงไม่กี่รายการเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือถ้วยควีนส์คัพ 2006 ...ขณะที่ผลงานสูงสุดในไทยลีกที่ผ่านมาก็อยู่เพียงอันดับ 7 ที่ทำได้ในฤดูกาล 2003/04

ส่วนในฤดูกาลล่าสุด แม้ว่าจะได้สิทธิกลับมาโลดแล่นบนเวทีไทยพรีเมียร์ลีกอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไป 3 ปี แต่มันก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าสวยหรูเท่าไหร่ เมื่อพวกเขาต้องดิ้นรนหนีตกชั้นจนถึงวินาทีสุดท้าย ขณะที่ในแง่สถิติเองก็ไม่มีอะไรโดดเด่นแถมยังเป็นทีมที่เสียประตูมากที่สุดอันดับสอง (65 ประตู) ของซีซั่นที่แล้วรองจาก ทีโอที เอสซี บ๊วยตารางคะแนนอีกด้วย ซึ่ง “บิ้กอ้น” ประธานสโมสรที่เพิ่งก้าวเข้ามารับหน้าที่บริหารทีมได้เพียงปีเดียวก็ให้เหตุผลถึงประเด็นนี้ว่า “ก่อนอื่นก็ต้องยอมรับว่าสำหรับฤดูกาลที่แล้ว การเตรียมทีมของเราค่อนข้างเป็นไปอย่างฉุกละหุก”

“ตัวผมเองเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสโมสรอย่างเต็มตัวก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นเพียง 20 ทำให้การจัดการต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่เรามีเวลาหาสปอนเซอร์น้อย ทำให้ปีที่แล้วเรามีงบอยู่แค่ 50 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทีมร่วมลีกอื่นๆ ที่ลงทุนไปหลักร้อยล้านแทบทุกทีม"

...ด้วยปัญหางบประมาณที่จำกัด ทำให้พวกเขาออกสตาร์ทลีกแบบน่าผิดหวัง แม้ว่า “โค้ชหมี” สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ จะเคยให้สัมภาษณ์ว่านักเตะของทีมมีความพร้อมเต็มร้อยและมั่นใจว่าสโมสรจะไม่ต้องดิ้นรนตกชั้น แต่ผลงานของทีมกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง ...ไทยพรีเมียร์ลีกผ่าน 14 เกมแรก พวกเขาแพ้ไปถึง 9 เกม เสมอ 3 เกม และเก็บชัยชนะได้เพียง 2 เกม ทีมหล่นไปอยู่ในโซนแดงแบบน่าเป็นห่วง ทำให้สุดท้ายทั้งคู่ต้องแยกทาง และสโมสรก็แต่งตั้ง อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ เข้ามาคุมอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นเมื่อ “ขงเบ้งลูกหนัง” พาทีมพ่ายแพ้ไปถึง 6 เกม และเก็บชัยได้แค่ 2 เกมจาก 9 นัดที่คุมทีม โดยสองเกมสุดท้ายที่เขานั่งบังเหียนกุนซือ ราชนาวีพ่ายต้องพบกับความพ่ายแพ้แบบราบคาบและเสียไปถึง 10 ประตู เริ่มจากการเปิดบ้านแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 และต่อด้วยการบุกไปแพ้ เมืองทอง ยูไนเต็ด ขาดลอย 7-0 ...ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และเก้าอี้กุนซือของทีมก็ว่างลงเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ

“จริงๆ แล้ว สโมสรชื่นชอบวิธีการทำงานของโค้ชทั้งสองคน พวกเขาทุ่มเทให้กับการทำทีมอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วนี่คือวิถีทางของฟุตบอล เมื่อไม่ลงตัวเราก็ต้องเดินแยกทาง” ประธานราชนาวีสโมสรกล่าว “หลังจากนั้นเราก็พิจารณาว่าจะหาใครมาคุมทีมแทน พอดีกันกับที่ เตโก้ เพิ่งจะแยกทางกับ โอสถสภาฯ เราก็เลยติดต่อไปและเขาก็แสดงความต้องการจะเข้ามาช่วยทีม โดยในวันที่เซ็นสัญญากันนั้นผมบอกเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ...ทำยังไงก็ได้ อย่าให้ทีมตกชั้นเป็นพอ”

