ฤดูกาลเปลี่ยนชีวิต : 'คริสเตียโน โรนัลโด้' กับ จุดเริ่มต้นสู่ความยิ่งใหญ่

Cristiano Ronaldo

เขาถูกตราหน้าว่าเป็นพวกโชว์ออฟ จากนั้นกลายเป็นคนนอกคอก อนาคตของเขาในถิ่น”โอลด์ แทรฟฟอร์ด”เริ่มมืดมน แต่ คริสเตียโน โรนัลโด้ กลับถีบตัวเองขึ้นมาสู่ความยิ่งใหญ่ในอาชีพได้อย่างน่ายกย่อง

“ดูนั่นสิ เขาเพิ่งกะพริบตาไปใช่หรือเปล่า?”

เอียน ไรท์ พูดอย่างโมโหในสตูดิโอถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของ BBC ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2006

ผมคิดว่ามันมีโอกาสสูงมากๆที่ เวย์น รูนีย์ จะกลับไปที่สนามซ้อมของแมนฯยูฯและเข้าไปเอาเรื่องกับโรนัลโด้ - อลัน เชียร์เรอร์

- Alan Shearer

“ได้โปรดบอกผมทีว่ามันไม่ใช่” อลัน แฮนเซน พูดพลางถอนหายใจ

นั่นคือความผิดของ คริสเตียโน โรนัลโด้ หรือเปล่า? การกะพริบตาส่งซิกให้เพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกสบนม้านั่งสำรอง หลังจาก เวย์น รูนีย์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในจังหวะยันใส่กล่องดวงใจของ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ ในนาทีที่ 62 ของเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึกเวิลด์คัพ 2006 

“ผมคิดว่ามันมีโอกาสสูงมากๆที่ เวย์น รูนีย์ จะกลับไปที่สนามซ้อมของแมนฯยูฯและเข้าไปเอาเรื่องกับโรนัลโด้” อลัน เชียร์เรอร์ พูดอย่างสบายใจ

มันคือความจริงที่ปีกปีศาจแดงโน้มน้าวใจ โฮราซิโอ เอลิซอนโด้ ผู้ตัดสินให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าความเป็นจริง แต่โรนัลโด้แค่ฉวยโอกาสจากความอ่อนต่อโลกของผู้เล่นอังกฤษส่วนใหญ่ 

Wayne Rooney

ยิ่งโรนัลโด้เป็นคนซัดจุดโทษลูกตัดสินนำโปรตุเกสคว้าชัยด้วยแล้ว หลายคนต่างคิดว่าความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนร่วมสโมสรชาวอังกฤษคงจบเห่แน่

The Sun แท็บลอยด์จอมแฉของอังกฤษอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อตามมาทันทีว่า รูนีย์จะฉีกโรนัลโด้เป็นสองชิ้นในการเจอหน้ากันครั้งต่อไป สื่อเจ้าเดิมยังผลิตกระดานปาเป้ารูปสตาร์ชาวโปรตุกีสออกมาให้แฟนบอลอังกฤษล้างแค้น แน่นอนว่าตาขวาที่โรนัลโด้ใช้กะพริบถูกวางตรงกลางเป้า

3 ฤดูกาลใน ”โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ที่เขาถูกวิจารณ์เรื่องสไตล์การเล่นบ้าสับขาแต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพ

1 สัปดาห์ครึ่งให้หลัง มีรายงานว่าโรนัลโด้ไม่อยากอยู่กับทีมอีกแล้ว เขายิง 27 ประตู จาก 137 เกม พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ จาก 3 ฤดูกาลใน ”โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ที่มักถูกวิจารณ์เรื่องสไตล์การเล่นบ้าสับขาแต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพ มันเป็นเวลา 3 ปีแล้วที่ยูไนเต็ดห่างหายจากการคว้าแชมป์ลีก กลายเป็นเชลซีของ โชเซ มูรินโญ ที่ครองความยิ่งใหญ่แทน

