รอเธอมาแสนนาน : เมื่อ ผี,ปืน,สิงห์ เจอตัวแทนของ คีน, วิเอร่า, มาเกเลเล่ สักที

รอย คีน, ปาทริค วิเอร่า และ โคล้ด มาเกเลเล่ คือ ชื่อของสุดยอดมิดฟิลด์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และ อาร์เซนอล เคยมี ทว่าเป็นเวลาหลายปีแล้วที่พวกเขาต่างไร้กองกลางประเภทนี้ในทีม ก่อนที่ปีนี้พวกเขาจะเจอความหวังใหม่อีกครั้ง…

หลายปีที่ผ่านมา เหล่ายักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และ เชลซี ต่างพากันหาตัวแทนของสุดยอดกองกลางที่พวกเขาเคยมีอย่าง รอย คีน, ปาทริค วิเอร่า และ โคล้ด มาเกเลเล่ ทว่า ทั้งสามก็ไม่เคยพบคนที่ใช่แบบจริงๆจังๆสักที

โดย 13 ปีของ คีน กับ “ปีศาจแดง” นั้น พวกเขาได้แชมป์เมเจอร์ร่วมกันถึง 12 ครั้ง ขณะที่ มาเกเลเล่ พา “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้า 5 แชมป์ใน 4 ฤดูกาลที่ลอนดอน ส่วน วิเอร่า นั้น ช่วยให้ “ปืนใหญ่” ได้ 7 ถ้วยใน 9 ปี

Roy Keane, Patrick Vieira

คีน กับ วิเอร่า ฟาดปากกันประจำสมัยค้าแข้ง

ซึ่งทีมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ อาร์เซนอล โดยชีวิตหลังไร้ วิเอร่า ก็เป็นอย่างที่เรารู้กัน ส่วน “ยูไนเต็ด” และ “สิงห์บลู” ยังประสบความสำเร็จได้อยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม สถิติทั้งหมดบอกได้ชัดเจนว่า ทั้งสามทีมคิดถึง อดีตยอดกองกลางเหล่านั้น มากเพียงใด โดยการคว้าแชมป์รวมกัน 24 ครั้งของ คีน, มาเกเลเล่ และ วิเอร่า ใน 26 ซีซั่นที่ลงเล่นให้กับทีม ลดเหลือเพียง 17 ถ้วย ใน 30 ซีซั่นที่ทั้ง  แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และ อาร์เซนอล ไม่มีพวกเขา

ทว่า วันนี้ทั้งหมดมีความหวังใหม่เกิดขึ้นแล้ว…

เดอะ ชาก้า

เกมกับ “แตนอะละวาด” นั้น อดีตเพื่อนของ ชาริล ชัปปุยส์ โชว์ฟอร์มเด่น เป็นหัวใจในแดนกลาง พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่ “เดอะ กูนเนอร์” ไม่ได้เห็นในตัวนักเตะมาหลายปีทีเดียว

ไมเคิ่ล คาร์ริค, ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า และ อาบู ดิยาบี้ คือ สามตัวแทนของ ตำนานทรีโอ้ ของแต่ละทีม ทว่า ทั้งหมดก็ไม่มีใครทำได้จริงๆ

โดย แมนฯ ยู และ อาร์เซนอล ขาดกองกลางประเภทจอมดุดันมานานกว่าทศวรรษ ขณะที่ เชลซี นั้น ไม่มีนักเตะประเภทนั้นมาราวๆ 8 ปี ก่อนที่ทั้งสามทีมจะพบ “คนๆนั้น” พร้อมกัน

เริ่มที่ “ปืนใหญ่” ที่คว้าตัว กรานิต ชาก้า มาได้ โดยในเกมประเดิมสนามกับ ลิเวอร์พูล นั้น กองกลางทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ ถูกเลือกเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ซึ่ง แผงมิดฟิลด์ที่อ่อนนุ่มของ ทีมดังแห่งลอนดอน ก็ทำให้พวกเขาถูก “หงส์แดง” คว้าชัยในบ้านของตัวเอง

