รีวิวริมเส้น: ลิเวอร์พูล 2-1 แมนฯ ซิตี้

ลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปิดรังแอนฟิลด์จมเรือใบสีฟ้าคว้า 3 แต้มสำคัญ ข้อมูลจาก Stats Zone...

ประตูตีเสมอสุดอะเมซิ่งของ ฟิลิปป์ คูตินโญ่ ส่งเรือใบจมอ่าวลิเวอร์พูล และส่งหงส์แดงไล่จี้ทีมอันดับ 3 อาร์เซนอลห่างเพียง 3 แต้ม

มิดฟิลด์แซมบ้าวัย 22 ปีโชว์ฟอร์มสุดยอดในเกมเมื่อวันอาทิตย์ก่อนจะยิงประตูย้ำชัยให้ทัพหงส์แดง โดยที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "คูตี้" ก็สับไกยิงประตูเปิดฉากให้ลิเวอร์พูลถล่มนักบุญเซาท์แธมป์ตันคาโบสถ์เซนต์ แมรี่

กัปตันทีม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงประตูสุดสวยให้หงส์แดงขึ้นนำก่อน และเป็นเอดิน เซโก้ ที่ยิงประตูตีเสมอให้เรือใบสีฟ้าก่อนจบครึ่งแรกหลังจากทีมเยือนพยายามโหมบุกหนัก แต่สุดท้ายเป็นประตูชัยของคูตินโญที่ทำให้ความหวังรักษาแชมป์ของแมนฯ ซิตี้ เกือบจะหลุดลอยไปกับสายลม

  • ในฤดูกาล 2014/15 ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายแอสซิสต์ไปแล้ว 7 ประตู เท่ากับที่ทำได้รวมกันเมื่อ 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา 
  • จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงไปแล้ว 3 ประตูในพรีเมียร์ลีก และทั้ง 3 ประตูมาจากการจ่ายแอสซิสต์ของราฮีม สเตอร์ลิง 
  • 3 ใน 4 ประตูหลังสุดของลิเวอร์พูล เป็นการยิงจากนอกกรอบ 
  • ก่อนเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ไม่เคยเสียประตูจากการยิงไกลนอกกรอบ และ2 ประตูของลิเวอร์พูลในเกมนี้เป็นการยิงจากนอกกรอบ 

  • ในการลงเตะเกมใหญ่ 3 ครั้งหลังสุด เซร์คิโอ อะเกวโร่มีส่วนร่วมใน 5 ประตู (ยิง 3 ประตูและจ่าย 2 แอสซิสต์) 
  • ในการเยือนแอนฟิลด์ 12 ครั้งหลังสุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่เคยเอาชนะได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว (เสมอ 4 และแพ้ 8 เกม) 
  • ประตูเดียวของเรือใบในเกมนี้เป็นจังหวะยิงเข้ากรอบครั้งเดียวตลอดทั้งเกม และนี่เป็นสถิติการยิงเข้ากรอบน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่เกมเยือนอาร์เซนอลเมื่อ 8 เมษายน 2012 

  • ในการลงสนาม 45 เกมช่วงต้นปีภายใต้การคุมทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ลิเวอร์พูลแพ้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น (ตลอด 3 ฤดูกาลที่บีร็อดคุมทีม)
  • ลิเวอร์พูลเก็บแต้มได้รวม 26 แต้มจากทั้งหมด 30 แต้ม (ชนะ 8 และเสมอ 2 เกม) 
  • หลังจากยิงไม่ได้มาตลอด 9 เกม ล่าสุดเกมนี้เป็นเกมที่ 2 ที่เอดิน เซโก้ ยิงประตูได้ติดต่อกัน

Analyse Liverpool 2-1 Man City with Stats Zone