รับต้องแน่น : เปิดสถิติเกมรับ 20 ทีมแชมป์ไทยลีก ใครเหนียว-รั่วสุด

มาดูกันว่าสโมสรใดบ้างที่คว้าแชมป์ โดยเสียประตูน้อยสุด – มากสุดกันบ้าง...

นับตั้งแต่ก่อตั้งการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก อย่างเป็นทางการก็ผ่านมาแล้ว 20 ปี เรามาลองเช็คสถิติที่น่าสนใจกันว่าทีมใดที่ได้ชื่อว่ามีเกมรับเหนียวแน่นมากที่สุดจากการโดยคู่แข่งทะลวงตาข่ายน้อยเป็น 3 อันดับแรกกันบ้าง และทีมใดที่โดนคู่แข่งพังประตูมากกว่าจำนวนนัดที่แข่งขัน แต่กลับคว้าแชมป์ไปอย่างเหนือความคาดหมาย รวมถึงค่าเฉลี่ยเสียประตูน้อย - มาก ต่อเกม ของแต่ละทีมเป็นอย่างไรกันบ้าง ใคร คือ ทีมที่เสียประตูโดยเฉลี่ยมาก-น้อยสุด? 

ก่อนอื่นมาดู 3 อันดับทีมแชมป์ที่เสียประตูน้อยที่สุด ช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา อันดับแรกย้อนกลับไปฤดูกาล 2001 บีอีซี เทโร ศาสน คือทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดจำนวน 11 ประตู ชนะ 15 เสมอ 5 แพ้ 2 ซึ่งปีนั้นแข่งขันกัน 22 เกมเท่านั้น ซึ่งนับเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเสียประตูน้อยที่สุด...   

รองลงมา สโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ คือทีมที่เสียประตูให้คู่แข่งน้อยที่สุดอยู่ที่ 15 ประตู โดยเคยทำไว้ในฤดูกาล 2011 สถิติแข่ง 34 นัด ชนะ 26 เสมอ 7 แพ้ 1 เก็บไป 85 คะแนน  มีดาวเตะเกมรับอย่าง ธีราทร บุญมาทัน, อันแดร์สัน โดส ซานโตส และอภิเชษฐ์ พุฒตาล เป็นตัวหลักในแนวรับ

ส่วนอันดับสุดท้าย สโมสรการไฟฟ้าฯ เสียไป 15 ประตู ในเกมไทยลีกฤดูกาล 2008 จากจำนวน 30 เกม ชนะ 18 เสมอ 7 แพ้ 5 มี 61 คะแนน

สลับมาดูทีมแชมป์ที่เคยเสียประตูให้คู่แข่งมากที่สุดกันบ้าง ย้อนกลับไปยุคแรกของไทยลีกปี 1996 สมัยไทยลีกใช้ชื่อ จอห์นนีวอล์กเกอร์ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก หากนับจากตารางคะแนน ธนาคารกรุงเทพ เป็นอดีตแชมป์ที่เสียประตูมากที่สุดจำนวน 34 ลูก ซึ่งเท่ากับจำนวนเกมที่ลงแข่งขันในฤดูกาลนั้นคือ 34 เกม โดยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองเป็นทีมแรก แม้จะไม่ได้เป็นแชมป์ด้วยการรั้งตำแหน่งจ่าฝูง เพราะยุคนั้นใช้ระบบการเพลย์ออฟหาทีมแชมป์ด้วยการจับ 4 ทีมหัวตารางมาเจอกัน

ในรอบแรกธนาคารกรุงเทพ สามารถเอาชนะ องค์การโทรศัพท์ฯ หรือ สโมสรฟุตบอลทีโอที ในปัจจุบันไป 3-2 ก่อนจะเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ทีมหลักทรัพย์ หรือ สโมสรฟุตบอลอาร์แบค และเอาชนะมาได้  2-0 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ซึ่งหากนับจำนวนแต้ม ทั้งหมดในเกมลีกปกติจนถึงรอบเพลย์ออฟ พวกเขาเก็บชัยได้ 19 นัด เสมอ 11 แพ้ 6 จาก 36 นัด ทำแต้มรวม 68 คะแนน แต่เสียประตูให้คู่แข่งไปถึง 36 ประตูด้วยกัน

รองลงมา สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ในยุคไร้พ่าย แข่ง 34 นัด เสียไปถึง 31 ประตู แต่ด้วยขุมกำลังแนวรุกระดับพระกาฬอย่าง จักรพันธ์ พรใส, ธีรศิลป์ แดงดา และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ รวมถึงตัวปั้นเกมอย่าง ดัสกร ทองเหลา , ดักโน่ เซียก้า , พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ซึ่งแม้จะเสียประตูเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ก็ทำแต้มสูงถึง 84 คะแนน ส่งผลให้พวกเขาคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

อันดับ 3 เป็น สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำในปี 2014 โดยเสียไป 26 ประตู แต่หากเทียบกับจำนวนเกมที่ลงแข่งขันในฤดูกาลนั้นก็ถือว่าไม่มากเท่าไหร่นัก ซึ่งพวกเขาลงเล่นทั้งหมด 38 เกม ชนะ 23 เสมอ 10 แพ้ 5 นัด มี 79 คะแนน