ก่อนที่สองเกมต่อมากับ เลสเตอร์ และ วัตฟอร์ด ชาก้า จะได้รับโอกาสเป็นตัวจริง พร้อมกับช่วยให้ทีมเก็บได้ 4 คะแนนและเสียเพียงแค่ประตูเดียว โดยเกมกับ “แตนอะละวาด” นั้น อดีตเพื่อนของ ชาริล ชัปปุยส์ โชว์ฟอร์มเด่น เป็นหัวใจในแดนกลาง พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่ “เดอะ กูนเนอร์” ไม่ได้เห็นในตัวนักเตะมาหลายปีทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่า หากมีใครพูดว่า ชาก้า จะเป็น “วิเอร่าคนใหม่” คนนั้นต้องสติไม่สมประกอบแน่ๆ ทว่าทั้งหมดก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่า ดูท่าแล้ว ดาวเตะจากเมืองนาฬิกา น่าจะเป็นคนที่ใกล้เคียงที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว ไม่ว่าจากสถิติหรือฟอร์มในสนามก็ตาม

นิว มาเกเลเล่

ก็องเต้ นั้นแทบจะถอดแบบมาจาก มาเกเลเล่ เลยก็ไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในเกม การผ่านบอล การยืนตำแหน่ง ตำแหน่งที่ถนัด ฯลฯ ที่สำคัญคือทั้งสองเป็นคนฝรั่งเศสเหมือนกัน

ข้ามมาที่อีกฝั่งของเมืองอย่าง เชลซี โดยถึงตรงนี้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แสดงให้เห็นถึงอนาคตอันสดใส หลังจากที่เล่นได้ดีตลอดสามเกมแรกกับทีม จนทำให้กองกลางที่เทคนิคดีที่สุดในทีมอย่าง เชส ฟาเบรกาส ต้องหลุดเป็นตัวสำรอง ซึ่งอันที่จริงแล้ว หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ฟาเบรกาส คือ ผู้สืบทอดคนแรกของ วิเอร่า เมื่อสิบปีก่อน

ซึ่งถ้าหากเราเปรียบกรณีของ ชาก้า กับ ก็องเต้ แล้วละก็ จะพบว่าสองเคสนี้มีความต่างกันพอสมควร เนื่องจาก ก็องเต้ นั้นแทบจะถอดแบบมาจาก มาเกเลเล่ เลยก็ไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในเกม การผ่านบอล การยืนตำแหน่ง ตำแหน่งที่ถนัด ฯลฯ ที่สำคัญคือทั้งสองเป็นคนฝรั่งเศสเหมือนกัน 

ซึ่งที่ผ่านมา ยังไม่มีใครสืบทอดตำแหน่งได้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น จอห์น โอบี มิเกล, รามิเรส หรือ ดาวิด ลุยซ์ ก็ตาม

John Obi Mikel, Ramires

มิเกล และ รามิเรส ไม่เคยเดินตามรอย มาเกเลล่า ได้เต็มร้อย

“เขาให้ความมั่นใจแก่พวกเรา” เอเด็น อาซาร์ กล่าวถึง ก็องเต้ “พวกเราเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้โดยไร้ห่วงก็เพราะว่าเรารู้ดีว่า ต่อให้เราเสียบอล แต่เขาก็จะคอยอยู่ข้างหลังเราเหมือนเดิม”

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ ก็องเต้ ได้รับบทบาทที่แตกต่างออกไปจากซีซั่นที่แล้วกับ เลสเตอร์ เล็กน้อย โดยตอนที่เขาอยู่กับ “จิ้งจอกสยาม” นั้น เคลาดิโอ รานิเอรี่ จะอนุญาตให้ ก็องเต้ เติมเกมรุกไปข้างหน้าได้ ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ จะใช้ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ในบทบาทกองกลางตัวตัดเกมหน้าแผงหลัง

มาเกเลเล่ นั้นย้ายมาอยู่กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เมื่ออายุถึง 30 ปี และยังเล่นในระดับท็อปได้อีก 8 ซีซั่น ทว่าตอนนี้ ก็องเต้ นั้นอายุเพียง 25 ปี ดังนั้นไม่ต้องบอกเลยว่า เชลซี มีเพชรเม็ดงามขนาดไหนในมือ

N'Golo Kanté v West Ham (H) (15/8/2016) (Individual Performance)

Kante wins the ball back against West Ham

คีโน่ = ป็อกบา?

