รามเซส บุสโต๊ส : เรื่องวันนั้นที่พัทยาน่ะเหรอ?

“เพราะผมกำลังบาดเจ็บอยู่ด้วยตอนไปเที่ยวพัทยา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เนวิน (ชิดชอบ) จึงโมโหผมขนาดนั้น และทำการยกเลิกสัญญาผมทันที”

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 บุรีรัมย์ ทำการเซ็นสัญญายืมตัว รามเซส บุสโต๊ส หัวหอกดีกรีทีมชาติชิลีรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี จาก อูนิออน เอสปันโญลา ไปร่วมทีมเป็นเวลา 6 เดือน และเขาก็งัดฟอร์มเก่งออกมาได้ทันที

รามเซส บุสโต๊ส ซัดคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดแรกในการค้าแข้งแดนสยามของเขา เอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-0 คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปีดังกล่าว ทำเอา ลา เซกุนด้า ออนไลน์ เว็บไซต์กีฬาชื่อดังของสเปน ต้องลงสกู๊ปตามติดชีวิตของเขาในประเทศไทย พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในแข้งชิลีที่น่าจับตามองของวงการลูกหนังอาเซียน

โชคร้ายที่หนึ่งเดือนต่อมา ดาวยิงวัย 21 ปี (ในขณะนั้น) กลับได้รับอาการบาดเจ็บ พร้อมกับข่าวฉาวไปทั่ววงการเมื่อ “ปราสาทสายฟ้า” ประกาศยกเลิกสัญญาพร้อมส่งตัวเขากลับบ้านเกิด จากสาเหตุที่เขาหนีออกจากแคมป์เก็บตัวของทีม มุ่งตรงไปเที่ยวพัทยา ทั้งที่อยู่ระหว่างการรักษาตัว สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งลีก

แน่นอนว่าแฟนบอลหลายคนต้องอยากรู้สาเหตุที่แท้จริง เกิดอะไรขึ้นที่พัทยา? เขาหนีเที่ยวจริงหรือเปล่า? ทำไมเขาทำแบบนั้น? และหลังจากเหตุการณ์นั้นเขาทำอย่างไร? และนี่คือความจริงจากปากของ รามเซส บุสโต๊ส...

“มันเป็นการเข้าใจผิดกัน” บุสโต๊ส กล่าวเริ่ม “จริงๆแล้วตอนนั้นพวกเขาให้ผมหยุด ผมกับภรรยาเลยไปเที่ยวพัทยากัน”

“ที่เข้าใจผิดกันก็คือ พวกเขาบอกว่าให้ผมหยุดสองวัน แต่ผมอยู่นานเกินกว่านั้น พวกเขาเลยโกรธผมมากๆ เพราะผมกำลังบาดเจ็บอยู่ด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เนวิน (ชิดชอบ) จึงโมโหผมขนาดนั้น และทำการยกเลิกสัญญาผมทันที”

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำเอาแข้งชาวชิลีรายนี้ถึงกับเคว้ง แต่เขาก็ไม่ทนนิ่งเฉยโดยไม่ได้แก้ต่างอะไร ก่อนพยายามหาโอกาสอธิบายกับนายใหญ่ของยอดทีมแห่งเมืองเซราะกราวทันที เนื่องจากคาดหวังกับการค้าแข้งในแดนสยามอย่างมาก และยังไม่ต้องการกลับไปยังบ้านเกิด

“ผมพยายามพูดคุยกับ เนวิน เพื่ออธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น พยายามทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น แต่เขาไม่ฟังผมเลย และให้เงินค่าชดเชยสัญญาพร้อมให้ผมกลับไปที่ชิลี อันที่จริงพวกเขาก็ปรับเงินผมไปแล้ว ตัวผมเองก็อยากอยู่กับ บุรีรัมย์ ต่อ แต่พวกเขาไม่ให้โอกาสผมได้ลงเล่นเลย”

บุสโต๊ส หมดทางเลือกและจำใจต้องหอบข้าวของกลับบ้านเกิด ไปลงเล่นกับต้นสังกัดเดิมอย่าง ยูนิโอน เอสปันโญลา จนถึงปี 2014 ก่อนที่จะสวมบทจอมพเนจรย้ายสโมสรถึง 4 ครั้ง ในช่วงปี 2015-2016 ไปอยู่กับ เดปอร์เตส ลา เซเรน่า, เดปอร์เตส ลา ปินตานา, เดปอร์เตส ลา โกเปียโป และ เดปอร์เตส ลา บัลดิเบีย ตามลำดับ

“ผมรู้สึกผิดหวังนะ ผมอยากอยู่ที่ บุรีรัมย์ ต่อจริงๆ แต่มันก็ไม่มีทางเลือก ทำได้แค่ตั้งหน้าตั้งตาเล่นฟุตบอลและใช้ชีวิตในชิลีกับภรรยาของผมต่อไป”

ในที่สุดโอกาสกลับมาค้าแข้งในประเทศไทยของเขาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าเขารีบตอบตกลงแบบแทบจะไม่ต้องคิด รับข้อเสนอพร้อมเซ็นสัญญากับ หนองบัวพิชญ เอฟซี ที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่ลีกพระรองเมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2017 แบบสดๆร้อนๆ

“เอเย่นต์ชาวไทยคนหนึ่งเห็นเฟซบุ๊คของผมและจำผมได้ว่าเคยมาเล่นที่ บุรีรัมย์ เมื่อปี 2013 เขาเลยเอาข้อเสนอจาก หนองบัวพิชญ มายื่นให้กับผม”

“ผมตอบตกลงทันทีเลยล่ะ เพราะผมปรารถนาที่จะเล่นในประเทศไทยอยู่เสมอ อยากลงเล่นและพิสูจน์ตัวเองในลีกไทยให้ได้ ผมแทบไม่ต้องคิดเลยตอนเห็นข้อเสนอจาก หนองบัวพิชญ เข้ามา เพราะผมรู้สีกดีกับประเทศไทยมากๆ และอยากกลับมาตลอด”

“ครอบครัวของผมก็มีความสุขมากๆในประเทศไทย ทุกคนที่นี่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากๆ ผมตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่กลับมาที่นี่อีกครั้ง”

เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่ รามเซส บุสโต๊ส ถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยกเลิกสัญญาแบบฟ้าผ่า แต่เขายืนยันว่า... เขาและครอบครัวยังหลงรักพัทยาสุดใจ 

“แน่นอนอยู่แล้ว ผมกลับไปแน่! พัทยาเป็นสถานที่ที่สวยงามมากจริงๆ บอกเลยว่าผมจะพาครอบครัวของผมกลับไปที่นั่นอีกครั้งแน่นอน (ฮา)"

"และถ้าผมได้เจอกับ เนวิน อีกครั้ง ผมจะตรงเข้าไปคุยกับเขาอย่างแน่นอน ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาในฐานะประธานสโมสรดี”