Rising Star - ปฏิภาณ อุ่นอบ : จากลัคกี้บอยสู่การจับคู่กับแนวรับไอดอล

จากลัคกี้บอยที่เคยเดินจูงมือ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ลงสนาม วันนี้ปราการหลังดาวรุ่งวัย 20 ปีได้รับโอกาสให้จับคู่ในแนวรับกับไอดอลลูกหนังในฐานะดาวรุ่งน่าจับตามองของ “ตะหานน้ำ"

ปฏิภาณ อุ่นอบ ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการลูกหนังเมื่อ ชลบุรี เอฟซี ในยุคของ มาซาฮิโร วาดะ ให้โอกาสเจ้าตัวทะลุจากอคาเดมีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2014 แต่แนวรับดาวรุ่งเจ้าของส่วนสูง 180 ซม. ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีเท้าเท่าไหร่นัก เมื่อมีชื่ออยู่ในม้านั่งสำรองทั้งหมด 5 นัดแต่ไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่เกมเดียว

...อันที่จริงแล้ว “เจ้าเบนซ์” บอกกับเราว่าเขาคือแฟนพันธ์ุแท้ของ “ฉลามชล” ตั้งแต่สมัยยังเล็กๆ เขามักจะขอให้ครอบครัวพาไปดูเกมที่สนามเสมอ และเมื่อโตขึ้นจนเดินทางเองได้ เขาก็แทบไม่เคยพลาดเกมเหย้าของสโมสรเลย นอกจากนั้นหลังจบเกมทุกครั้ง เขาจะเป็นเด็กคนแรกๆ ที่วิ่งลงสนามไปหานักเตะของทีมเพื่อขอลายเซ็นและถ่ายรูปคู่ด้วย

“ทีมที่ผมชอบมากที่สุดคือ ชลบุรี เอฟซี ผมโตมากับทีมนี้ และผมแทบไม่เคยพลาดชมเกมในบ้านของพวกเขาเลยแม้แต่เกมเดียว ไอดอลของผมก็มาจากทีมนี้ด้วย” ปฏิภาณให้สัมภาษณ์กับ FFT TH “ผมชอบพี่โอ๊ต (ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์) มาก โดยเฉพาะสมัยที่แกจับคู่กับ ไพศาล โพธิ์นา สองคนนี้เป็นกองหลังที่สุดยอดที่สุดของชลบุรี”

“ผมชอบสไตล์การเล่นของพี่โอ๊ต ทั้งการความดุดัน ความมีระเบียบ และบุคลิกที่มีความเป็นผู้นำสูง จริงๆ แล้ว หลังจากที่ย้ายมาอยู่กับราชนาวี ผมก็เคยบอกพี่โอ๊ตเหมือนกันว่าเขาเป็นแรงบันดาลใจในการเล่นกองหลังของผม ตอนเด็กๆ ผมชอบเขามาก จบเกมทุกครั้งผมจะวิ่งเข้าไปจับมือกับเขา ขอลายเซ็นบ้าง ถ่ายรูปคู่บ้าง มีครั้งหนึ่งผมเคยเป็นลัคกี้บอยจูงมือเขาลงสนามด้วย แต่ผมไม่กล้าบอกหรอกนะ มันเขิน (ฮา)"

...แม้ว่าเขาจะชื่นชอบ ชลบุรี มากขนาดไหน และเพิ่งจะมีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ไปแล้ว แต่ในฤดูกาล 2015 ปฏิภาณ ก็ยังไม่ได้รับโอกาสให้พิสูจน์ตัวเองจนเขาต้องเก็บกระเป๋าออกจากถิ่น ชลบุรี สเตเดี้ยม และย้ายแบบยืมตัวไปอยู่กับ ทีโอที เอสซี ในเมืองหลวง ที่ซึ่งเขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องและโชว์ฟอร์มได้ดีจนเป็นที่โปรดปรานของแฟนบอลเจ้าบ้าน

แต่เขากลับค้าแข้งอยู่กับ “ทัพฮัลโหล” ได้ไม่ถึงปี ชีวิตก็มาจุดพลิกผันสำคัญเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งไทยพรีเมียร์ลีกตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวรจากต้นสังกัดแม่เข้ามาเป็นดีลแรกของทีมประจำตลาดซื้อขายเลกสองเมื่อปีที่แล้ว

“เบนซ์ (ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา) บอกผมตั้งแต่ในเกมที่ ทีโอที เปิดบ้านเจอ บุรีรัมย์ แล้วว่าพวกเขาสนใจผมอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้เชื่อจริงจังอะไรมาก คิดว่าคงแค่แกล้งพูดเล่นๆ ตามประสามากกว่า” ปฏิภาณกล่าวกับ FFT TH

“พี่จ้ำ (ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ฯ) โทรมาตอนนั้นก็ยังยังไม่เชื่อ ผมคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่ทีมระดับนี้จะสนใจ เพราะเราเองก็ยังไม่ได้พิสูจน์ะไรเลย จนกระทั่งทางสโมสรชลบุรีโทรมาหา ผมก็เลยมั่นใจว่าโอเค เราจะได้ย้ายทีมแล้ว ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดีใจปนกับเสียใจเหมือนกัน”