...และนั่นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลดีเกินกว่าใครจะคาดคิด เมื่อ สเตฟาโน คูกูร์รา ตบเท้าเข้ามาสร้างปาฏิหารย์ให้กับทีมอย่างแท้จริง ในนัดประเดิมสนามกับ การท่าเรือ เอฟซี กุนซือบราซิเลียนพาทีมเปิดบ้านเฉือนชนะไปได้ 1-0 ก่อนที่จากนั้นจะเก็บชัยชนะ 3 นัดติดต่อกัน รวมถึงการบุกไปเก็บชัยในบ้านของ สุพรรณบุรี เอฟซี และ เชียงราย ยูไนเต็ด จนช่วยให้ทีมก้าวพ้นโซนแดงขึ้นมาหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น แม้ว่าหลังจากนั้น “ตะหานน้ำ” จะแพ้ติดต่อกัน 4 เกม แต่ท้ายที่สุดแล้วใน 3 นัดสุดท้ายพวกเขาก็ทำผลงานได้ตามเป้า โดยเฉพาะนัดปิดซีซั่นที่เปิดบ้านชนะ อาร์มี ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมกับการันตีอยู่รอดบนลีกสูงสุดแบบสุดดราม่า

“สิ่งที่เตโก้ทำให้กับเรา มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เรามั่นใจว่าเขาคือกุนซือที่จะช่วยให้ทีมพัฒนาต่อไปในอนาคตได้ ฉะนั้นปีนี้เราจึงมอบสัญญาให้เขาคุมทีมอีกปีและได้ให้เวลาเขาได้เตรียมทีมอย่างเต็มที่” บิ้กอ้นให้สัมภาษณ์ก่อนเล่าต่อถึงความพร้อมของทีมในปีนี้

“สำหรับฤดูกาลนี้เรามีเวลาในการเตรียมทีมมากขึ้น ทั้งในแง่ของการมองหานักเตะที่มีศักยภาพเหมาะสมกับเป้าหมายที่วางไว้ และในแง่ของการหาสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนทีม ซึ่งเราก็ได้ทุ่มงบประมาณมากไปกว่า 140 ล้านบาท เพื่อทำให้มั่นใจว่าเรามีทีมที่ดีพอที่จะอยู่รอดบนไทยลีกได้อย่างสม่ำเสมอ ส่วนเรื่องนอกสนามนั้น ตอนนี้เราก็ได้ทำการปรับปรุงสนามซ้อมให้มีคุณภาพใกล้เคียงสนามแข่งขันจริงมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ได้มาตรฐานมากขึ้น นอกจากนี้อีกหนึ่งแผนการสำคัญของเราก็คือการสร้างอคาเดมีเยาวชนรุ่นอายุ 15-18 ปี เพื่อพัฒนาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคตด้วย”

“ที่สัตหีบนี้เรามีชุมชนทหารเรือขนาดใหญ่ รวมแล้วกว่าแสนคนด้วยกัน เราก็อยากให้เพื่อนๆ พี่น้องทหารเรือทุกคนสนุกกับเชียร์ฟุตบอลเต็มที่ การทำผลงานได้ดีในลีกก็เป็นเป้าหมายหนึ่ง การสร้างรูปแบบการเล่นที่สนุกก็เป็นเป้าหมายหนึ่ง แต่เราต้องไม่ลืมว่าเราคือใคร”

“ชัยชนะก็เป็นเรื่องจำเป็น ผลการแข่งขันก็จำเป็น แต่ขณะเดียวกันเราต้องมีน้ำใจนักกีฬา รู้จักให้ความเคารพคู่แข่ง และสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนืออื่นใดก็คือต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษทั้งในและนอกสนาม ให้สมศักดิ์ศรีกับการที่เราเป็นตัวแทนครอบครัวกองทัพเรือ”