หลังจากที่ คีน จากไป เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ทำให้แฟนๆหลายคนประหลาดใจ เมื่อ บรมกุนซือชาวสก็อต ไม่ได้มีท่าทีที่จะหาตัวแทนของเขาเลย

ณ เวลานี้ วงการลูกหนังเมืองผู้ดีใกล้เคียงกับการได้สโมสรแบบ “กาลาคติกอส” ทีมแรกในประวัติศาสตร์ และทีมๆนั้น คือ ทีมที่คุณก็รู้ว่าใคร

เพราะการที่พวกเขาทุ่มเงินคว้าตัวนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกมาได้ ก็ตอบทุกอย่างได้เป็นอย่างดี อีกทั้งดาวเตะค่าตัว 89 ล้านปอนด์ผู้นั้น ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด(บอกจนได้ ฮา) ยุติการหาหัวใจในแดนกลางที่ คีน ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วสักที

โดย “กัปตันคีโน่” จาก “ปีศาจแดง” ไปตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งหลังจากที่ คีน จากไป เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ทำให้แฟนๆหลายคนประหลาดใจ เมื่อ บรมกุนซือชาวสก็อต ไม่ได้มีท่าทีที่จะหาตัวแทนของเขาเลย

อย่างไรก็ตาม มาในปีนี้ “ยูไนเต็ด” ได้กุนซือคนใหม่อย่าง มูรินโญ่ ซึ่งที่จริงแล้ว กุนซือชาวโปรตุกีส ก็ไม่ได้ต้องการ คีน คนใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ว่านักเตะที่เขาชื่นชอบและอยากได้ตั้งแต่ปีที่แล้วอย่าง ปอล ป็อกบา ดันมีสไตล์และวิถีทางที่คล้ายกับ อดีตกัปตันจอมดีเดือด อย่างมาก

Paul Pogba

ป็อกบา เริ่มต้นชีวิตที่สองกับ ยูไนเต็ด ได้ดี

เอาง่ายๆก็คือ สถานะของ ป็อกบา ที่ ยูเวนตุส นั้นเหมือนกับสมัยที่ คีน ยังเป็นลูกพี่ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เลย ซึ่งที่น่าสังเกตคือ ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ เคยทำลายสถิติซื้อแพงที่สุดของสโมสรเมื่อครั้งคว้าตัว คีน เข้ามาเมื่อปี 1993 เช่นเดียวกับ 23 ปีต่อมาที่พวกเขาซื้อ ป็อกบา ด้วยสถิติตลอดกาลของทีม(และโลก)

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครั้งที่การซื้อนักเตะระดับโลก จะประสบผลสำเร็จทุกครั้งไป เพราะ “เร้ด เดวิลล์” หลายคนคงยังไม่ลืมชื่อของ  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ที่เอาชื่อมาทิ้งที่เมืองผู้ดีแน่นอน

ทว่าดูแววแล้ว บอกได้เลยว่า หลุมที่ คีน ขุดไว้เมื่อหลายปีก่อน จะถูกกลบด้วย ป็อกบา ได้ไม่ช้าก็เร็ว

และไม่แน่ว่า เจ้าของเบอร์ 6 คนนี้อาจจะไปไกลกว่า คีน ด้วยซ้ำ…

ไม่มีใครแทนใครได้

แน่นอนว่า เราต่างรู้ดีว่า ไม่มีใครแทนใครได้อยู่แล้ว

เพราะ ชาก้า ก็คือ ชาก้า

ก็องเต้ ก็คือ ก็องแต้

และป็อกบา ก็คือ ป็อกบา

เช่นเดียวกับ วิเอร่า, มาเกเลเล่ และ คีน

ทั้งหมดล้วนมีดีในแบบฉบับของแต่ละคน ต่างกันไปตามสถานะและโอกาส อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทั้งสามหน้าใหม่มีโอกาสก้าวเดินตามรอยรุ่นพี่ก็คือ อิทธิพลและผลงานที่จะทำให้ชื่อของพวกเขาอยู่ในหัวใจของแฟนๆเสมอไป เช่นเดียวกับ ทำให้เพื่อนร่วมวงการทุกคนยอมรับและซูฮกในฝีเท้าของพวกเขา

“เขาให้แรงบันดาลใจแก่ทุกคนในทีม” เฟอร์กี้ กล่าวชม คีน หลังเกมกับ ยูเวนตุส ในปี 1999 “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานกับนักเตะแบบนี้”

แน่นอนว่า หนทางทุกอย่างยังอีกไกลสำหรับทั้งสาม และต้องติดตามว่า สุดท้ายแล้ว ม้าสามตัวนี้ จะมีใครก้าวผ่านตำนานของทีมตัวเองได้บ้าง

เพราะหนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

ดังนั้น โปรดติดตามอย่างไม่กระพริบตา…

New features every day on FourFourTwo.com