Rising Star : เจนรบ สำเภาดี : ซีซั่นแห่งความหวังของแข้งดาวรุ่ง

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมายของสโมสร หลายคนมองว่า “มังกรไฟ” อาจจะพบเจอกับช่วงเวลาที่ย่ำแย่ แต่นั่นก็เป็นโอกาสที่ดีที่แข้งดาวรุ่งของทีม จำนวนมากจะได้โอกาสแจ้งเกิด รวมถึง เจนรบ สำเภาดี ที่ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ได้เช่นกัน...

เจนรบ สำเภาดี กองหน้าวัย 20 ปีแห่งทีมมังกรไฟ หลังจากสะสมชั่วโมงบินบนเวทีไทยพรีเมียร์ลีกมา 2 ฤดูกาลเต็ม บวกกับผลงานที่ร้อนแรงในนามทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ฤดูกาลนี้น่าจะถึงเวลาที่ “เจ้าเจน” จะได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวสักที

เจนรบ สำเภาดี เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์โดยกำเนิด สร้างชื่อในเส้นทางลูกหนัง กับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ด้วยสไตล์การเล่นที่เกินร้อย ยิงหนัก เล่นได้ทั้งสองเท้า และจบสกอร์ได้เฉียบคมเหนือกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ทำให้เขาได้โอกาสเล่นให้ กรุงเทพคริสเตียน สโมสรในดิวิชั่น 2 ซึ่งเป็นสโมสรพันธมิตรของบีอีซี เทโรศาสน ก่อนจะได้รับโอกาสดันขึ้นชุดใหญ่ของ “มังกรไฟ” ในเวลาต่อมา

"เจนรบ รับผิดชอบทำงานของตัวเองได้ดี พวกเราติดตามเขามาตลอดสองปี ซึ่งการดึงมาร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่จะทำให้เขามีเวลาที่จะพัฒนาฝีเท้าและวิวัฒนาการความสามารถยิ่งขึ้นไป" โรเบิร์ต โปรคูเลอร์ อดีตผู้จัดการทีมมังกรไฟ เคยให้สัมภาษณ์ถึง ดาวรุ่งจากกรุงเทพคริสเตียน รายนี้

ผลงานในระดับทีมชาติ เจนรบ ติดธงไตรรงค์มาตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็น ทีมนักเรียนไทย รุ่นอายุ 15 และ 18 ปี และทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ที่มีโค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ คุมทีม ซึ่งนั้นเป็นบันไดก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอย่างต่อเนื่อง

การแข่งขัน ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย ที่เมียนมาร์ ในครั้งนั้น เจนรบ ยิงประตูชัยพาทีมชาติไทย เอาชนะอิหร่าน ไปได้ 2-1 และมาบวสกอร์ใส่ อุซเบกิสถาน ในรอบน็อกเอาท์ได้อีกครั้ง แม้สุดท้ายจะพ่ายและตกรอบไป แต่เจนรบ ยังได้รับโอกาสติดทีมชาติชุดซีเกมส์ (ชุดยู-23) และคว้าเหรียญทองมาครอง ในฐานะดาวเตะซุปเปอร์ซับที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ทุกครั้งยามถูกส่งลงสนาม

เจนรบ กลายเป็นกองหน้าดาวรุ่งของทีมชาติไทยที่น่าจับตามอง และในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หัวหอกจากบีอีซี เทโร กลายเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมยู-23 ไปแล้ว ทั้งที่เพิ่งมีอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น และเรียกเสียงฮืออาได้จากแฟนบอลชาวไทย จากฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเกินรุ่นพี่ในทีมหลายคน และชื่อของเจนรบ ก็กลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลทีมชาติรู้จักเขาเป็นอย่างดี

"การได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติ ถือเป็นความภาคภูมิใจของผม ครอบครัว และสโมสร ทุกครั้งที่มีโอกาสติดทีมชาติ ผมได้ประสบการณ์กลับมามากมาย ซึ่งผมจะนำเอามาพัฒนาฝีเท้าและใช้ในการเล่นให้กับสโมสรต่อไป”

แม้จะระเบิดฟอร์มกับทีมชาติชุดเยาวชน แต่ในการเล่นให้บีอีซี เทโรศาสน ไม่ง่ายเลยที่ เจนรบ จะเบียดรุ่นพี่ภายในทีมที่เป็นสตาร์ดังหลายคน ทำให้หัวหอกดาวรุ่งรายนี้ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสมากนัก โดยฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรจบอันดับ 17 ร่วงตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 นับเป็นช่วงที่ย่ำแย่ของทุกคนภายในทีม (ก่อนจะได้รับสิทธิ์เล่นไทยลีกต่อในฤดูกาลนี้ เนื่องจากสระบุรี เอฟซี ถอนทีม)

ขณะเดียวกัน ฤดูกาลนี้ สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงทั้งเจ้าของทีมใหม่, นักเตะตัวหลักย้ายออกไป ทำให้พวกเขาเหลือเพียงแค่นักเตะบางส่วนกับแข้งดาวรุ่ง หากมองในแง่บวกนี่คือโอกาสที่ดีสำหรับ เจนรบ สำเภาดี กับไทยลีกในฤดูกาลที่ 3 ของเขา.. ที่ผ่านมา มังกรไฟ ได้สร้างดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการลูกหนังไทยมากมาย และปั้นเยาวชนขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมหลายต่อหลายคน 

เชื่อเหลือเกินว่าทั้งสโมสรและแฟนบอลคงอยากเห็น เจนรบ สำเภาดี ก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมเหมือนกับรุ่นพี่หลายคนที่เติบโตขึ้นมาจากการเป็นเยาวชนของสโมสร

ด้วยฝีเท้าและโอกาสในการลงสนามที่เพิ่มขึ้นในฤดูกาลนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปที่ตัวเขาจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของ “มังกรไฟ” คนต่อไป...