“ผมจะไม่อยู่กับแมนฯยูฯ” หนังสือพิมพ์โปรตุเกสอ้างคำพูดของโรนัลโด้ “หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรูนีย์ ผมคงอยู่ที่นั่นต่อไม่ได้ ผมจะหาทางออกเรื่องอนาคตใน 2 วันนี้ ผมไม่ต้องการอยู่ในอังกฤษอีกต่อไป”

แต่ 12 เดือนต่อมา คริสเตียโน โรนัลโด้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, นักเตะแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ(PFA), ดาวรุ่งแห่งปี, นักเตะแห่งปีของสมาคมนักข่าว และนักเตะขวัญใจมหาชนจากการโหวตของแฟนบอล แข้งระดับโลกคนใหม่ของแมนฯยูฯได้จุติขึ้นแล้ว

จากเด็กชายสู่ชายชาตรี

ช่วงซัมเมอร์ปี 2006 สื่อไม่ได้แค่พากันเล่นข่าวของโรนัลโด้วัย 21 ปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้จัดการทีมอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ด้วย

มันเป็นเวลา 3 ปีแล้วที่ยูไนเต็ดห่างหายจากการคว้าแชมป์ลีก กลายเป็นเชลซีของ โชเซ มูรินโญ ที่ครองความยิ่งใหญ่แทน

“ซัมเมอร์นี้พวกเขาเหมือนกับคนเมาหยำเปบนฟลอเต้นรำในเวลา 01.45 น.” ร็อบ สมิธ เขียนลงคอลัมน์ใน The Guardian “เดเมียน ดัฟฟ์ ย้ายไปอยู่กับนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวที่ถูกกว่ายูไนเต็ดจ่ายค่าตัวของ ปาทริช เอฟรา คุณไม่ควรแต่งเรื่อง คุณไม่ต้องทำแบบนั้น”

“จากสถานการณ์ของ คริสเตียโน โรนัลโด้ : เฟอร์กุสันเพิ่งพูดว่าเขายังไม่มีโอกาสคุยกับโรนัลโด้เลยตั้งแต่ฟุตบอลโลก มันตรงกันข้ามกับตอนที่เขาพยายามปกป้อง เดวิด เบ็คแฮม ในปี 1998 โดยสิ้นเชิง”

อย่างไรก็ดี เฟอร์กุสันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพราะรูนีย์จัดการเคลียร์ปัญหาคาใจกับโรนัลโด้ตั้งแต่ในอุโมงค์ของสนามที่เกลเซนเคียร์เชนแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ว่าเขาได้รับคำสั่งมาจากเจ้านาย รูนีย์ยืนยันว่าเขากับเพื่อนร่วมทีมคู่กรณีจะไม่นำความรู้สึกผิดใจกันท่สู่ทีมในช่วงปรีซีซั่น ดาวยิงแมนฯยูฯถึงขนาดออกปากแนะนำให้มีการสัมภาษณ์ร่วมกัน

CR7

สิ่งที่หลายคนลุ้นที่สุดในการซ้อมวันแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า โรนัลโด้จะมารายงานตัวหรือเปล่าหลังจากเขาแลกเสื้อกับ แกรี เนวิลล์ ในฟุตบอลโลก สุดท้ายเขาปรากฎตัวที่แคร์ริงตันในวันนั้น

“ด้านร่างกาย เขาเปลี่ยนจากเด็กผู้ชายเป็นชายชาตรี” เนวิลล์ย้อนความหลัง “เขาออกไปแบบนักมวยรุ่นฟีเจอร์เวทแต่กลับมาในรุ่นไลท์-เฮฟวีเวธ นั่นทำให้เขามีพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

รูนีย์ยังเห็นด้วยเลยว่าร่างกายของโรนัลโด้บึ้กบึกขึ้นในการกลับมาคราวนี้ มันแตกต่างจากตัวของรูนีย์ที่มักกลับมาหลังพักร้อนในสภาพน้ำหนักตัวเกินตลอด

