รีวิวริมเส้น: เชลซี 2-1 สโต๊ค

จ่าฝูงเชลซี เปิดบ้านเกือบไม่ชนะช่างปั้นหม้อ วิเคราะห์ข้อมูล-รูปเกมโดย Stats Zone… แอพดี แอพฟรี โหลดเลย

"สำหรับผม อาซาร์ติดอันดับใกล้ๆ ลีโอเนล เมสซี่และคริสเตียโน โรนัลโด้" จอห์น เทอร์รี่ กล่าวชื่นชม เอเด็น อาซาร์ แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ ที่ช่วยให้เชลซีเปิดบ้านเฉือนชนะสโต๊ค ซิตี้ 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำคะแนนขยับเข้าใกล้การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีก 1 สเต็ป "แถมยิ่งเล่นก็ยิ่งดีด้วย"
ไม่ใช่เพียงเทอร์รี่ที่ได้เห็นความยอดเยี่ยมของอาซาร์ หลายคนที่ได้ดูเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาต่างก็เห็นตรงกัน ปีกเบลเยี่ยมโชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการยิง 1 ประตูและจ่าย 1 แอสซิสต์และเป็นคนที่มีส่วนสำคัญทำให้เชลซีครองอันดับ 1 ทิ้งห่างรองจ่าฝูงไปถึง 7 แต้ม โดยปัจจุบันเชลซีเตะน้อยกว่าทีมอื่น 1 นัด ทำให้เหลือเกมที่จะต้องลงเตะอีก 8 นัด
 
 
 
 

แม้อาซาร์จะโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมนี้ แต่กลับเป็นโลอิค เรมี่ หัวหอกเชลซีที่เป็นผู้ยิงประตูชัยให้สิงโตน้ำเงินคราม โดยช่วงท้ายครึ่งแรกสโต๊ค ตีเสมอได้จากลูกยิงไกล (มาก) ของชาร์ลี อดัม ที่ตักบอลจากระยะเกือบ 70 หลา ข้ามหัวธิโบต์ คูร์ตัวส์ เข้าประตูไปอย่างสวยงาม และเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกของช่างปั้นหม้อในช่วงครึ่งแรกด้วย แต่น่าเสียดายสำหรับช่างปั้นหม้อและชาร์ลี อดัม ที่ประตูสุดสวยไม่สามารถช่วยให้ช่างปั้นหม้อแบ่งแต้มออกไปจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ได้ แต่หลังเกมนี้ สองกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ และมาร์ค ฮิวจ์ส ต่างเห็นตรงกันว่าประตูนี้มีลุ้นคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปีแน่นอน

ก่อนหน้าเกมนี้ สโต๊ค ยิงประตูที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไม่ได้เป็นปีที่ 6 แล้ว และเกมก็เกือบจะย้ำรอยเดิมเมื่อเอเด็น อาซาร์ ยิงประตูที่ 17 ของตัวเองให้เจ้าบ้านออกนำไปในนาทีที่ 39 หลังจากถูกฟิลิปป์ วอลล์เชดสกัดล้ม

 

แม้จะมองไม่เห็นว่าสโต๊คจะกลับมาสู่เกมได้อีกครั้ง แต่ชาร์ลี อดัม ก็ขโมยซีนด้วยการยิงประตูตีเสมอให้ช่างปั้นหม้อก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียว

อดีตมิดฟิลด์หงส์แดงเงยหน้ามองประตู ก่อนจะเสี่ยงดวงยิงบอลด้วยเท้าซ้ายจากระยะเกือบ 70 หลา แม้คูร์ตัวส์จะพยายามถอยจากริมเส้นกรอบเขตโทษลงไปรับลูกยิงและปัดบอลได้ปลายมือแต่ก็ไม่สามารถเซฟลูกยิงของอดัมได้

โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ได้ส่งดิเอโก้ คอสต้าลงจริง โดยก่อนเกมนี้มูรินโญ่ให้สัมภาษณ์ว่าไม่อย่างเสี่ยงดวงส่งคอสต้าลงสนามทั้งที่ยังมีปัญหาเอ็นหลังเข่า แต่มูรินโญ่ตัดสินใจเปลี่ยนคอสต้าลงสนามแทนออสการ์ในครึ่งหลังและเล่นไปได้เพียง 11 นาที สิ่งที่ เดอะ สเปเชียล วัน กลัวก็เป็นจริงเมื่อคอสต้าเจ็บจนต้องออกจากเกม และส่งดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงเล่นแทน

โลอิค เรมี่ ถูกส่งลง 11 ตัวจริงแทนคอสต้า และเรมี่ ก็กลายเป็นพระเอกในเกมนี้อีกครั้ง หัวหอกชาวเฟร้นช์ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของอัสมีร์ เบโกวิช ที่เล่นได้ดีตลอดทั้งเกม และประตูของเรมี่จากลูกเปิดแอสซิสต์ของอาซาร์ ช่วยให้เชลซีเดินหน้าเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีก และปีกเบลเยี่ยมก็ยังมีลุ้นตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้อีกด้วย

Match facts

  • ประตูจากจุดโทษของอาซาร์ เป็นประตูที่ 100 ของเชลซีในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เป็นทีมที่ 2 ที่ทำสถิติครบ 100 ประตู (ลิเวอร์พูลเป็นทีมแรกที่ได้จุดโทษครบ 100 ลูก ปัจจุบันสถิติอยู่ที่ 102)
  • ประตูนี้เป็นครั้งแรกที่อาซาร์ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์นับตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา ส่วน 5 ประตูที่ยิงได้ก่อนหน้านี้มาจากเกมเยือนล้วนๆ 
  • อาซาร์ ยิงจุดโทษ 9 ครั้งและเป็นประตูทั้ง 9 ครั้ง ครองสถิติยิงเข้า 100% ร่วมกับดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟฃ
  • ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ 30 เกม เชลซียิงขึ้นนำก่อนถึง 24 เกม
  • ชาร์ลี อดัม กลายเป็นนักเตะสโต๊คคนแรกที่ยิงประตูที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้ในช่วง 6 ปีหลัง (ครั้งล่าสุด รอรี่ เดแล็ป ยิงได้เมื่อเดือนมกราคม 2009)
  • ในการลงสนามพบกับสโต๊ค ซิตี้ 3 ครั้ง โลอิค เรมี่ ยิงได้ทั้ง 3 ครั้ง
  • เอเด็น อาซาร์ ทำสถิติยิงประตูและจ่ายแอสซิสต์ในเกมเดียวกันเป็นครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเชลซี
  • ฤดูกาลนี้เชลซียิงไปแล้ว 99 ประตูในทุกรายการแข่งขัน
  • เชลซี เป็นทีมเดียวใน 4 ลีกของอังกฤษที่ยังไม่เคยแพ้เกมเหย้าในฤดูกาลนี้
  • ในการพบกับสโต๊ค 14 ครั้ง เชลซีชนะ 11 เกมและแพ้เพียง 1 เกมเท่านั้น
  • สโต๊ค รับใบเหลืองไปทั้งสิ้น 6 ใบ เป็นการรับใบเหลืองมากที่สุดในเกมเดียวกันในฤดูกาลนี้

Analyse this game with Stats Zone