รีวิวริมเส้น: เชลซี 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด

แผนรถบัสเชลซีที่ตั้งเกมรับจนปีศาจแดงเจาะไม่เข้า เล่นกันอย่างไร ดูได้ทาง Stats Zone...

เชลซีขยับเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกก้าวใหญ่ หลังจากรถบัสสิงห์บลูตั้งเกมรับหนาแน่นจนเฉือนชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0

ก่อนเกมนี้ ปีศาจแดงของหลุยส์ ฟาน ฮาล โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม เก็บชัยชนะ 6 เกมรวดในพรีเมียร์ลีก รวมถึงการเอาชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, ลิเวอร์พู, และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ยูไนเต็ดลงสนามพร้อมความมั่นใจเตรียมเปิดเกมบุกตั้งแต่เริ่มเกม และในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกทีมเยือนจ่ายบอลหน้าประตูเชลซีได้สำเร็จมากถึง 48 ครั้ง ในขณะที่เชลซีผ่านเข้าไปจ่ายบอลทำเกมหน้าประตูปีศาจแดงได้เพียง 11 ครั้งเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไป 38 นาทีกลับเป็นฝ่ายเจ้าบ้าน ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกที่ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย เอเด็น อาซาร์ กลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญของเกมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อจอห์น เทอร์รี่ เบียดแย่งบอลกับราดาเมล ฟัลเกา ก่อนจะปาดบอลต่อไปให้เชสก์ ฟาเบรกาส ที่แตะบอลต่อไปให้ออสการ์ มิดฟิลด์บราซิลเลี่ยนตอกส้นต่อบอลให้อาซาร์วิ่งสอดมาเอาบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนที่มิดฟิลด์เบลเยี่ยมที่กำลังมีลุ้นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีจะส่งบอลลอดขาเด เฮอาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

หลังจากตกเป็นฝ่ายไล่ตาม ยูไนเต็ดก็ตอบโต้ในครึ่งหลัง สร้างโอกาสยิงประตูได้ถึง 10 ครั้ง เทียบกับโอกาสของเชลซีเพียง 4 ครั้ง แต่แม้จะมีโอกาสยิงถึง 10 ครั้ง ปีศาจแดงก็มีจังหวะใกล้เคียงเข้ากรอบเพียง 2 ครั้งแบบที่ธิโบต์ กูร์ตัวส์แทบจะไม่ได้ออกแรงเซฟ

แต่หนึ่งคนที่ทำผลงานได้น่าประทับใจคือลุค ชอว์ ที่ลุยขึ้นลงริมเส้นฝั่งซ้ายตลอด 80 นาทีก่อนจะถูกเปลี่ยนออกจากสนาม อดีตนักเตะเซาท์แธมป์ตันขยับขึ้นสูงไปเติมเกมบุกและสร้างโอกาสยิงประตูให้เพื่อนร่วมทีมถึง 3 ครั้ง และทั้งหมดจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ โดยไม่ทิ้งตำแหน่งเกมรับของตัวเองเลย

Radamel Falcao's day wasn't quite so encouraging, however. The Colombian had three shots - all off target - and also made three fouls.

แต่วันนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่วันของ ราดาเมล ฟัลเกา แม้จะได้ลงสนามเป็นตัวจริง แต่ดาวยิงโคลอมเบียนมีจังหวะสับไกเพียง 3 ครั้งตลอดทั้งเกม และไม่เข้าเป้าเลยแม้แต่จังหวะเดียว และเสียฟาวล์ไปถึง 3 ครั้ง

ข้อมูลจาก Opta

  • สิงห์บลูมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลเพียง 29% เท่านั้นในเกมนี้ เป็นสถิติการครองบอลน้อยที่สุดในเกมเหย้านับตั้งแต่ Opta เริ่มเก็บสถิติเมื่อปี 2006
  • ในการพบกันทั้งหมด 13 ครั้งในฟุตบอลบาร์เคลย์ พรีเมียร์ลีก เชลซีแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น (ชนะ 8, เสมอ 4 และแพ้ 1 เกม)
  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ให้กับเชลซี 16 ครั้งในพรีเมียร์ลีก เป็นการแพ้มากครั้งกว่าทีมอื่น
  • ปีศาจแดงยิงประตูไม่ได้เป็นครั้งแรกใน 12 เกมพรีเมียร์ลีก และเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2015 (เกมแรกที่ยิงไม่ได้ในปี 2015 คือการแพ้ให้กับเซาท์แธมป์ตัน 0-1)

  • ในการลงสนามพรีเมียร์ลีก 17 เกม เอเด็น อาซาร์ มีส่วนร่วมในการทำประตูของเชลซี 15 ลูก (ยิง 8 จ่าย 7) 
  • ฤดูกาล 2014/15 ออสการ์ จ่ายแอสซิสต์ 8 ครั้ง มากกว่าสถิติรวม 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ (7 ครั้ง)
  • ในการลงเตะ 20 นัด รวมทุกรายการแข่งขันในปี 2015 เชลซียิงประตูขึ้นนำก่อนทุกนัด
  • ในการลงเตะพรีเมียร์ลีก 2 เกมหลัง เชลซีมีโอกาสยิงเข้ากรอบรวมกันเพียง 3 ครั้งเท่านั้น (เกมกับคิวพีอาร์ ยิงเข้ากรอบ 1 ครั้ง และเกมนี้ยิงเข้ากรอบ 2 ครั้ง)

  •  เชลซี ทำสถิติไม่แพ้เกมนัดเหย้าในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 364 วัน (ครั้งสุดท้ายที่แพ้เกมเหย้าคือแพ้ให้กับซันเดอร์แลนด์ 19 เมษายน 2014)
  • เชลซี ยืดสถิติไม่แพ้ใคร 12 เกมติดต่อกัน (ชนะ 9 และเสมอ 3) เป็นสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดในพรีเมียร์ลีก
  • เกมนี้เป็นการทำสถิติไม่เสียประตูครั้งที่ 102 ในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ (190 เกม)