ราคาแพงมีความเสี่ยง : 8 แข้งไทยลีกย้ายทีมสุดฮือฮา แต่กลับไม่เปรี้ยง

บางคนย้ายทีมด้วยราคาถึง 12 ล้านบาท แต่กลับถูกปล่อยยืมในอีกแค่ครึ่งปีต่อมา, บางคนพกดีกรีทีมชาติไทย แต่กลับไม่สามารถก้าวข้ามเหล่าผู้เล่นตัวจริงได้, บางคนมาอย่างซูเปอร์สตาร์ค่าเหนื่อยนับล้านบาท แต่ต้องตกชั้นไปพร้อมกับทีม, บางคนกลับสู่บ้านเกิดด้วยราคา 6 ล้าน แต่กลับเป็นได้แค่ตัวสำรองมากกว่าตัวจริง

FFT TH ขอพาทุกท่านไปพบกับ 8 นักเตะค่าตัวแพงของไทยลีก ที่ย้ายตัวสุดฮือฮาสนั่นลั่นทุ่ง แต่สุดท้ายฟอร์มไม่เปรี้ยง สวนทางกับค่าตัว 

รณชัย รังสิโย 

(การไฟฟ้าฯ ไป เมืองทองฯ - ค่าตัว 3 แสนบาท บวก สุริยา ดอมไธสง)

แม้ว่าพรแสวงจะสามารถสร้างทุกอย่างให้กับคุณได้ แต่หากโชคชะตาเล่นตลกแล้วล่ะก็ ทุกอย่างที่คุณสร้างมาก็สามารถหายไปได้ในเพียงแค่ชั่วค่ำคืนเดียว

กลางฤดูกาลปี 2009 เมืองทอง ยูไนเต็ด จัดการจ่ายค่าตัว 300,000 บาท บวกกับ สุริยา ดอมไธสง กองหน้าของทีม ซึ่งเป็นค่าตัวที่สูงมากในขณะนั้น เพื่อแลกกับนักเตะดาวรุ่งในตำแหน่งกองหน้ารายหนึ่งที่ชื่อว่า รณชัย รังสิโย

“เจ้าแซม” รณชัย รังสิโย หัวหอกดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการลูกหนังไทยขณะนั้น เพิ่งพาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คว้าแชมป์ไทยลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเมื่อปี 2008 พร้อมคว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวสูงสุดประจำฤดูกาลที่จำนวน 16 ประตู และนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ “โค้ชแต๊ก" อรรถพล บุษปาคม กุนซือในขณะนั้นต้องคว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีมกิเลนผยอง

ชื่อเสียงที่โด่งดังเป็นพลุแตก และความคาดหวังจากแฟนบอลที่อยากเห็นการจับคู่กันอีกครั้งของคู่หู “มุ้ย-แซม” ได้ทำให้การย้ายทีมครั้งนี้ ถูกจับตามองจากแฟนบอลทั้งประเทศ

“สโมสรนี้เป็นทีมใหญ่ มีระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ และมีสิทธิ์ที่จะเป็นแชมป์ไทยลีก ซึ่งแน่นอนว่า นี่คือเหตุผลหลักที่ผมต้องย้ายมา เพราะอยากชูถ้วยแชมป์อีกครั้ง นอกจากนี้ จะเป็นการได้กลับมาเล่นคู่กับมุ้ยอีกครั้ง เราเคยเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เยาวชน 17 ปี และเมื่อมุ้ยได้ไปเล่นที่อังกฤษ ขณะที่ผมต้องเล่นกับการไฟฟ้าฯ ทำให้เราห่างหายกันมานานมาก ที่สำคัญผมไม่มีคนที่เล่นแล้วรู้ใจด้วยมา 3-4 ปีแล้ว ซึ่งการที่ได้มาร่วมทีมเมืองทอง ผมคิดว่า เราจะเล่นกันเข้าขามากขึ้น และช่วยกันพาทีมไปเป็นแชมป์ไทยลีก ให้จงได้''

8 กรกฎาคม 2552 “เจ้าแซม” รณชัย ปรากฏตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการต่อหน้าแฟนบอลกิเลนผยอง ที่สนาม ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม โดยในวันนั้น มีเกมกระชับมิตรระหว่าง เมืองทอง กับ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่เตรียมทำศึกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

รณชัย ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ในการพังประตูให้กิเลนผยอง ขึ้นนำ ทีมชาติไทย 1-0 ทว่าเคราะห์ซวยก็มาเยือนเขาแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อ รณชัย รังสิโย ได้รับบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ในช่วงท้ายครึ่งแรก จนทำให้หัวเข่าขวาบิดอย่างแรง ทำให้ต้องพักรักษาตัวตลอดทั้งซีซั่น โดยไม่ได้เล่นกับทีมเลยแม้แต่นัดเดียว ชนิดที่ต้องมองดูต้นสังกัดใหม่คว้าแชมป์ไทยลีก 2009

ปีถัดมาคือฤดูกาลที่ รณชัย รังสิโย ได้ใส่เสื้อหมายเลข “9” แบบเต็มฤดูกาล แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หาย ทำให้กว่าจะได้ลงสนามก็ผ่านมาถึงครึ่งฤดูกาลแล้ว ในเดือนมิถุนายน โดยเป็นตัวสำรองแทนที่ของ โคเน่ โมฮัมเหม็ด ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ในเกมชนะ พัทยา ยูไนเต็ด 1-0

แม้จบฤดูกาล เมืองทองจะสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน แต่จากปัญหาอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า ทำให้เขาไม่สามารถแจ้งเกิดกับสโมสรได้อย่างเต็มตัว โดยลงเล่นไปเพียง 7 นัดในลีกและยิงไปแค่ 1 ลูก ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับ บีอีซี เทโรศาสน ในเดือนธันวาคมปี 2010

Pages