Analysis

รีวิวริมเส้น: อาร์เซนอล 0-0 เชลซี

รถบัสสองชั้น ปืนใหญ่ยังยิงไม่เข้า ข้อมูลจาก Stats Zone

We are part of The Trust Project What is it?
"เป้าหมายคือชัยชนะ" คือสิ่งที่โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าวไว้ก่อนเกม แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม ทั้งสองทีมดูจะแบ่งแต้มกันไปแบบแฮปปี้ทั้งคู่
 
กุนซือโปรตุกีสถูกตั้งคำถามเรื่องการเลือก 11 ตัวจริงโดยไม่มีกองหน้า และใช้ ออสการ์ ลงเป็นกองหน้าจำเป็นก็ถูกวิจารณ์กันใหญ่โต หลังจากมิดฟิลด์บราซิเลียน ยกบอกหนี ดาบิด ออสปินา แม้จะโดนอัดร่วงไปนอนชมท้องฟ้า แต่ปืนใหญ่รอดจากการเสียประตูแบบหวุดหวิดเมื่อเฮ็คเตอร์ เบเยริน วิ่งเข้าไปเคลียร์บอลออกหลังไปได้ และกรรมการไมเคิล โอลิเวอร์ ปล่อยให้เล่นเกมต่อไป
 
 

ถัดจากจังหวะดังกล่าว โอลิเวอร์ ก็กลายเป็นคนที่ถูกจับตามองมากที่สุดในสนามเมื่อชักใบเหลืองให้เชสก์ ฟาเบรกาส อดีตฮีโร่ปืนใหญ่ที่ได้คืนรังเอมิเรตส์เป็นครั้งแรกพุ่งล้มต่อหน้าต่อตากรรมการ แต่ไมเคิล โอลิเวอร์ ยังพลาดจังหวะแฮนด์บอลของแกรี่ เคฮิลล์ไปอีก 1 จังหวะ

หลายๆ จังหวะในเกมนี้เป็นจังหวะก้ำกึ่ง และแทบไม่ค่อยได้เห็นโอกาสทำประตูกันอย่างชัดเจน แม้ครึ่งหลังมูรินโญ่จะตัดสินใจส่งดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงสนามแทน ออสการ์ ที่ต้องถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คอาการศรีษะกระทบกระเทือน ดาวยิงไอวอรี่โคสต์ลงไปช่วยเปิดบอลจังหวะง่ายๆ ให้กับทีมเยือน ทำให้เชลซีมีจังหวะหวาดเสียวลุ้นประตูมากขึ้นกว่าครึ่งแรก และแม้ว่าอาร์เซนอลจะส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ และแดนนี่ เวลเบ็ค ลงสนามไปบดหนักลุ้นประตูแต่ไม่มีจังหวะจบสกอร์

หลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม นักเตะทีมเยือนเชลซีมีท่าทีดีใจกับ 1 แต้ม ในขณะที่ฝั่งเจ้าบ้านปืนใหญ่ยังดูผิดหวังนิดๆ ที่ต้องร่วงลงไปอยู่อันดับ 3 มีแต้มเท่ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า (ซิตี้ +34 และอาร์เซนอล +31) แต่ปืนใหญ่ยังมีลุ้นอันดับ 2 เพราะยังเตะน้อยกว่า 1 นัด ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตามมาติดๆ ที่อันดับ 4 มี 65 คะแนนหลังจากออกไปเยือนกูดิสัน ปาร์ค และถูกท็อฟฟี่เมน ของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ถล่มยับ 3-0 

ถึงจุดนี้ปืนใหญ่น่าจะหวังจบฤดูกาลด้วยอันดับ 2 หลังจากที่ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าหมดหวังไล่ตามว่าที่แชมป์เชลซีที่ทำแต้มทิ้งห่างอันดับ 2 (และ 3) ถึง 10 คะแนน และต้องการเพียง 6 แต้มจาก 5 เกมที่เหลือเพื่อคว้าแชมป์ 100%

ข้อมูลหลังเกม

  • ในการพบกับเชลซี 13 ครั้งหลังสุด อาร์เซนอลเอาชนะสิงบลูส์ได้เพียง 2 ครั้ง (ชนะ 2, เสมอ 3 และแพ้ 8 ครั้ง)
  • เชลซี รักษาสถิติไม่เสียประตู 5 ครั้งติดกันในทุกรายการแข่งขันที่พบกับอาร์เซนอล
  • อาร์เซนอลยังยิงประตูเชลซีไม่ได้ต่อเนื่องมาแล้ว 8 ชั่วโมง 2 นาทีในทุกรายการที่ลงแข่งขันกับเชลซี
  • ฤดูกาลนี้เชลซี รับไปแล้ว 5 ใบเหลืองจากจังหวะพุ่งล้ม เป็นสถิติสูงสุดของทีมในพรีเมียร์ลีก และ 2 ใบเหลืองล่าสุดเป็นของ เชสก์ ฟาเบรกาส
  • ในการลงเตะกับเชลซี 2 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลมีจังหวะยิงเข้ากรอบเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • ผลเสมอ 0-0 ในเกมนี้ เป็นการจบสถิติไม่เสมอใครในพรีเมียร์ลีก 15 เกมติดต่อกันของอาร์เซนอล
  • เกมล่าสุดที่ปืนใหญ่เสมอไม่มีสกอร์ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ที่เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0
  • อาร์เซนอลเสมอไม่มีสกอร์ในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 8 ครั้ง และ 3 ใน 8 ครั้งเป็นการพบกับเชลซี
  • โชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่เคยแพ้อาร์แซน เวงเกอร์ ในการพบกันทั้ง 13 ครั้ง (ชนะ 7 และเสมอ 6 เกม)
  • เกมนี้ เมซุต โอซิล สัมผัสบอลมากที่สุดในสนาม (107 ครั้ง) และสร้างโอกาสยิงประตูมากที่สุด (4 ครั้ง)