ทว่ามี 3 ทีมที่เคยคว้าแชมป์โดยเสียประตูมากกว่าจำนวนเกมที่ลงแข่งขัน ซึ่งทีมแรกคือ สินธนา ที่ลงเตะ 22 เกม ในปี 1998 แต่กลับเสียไปถึง 28 ประตู อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ชนะ 13 เสมอ 3 แพ้ 6 จาก 22 นัด มีแต้มเหนือรองจ่าฝูงอย่าง ทหารอากาศ 2 คะแนน  และถือเป็นการคว้าแชมป์ครั้งและครั้งเดียวขอพวกเขา เพราะหลังจากนั้นก็ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอีกเลย

อันดับ 2 และ 3 คือสโมสรทหารอากาศกับฤดูกาล โดยปี 1999 พวกเขาลงแข่ง 22 เกม เสียไป 27 ประตู ซึ่งจำนวนคะแนนเท่ากับอันดับ 2,3 และ 4  อย่าง การท่าเรือ เอฟซี,บีอีซี เทโร ศาสน และโอสถสภา ที่ 39 แต้มเท่ากัน แต่เนื่องจากทหารอากาศยิงคู่แข่งไปถึง 43 ประตู ส่งผลให้พวกเขาเบียดขึ้นไปชูถ้วยแชมป์ได้สำเร็จ

และย้อนไปในปี 1997 เป็นอีกครั้งกับการโดนทะลวงตาข่าย 25 ประตู จากทั้งหมด 22 เกม ของทหารอากาศ ที่ทำให้พวกเขาต้องลุ้นตัวเกร็งในตำแหน่งแชมป์ไทยลีก เพราะมีแต้มเท่ากับรองจ่าฝูงอย่าง สินธนา ที่ 42 คะแนน ทว่าจำนวนประตูที่ยิงคู่ต่อสู้ได้ถึง 45 ประตู ส่งผลให้พวกเขาได้เปรียบประตูได้-เสีย หยิบถ้วยแชมป์ไปเชยชมเป็นปีแรก

ส่วนการที่จะวัดได้ชัดเจนมากที่สุดว่า....แชมป์ของแต่ละปี ใครมีเกมรับที่เหนียวแน่นมากกว่ากันนั้น ต้องมาดูที่ค่าเฉลี่ยระหว่างจำนวนนัดกับจำนวนประตูที่เสียทั้งฤดูกาล...  

จากตารางข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าแชมป์ไทยลีกครั้งที่ 15 หรือ ฤดูกาล 2011 สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ พีอีเอ คือ แชมป์ไทยลีกที่มีเกมรับเหนียวที่สุดตลอดกาล แข่ง 34 ชนะ 26 เสมอ 7 แพ้ 1 มี 85 คะแนน เฉลี่ยเสียประตูเพียง 0.44 ประตูต่อเกมเท่านั้น ปีนั้นพวกเขาอุดมไปด้วยยอดนักเตะจากกาฬทวีป ความแข็งแกร่งของ โจเซฟ โอบาม่า และ เอควาลา เฮอร์มันน์ ในเกมรับมีส่วนช่วยให้พวกเขาเป็นแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ โดยเป็นการคว้าแชมป์ได้สำเร็จก่อนจบฤดูกาลด้วย หลังจากเอาชนะ สโมสรฟุตบอลทหารบก ได้คะแนน 75 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสอง ทั้งที่ยังมีการแข่งขันเหลืออีก 4 นัด ทิ้งรองจ่าฝูง ชลบุรี เอฟซี ชนิดไม่เห็นฝุ่นถึง 16 คะแนน

รองลงมา คือ การไฟฟ้า ปี 2008 มีอัตราเฉลี่ยเสียประตูต่อเกมอยู่ที่ 0.5 โดยแข่งทั้งหมด 30 นัด ชนะ 18 เสมอ 7 แพ้ 5 มี 61 แต้ม โดยทำแต้มหนีห่างจ่าฝูง ชลบุรี เอฟซี 2 คะแนน ก่อนที่จะคว้าแชมป์ปีนั้นไปครองได้สำเร็จ 

อันดับ 3 ย้อนกลับไปฤดูกาล 2001 บีอีซี เทโร ศาสน เป็นอีกทีมที่มีสถิติเฉลี่ยเสียประตูต่อนัดน้อยเท่ากับ การไฟฟ้าที่ 0.5 ต่อเกม โดยเก็บชัยเหนือคู่แข่งไป 15 นัด เสมอ 5 และแพ้ 2 เกม รวม 50 คะแนน ซึ่งถือเป็นสถิติดีกว่าปี 2000 ที่พวกเขาเสีย 0.64 ประตูต่อเกม

ส่วนทีมที่เฉลี่ยเสียประตูเกิน 1 ลูกต่อนัด มีจำนวน 2 ทีม คือ สินธนา ที่เฉลี่ยต่อเกม เสียมากถึง 1.27 ประตู ในปี 1998 รองลงมา ฤดูกาล 1999 ทหารอากาศเสียไป 1.23 ประตูต่อนัด และอีกครั้งในปี 1997 พวกเขาเสียเฉลี่ยเกมละ 1.05 ประตู 

นั่นหมายความว่า... การจะเป็นแชมป์ไทยลีก คุณไม่ควรเสียประตูเฉลี่ยกว่านัดละ 1 ประตู และคงมีเพียงสินธนา กับทหารอากาศที่ค่อนข้างแหวกคอก ประตูได้-เสีย ต่างกันไม่มากนัก แต่กลับเป็นแชมป์ได้หน้าตาเฉย...

ส่วนทีมแชมป์ไทยลีกที่เสียประตูมากที่สุดนับตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก คือ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2012 เสียประตูเฉลี่ยนัดละ 0.91 ประตู แต่เกมรุกสุดสะเด่าทำให้พวกเขาเป็นแชมป์ไร้พ่าย