“ผมดีใจมากที่จะได้ย้ายไปอยู่กับทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลไทย แต่ผมก็เสียใจที่ต้องย้ายออกจากชลบุรี ที่นั่นมันเป็นบ้านของผม มันคือที่ที่ผมเติบโตขึ้นมา และเป็นสโมสรโปรดของผมตั้งแต่ยังอยู่ชั้นประถม ตอนที่ยายมาอยู่กับทีโอที เราก็คิดตลอดว่าจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อกลับไปเป็นตัวหลักที่นั่น แต่เมื่อผู้ใหญ่ตัดสินใจมาแบบนี้ ผมก็ต้องเดินต่อ”

กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กองหลังดาวรุ่ง 20 กะรัตก้าวเข้าสู่รั้ว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ด้วยความรู้สึกประหม่าและไม่มั่นใจนักว่ามันเป็นก้าวที่ถูกต้องแค่ไหนสำหรับอนาคตการค้าแข้งของเขา ด้วยความที่ยังเป็นแค่ดาวรุ่งและมีแข้งซีเนียร์มากมายที่เป็นตัวหลักอยู่แล้ว นั่นหมายความว่าโอกาสในการลงสนามจะน้อยลง และมันอาจส่งผลถึงพัฒนาการในเรื่องของฟอร์มการเล่น แต่เมื่อตัดสินใจแล้วสิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อม

“ตอนแรกผมก็ไม่มั่นใจว่าตัดสินใจถูกรึเปล่า โอกาสลงสนามมันก็ต้องน้อยลง พัฒนาการของเราก็อาจสะดุด แต่เมื่อไปถึงที่นั่น ผมรู้เลยว่าแม้จะไม่ได้ลงสนาม แต่มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะที่นี่เป็นสโมสรที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก พวกเขามีพร้อมทุกอย่าง และถึงแม้จะได้ลงสนามน้อย แต่ผมก็รู้สึกว่าผมได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเยอะมาก”

ฤดูกาลที่แล้วหลังจากย้ายเข้าสู่รั้วเซราะกราว ปฏิภาณ อุ่นอบ ได้รับโอกาสลงสนามแสดงฝีเท้าทันทีในเกมนัดแรกของเลกสอง และมันไม่ใช่เกมธรรมดาๆ แต่เป็นศึกดาร์บี้ “สยาม คลาสสิค” ที่ “ปราสาทสายฟ้า” เปิดบ้านรับมือคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เกมนั้นแม้ว่าเขาจะได้ลงสนามครบ 90 นาที แต่ก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อทีมเสียถึงสองประตูและตัวเขาเองก็แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดในเกมรับอยู่บ่อยๆ

หลังจากนั้น ปฏิภาณ ได้รับโอกาสลงสนามเพิ่มอีกแค่เกมเดียวเท่านั้นคือนัดที่บุกไปชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 0 - 1 และแม้ว่าเจ้าตัวจะมีชื่อเป็นฮีโร่ที่พังประตูชัยให้กับ “ปราสาทสายฟ้า” แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง เรียนรู้การเล่นจากแนวรับรุ่นพี่จนจบฤดูกาล ก่อนที่ล่าสุด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะตัดสินใจส่งเขามาอยู่กับ ราชนาวีสโมสร ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งปี...

“ฤดูกาลที่แล้ว ผมอยากคิดว่าผมยังไม่พร้อมมากกว่า และผมก็ดีใจนะที่ปีนี้สโมสรให้ผมมาเก็บประสบการณ์กับราชนาวีที่โอกาสในการลงสนามอาจจะมีมากขึ้น และความกดดันจากแฟนบอลน่าจะน้อยกว่า ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายในปีนี้ของผมก็คือพิสูจน์ตัวเองให้ได้”

“ผู้ใหญ่ทางบุรีรัมย์ฯ เขาก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีความคิดจะขายผมออกจากทีม เขาอยากเก็บผมไว้และให้ผมได้เรียนรู้ ได้ฝึกกระดูกให้เข้มแข็งขึ้น เพราะตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาของสที่จะเบียดพี่ๆ เป็นตัวจริง”

“ปีนี้ผมคิดว่าถ้าผมตั้งเป้าหมายส่วนตัวไว้ว่าจะต้องลงสนามให้ได้อย่าง 20 นัด ซึ่งก็คิดว่าเป็นไปได้ถ้าไม่เจ็บ เพราะโค้ชเตโก้ (สเตฟาโน คูกูร์รา) ก็เคยพูดไว้ว่าจะให้โอกาสผม ที่เหลือก็อยู่ที่ผมแล้วว่าจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน”

“ผมคิดว่าสโมสรที่นี่เหมาะกับผมนะ ราชนาวีอาจจะไม่ใช่ทีมใหญ่ แต่นั่นก็คือสิ่งที่ดี ผมมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองและยังไม่อยากรู้สึกกดดันมาก ใจจริงแล้วผมอยากอยู่ที่นี่สัก 2 ปีด้วยซ้ำ เพราะผมรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เวลาของผมที่จะกลับไปบุรีรัมย์ฯ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับทางผู้ใหญ่ว่าจะตัดสินใจยังไง หน้าที่ของผมมีแค่ในสนาม และผมก็จะพยายามทำให้เต็มที่เพื่อแสดงให้ราชนาวีและบุรีรัมย์ฯ เห็นถึงความสามารถของผม” ปฏิภาณ อุ่นอบ  กล่าวทิ้งทายกับ FFT TH