เราจะไม่ยอมแพ้หากพวกเขาปฏิเสธกลับมาไม่มากพอ - ฆวน โซแลร์

- Juan Soler

แต่มันยังคงมีข่าวลือว่าโรนัลโด้ขอย้ายทีมอยู่ โดย ฆวน โซแลร์ ประธานบาเลนเซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ในช่วงหนึ่งว่า “เราจะไม่ยอมแพ้หากพวกเขา(แมนฯยูฯ)ปฏิเสธ(ขายโรนัลโด้)กลับมาไม่มากพอ” ในขณะที่แฟนบอลฝั่งตรงข้ามแสดงความจงเกลียดจงชังใส่แนวรุกชาวโปรตุกีส แต่ แมนฯ ยูฯ เริ่มต้นฤดูกาลใหม่อย่างสวยหรูไล่ถล่มฟูแล่มที่มี คริส โคลแมน คุมทัพขาดลอย 5-1

โรนัลโด้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งปีกขวา ก่อนวอลเลย์เข้าประตูแบบสุดสวยและคอยป่วน ฟรองค์ เกอดรู แบ็คซ้ายเจ้าถิ่นจนหัวหมุนตลอดทั้งเกม

“คุณบอกได้เลยว่าเขากับเวย์นคือคู่หูที่ดีที่สุด” เฟอร์กี้กล่าวหลังจบเกม “ผู้คนมักมองหาแพะรับบาปเสมอ แต่เรามีสปิริตที่ยอดเยี่ยมที่นี่และจะไม่สนใจสิ่งที่คนภายนอกพูดถึงสโมสร แฟนบอลฟูแล่มโห่โรนัลโด้เล็กน้อยตอนเริ่มเกม แต่ท้ายที่สุดพวกเขาได้เห็นแล้วว่าเด็กคนนี้คือนักฟุตบอลชั้นยอด”

Cristiano Ronaldo

เฟอร์กุสันอาจพูดข้ามความจริงไปบ้าง เสียงโห่ของแฟนบอลดังทุกครั้งในจังหวะลูกเซ็ตพีชและตอนผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกม แต่นายใหญ่ยูไนเต็ดต้องการให้โรนัลโด้รับรู้ว่าสโมสรยังต้องการเขา

เดือนต่อมาเสียงโห่จากแฟนบอลฝ่ายตรงข้ามดังขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างในเกมที่ปีศาจแดงต้องออกไปเยือน โรนัลโด้เล่นวูบวาบอยู่แค่ช่วงหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาได้รับแรงกดดันจากเสียงโห่ แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปในเกมเสมอบุกเรดดิ้ง 1-1

ยูไนเต็ดโหมเกมรุกเป็นพายุเข้าใส่เรดดิ้งที่นำอยู่ 1-0 จากลูกจุดโทษของ เควิน ดอยล์ แต่ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของพวกเขากลับไม่เป็นผล จนกระทั่งโรนัลโด้ได้บอลทางกราบซ้าย เขาลากตัดเข้าในผ่าน แกรม เมอร์ตี้ แบ็คขวาเรดดิ้ง ก่อนสับเต็มข้อบอลพุ่งผ่านมือ มาร์คัส ฮาเนมันน์ เข้าไปแบบเด็ดขาด ช่วยทีมมีแต้มติดมือกลับบ้าน

“คุณไม่มีทางหยุดเขา เพราะเขาเลี้ยงบอลได้ทั้งสองทาง ยกบอลข้ามหัวคุณ แตะบอลลอดขาคุณ และจากนั้นเขาก็จะเริ่มหัวเราะ”

“คุณเข้าประกบชิดเกินไปไม่ได้ เพราะเขาเร็วมาก ผมรู้สึกเหมือนกับถูกลมพัดใส่ตอนที่เขาเลี้ยงผ่าน เขาเด็ดขาด ตัวใหญ่ และแข็งแกร่ง การเข้าปะทะตัวเขาเหมือนกับกำลังวิ่งชนกำแพงอิฐ”