...สำหรับฤดูกาลนี้ ราชนาวีสโมสร ขยับเสริมทัพได้น่าสนใจหลังคว้าตัว เฟลิเป้ แฟร์ไรร่า ดาวซัลโวร่วมแห่งลีกพระรองฤดูกาลก่อนที่ซัดไป 25 ประตูให้ สุโขทัย เอฟซี โดยที่กองหน้าบราซิเลียนรายนี้เคยเป็นที่หมายปองของทีมจากจีนอย่างงจริงจังถึงขนาดที่ว่าส่งแมวมองมาดูฟอร์มก็หลายนัด แต่สุดท้ายตกลงรายละเอียดไม่ลงตัวทำให้เขาได้มาลงเอยกับ “ตะหานน้ำ” ในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ราชนาวีที่เล็งเห็นปัญหาเรื่องเกมรับเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ตัดสินใจยกเครื่องใหม่ด้วยการคว้าแข้งคุณภาพเข้ามาขันน็อตแนวรับ ทั้ง ณรงค์ วงษ์ทองคำ ผู้รักษาประตูฝีมือดีจาก ศรีสะเกษ เอฟซี , วิกเตอร์ อิกโบเนโฟ กองหลังดีกรีทีมชาติอินโดนีเซีย จาก โอสถสภาฯ และดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง ปฏิภาณ อุ่นอบ ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ย้ายเข้ามาด้วยสัญญายืมตัว

...กับเป้าหมายท็อปเทนในปีนี้ อาจจะดูเป็นเรื่องยาก แต่ในเกมลูกหนังอะไรก็เกิดขึ้นได้ และไม่แน่บางที เหล่าแข้งหน้าใหม่รวมทั้ง “เตโก้” ที่ได้โอกาสเตรีมทีมแบบเต็มที่ อาจจะทำให้ฝันของพวกเขาเป็นจริง!

The Coach - สเตฟาโน คูกูร์รา : ปรัชญาผมมีอย่างเดียวคือซ้อมให้หนัก

วินาทีที่เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น ...แฟนบอล “ตะหานน้ำ” พากันตะโกนก้องด้วยความยินดี มันคือค่ำคืนอันแสนชื่นมื่นเมื่อสโมสรอันเป็นสัญลักษณ์ของพวกเขาจะได้อยู่รอดบนไทยลีกต่อไป และมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นหากไม่ใช่เพราะเฮดโค้ชชาวบราซิล ผมหยิกๆ หัวฟูๆ คนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาช่วยเหลือทีม...

- ติดตามเรื่องราวของกุนซือผู้พาทีมรอดตกชั้นซีซั่นก่อนได้อย่างหวุดหวิดที่นี่ -

Key Player - แองเจโล มาชูก้า : เท้าซ้ายของผมเรียนรู้มาจาก "กูตี”

“นักเตะที่ผมชอบมากที่สุดและติดตามมาตลอดคือ กูตี ของ เรอัล มาดริด เขาเป็นกองกลางตัวรุกที่สุดยอดที่สุดตลอดกาลในความคิดของผม” แองเจโล มาชูก้า ให้สัมภาษณ์กับ FFT TH “แต่ไหนแต่ไร ผมมักจะดูคลิปของเขาในยูทูปหรือดูแมตช์ถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ผมจะสังเกตการวางเท้า การสัมผัสบอล และท่วงท่าในการยิงของเขาเสมอ และผมบอกได้เลยว่าทักษะการยิงของผมก็มาจาก กูตี นี่แหละ"

- ติดตามเรื่องราวของนักเตะผู้มีมิดฟิลด์ชื่อดังเป็นไอดอลได้ที่นี่ -

Rising Star - ปฏิภาณ อุ่นอบ : จากลัคกี้บอยสู่การจับคู่กับแนวรับไอดอล

จากลัคกี้บอยที่เคยเดินจูงมือ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ลงสนาม วันนี้ปราการหลังดาวรุ่งวัย 20 ปีได้รับโอกาสให้จับคู่ในแนวรับกับไอดอลลูกหนังในฐานะดาวรุ่งน่าจับตามองของ “ตะหานน้ำ"

- ติดตามเรื่องราวของดาวรุ่งผู้ไล่ตามความฝันจนสำเร็จได้ที่นี่ -

Supporter - จิตวิญญาณแฟนบอลนาวีและนิยามแห่งดอกประดู่

พี่สุริยา บุญสรวง ประธานกองเชียร์ของราชนาวีสโมสรกับหลากหลายเรื่องราวตลอดการเดินทางบนเกลียวคลื่นแห่งทะเลลูกหนังติดตามทีมรักไปทุกหนแห่งด้วยความรักหลงใหลสุดหัวใจ ...ถ้าพร้อมแล้วขอนำผู้อ่านไปออกเดินเรือสู่เรื่องราวของพวกเขา “แฟนคลับราชนาวี”

- ติดตามเรื่องราวการเชียร์ทีมอันน่าเหลือเชื่อของประธานกองเชียร์ราชนาวีได้ที่นี่ -