Rising Star : สมยศ พงษ์สุวรรณ : ปีที่แล้วผมยังเดินสายอยู่เลย

“จับตาเด็กคนนี้ไว้ให้ดี” นี่ คือ คำพูดของ โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซิร์บต่อ "เหลิม" สมยศ พงษ์สุวรรณ

ชื่อของ สมยศ พงษ์สุวรรณ แฟนบอลทั่วๆไปอาจจะงงๆว่าใครกัน...แต่ชื่อดังกล่าวเริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างของแฟนบอลชาวศรีสะเกษ เมื่อเขาคือนักเตะใหม่ป้ายแดงของทีมที่ย้ายมาจาก ทีมน้องอย่าง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ที่ถูกหมายปองว่าจะเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่จะแจ้งเกิดในเวทีไทยลีกปีนี้

นักเตะดาวรุ่งวัย 22 ปี ชาวอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกใหม่ของ"กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ไม่น่าเชื่อว่าเขาผ่านประสบการณ์ฟุตบอลลีกมายังไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ หลังจากเข้าสู่ระบบฟุตบอลอาชีพเมื่อเลก 2 ของฤดูกาลที่แล้วที่เข้ามาเล่นให้กับ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ทีมในดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงนักฟุตบอลเดินสาย เตะบอลเลี้ยงปากท้องไปวันๆ

"เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้แล้วผมยังนั่งคุยกับเพื่อนๆที่เตะบอลเดินสายเลยว่า โปรแกรมถัดๆไปมีรายการไหนหรือมีบอลที่ไหนบ้าง ไทยคัพ แต่เมื่อไหร, รายการนู้นจะเล่นดีป่าว จะตรงกับฟุตบอลสถาบัน (วพ.ศรีสะเกษ) หรือเปล่า แต่วันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด” สมยศ พงษ์สุวรรณ เล่าถึงอดีตให้กับ FFT TH  

"ก่อนหน้านี้หลายครั้งผมก็คิดนะว่าอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่คิดว่าฝีเท้าผมคงยังไม่ถึงขั้นที่จะเล่นฟุตบอลอาชีพได้ ผมก็เล่นเลิกคิดที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพทั้งๆที่ในใจก็อยากจะมีเงินเดือนจากการเล่นฟุตบอล

"ตอนเตะบอลเดินสาย ก็มีหลายๆคนแซวให้ไปคัดศรีสะเกษ(ด.2) ผมก็คิดว่าพวกเขาแซวผมเล่น จนมีพี่ๆนักฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด และ ศรีสะเกษ เอฟซี บอกให้ผมไปคัด ผมก็คิดว่าเขาอำผมเล่นหรือให้ผมไปคัดจริง และผมก็ไปคัด ก่อนที่จะได้เล่นฟุตบอลอาชีพกับ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด"

แน่นอนการเตะฟุตบอลเดินสายกับฟุตบอลอาชีพนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่ง "เหลิม" สมยศ พงษ์สุวรรณ แข้งดาวรุ่งของศรีสะเกษ เอฟซี ได้เล่าถึงความแตกต่างกันในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

"ปีที่แล้ว ผมทั้งเล่นบอลอาชีพและเตะบอลเดินสาย ทุกๆอย่างมันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งปีแรกผมยังเล่นกับ สถาบันฯ และเดินสาย แต่พอครึ่งปีหลังมาสู่ระบบอาชีพ ต้องปรับตัวเยอะเลย ทั้งการใช้ชีวิตและการเล่น

"เตะบอลเดินสายมีฝีเท้ากับความแข็งแกร่งเป็นพอ ส่วนบอลอาชีพมันมีเยอะกว่านั้นนี้คือสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้ และสิ่งที่ผมเห็นได้ชัดคือ ฟุตบอลอาชีพคุณต้องฟังคำสั่งโค้ช ที่หากคุณไม่ทำตามมีโอกาสถูกเปลี่ยนตัวออกและอาจจะหมดอนาคตไปเลย แต่สมัยเดินสาย ส่วนใหญ่จะคิดเองและแก้ปัญหาไปเป็นซ๊อตๆ โค้ชข้างสนามก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง (ฮา)" เหลิมเผยกับ FFT TH

ฤดูกาล 2016 ถือเป็นปีแรกบนลีกสูงสุดที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับคุณภาพเต็มไปหมด นับเป็นด่านทดสอบแรกของ "เหลิม" สมยศ พงษ์สุวรรณ นักเตะผู้มีประสบการณ์ในฟุตบอลอาชีพเพียงน้อยนิด ว่าเขาจะทดต่อแรงเสียดทานดังกล่าวได้หรือไม่?

แต่สิ่งที่ทำให้เขามีกำลังใจกับฤดูกาลแรกในศึกไทยพรีเมียร์ลีก คือ การที่ "บอสโก้" โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือใหญ่ของศรีสะเกษ เอฟซี เห็นในความสามารถในตัวเขาตอนฝึกซ้อมกับทีม ดิวิชั่น 2 และดึงเขามาร่วมทีม

แน่นอนเป้าหมายของ "เหลิม" สมยศ พงษ์สุวรรณ ในการสวมยูนิฟอร์มศรีสะเกษ เอฟซี ในฤดูกาลแรก ไม่ใช่ต้องการแจ้งเกิดให้ผู้คนรู้จัก เมื่อเป้าหมายของเขาก็คือพัฒนาฝีเท้าของตนเองให้มาถึงขั้นไทยลีก "ผมไม่ได้ต้องการจะแจ้งเกิดให้คนรู้จักในปีแรก ผมยังรู้ว่าต้องพัฒนาฝีเท้าอีกมาก ผมต้องการช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ดังนั้นผมต้องยกระดับฝีเท้าตัวเองมาให้ถึงไทยลีก ไม่ใช่มาเป็นภาระของพี่ๆ ในทีม เมื่อโค้ชเชื่อมั่นใจฝีเท้าของผมว่าเล่นได้ ผมก็จะไม่ทำให้ผิดหวัง

"ที่สำคัญผมต้องทำงานหนักในการฝึกซ้อมเพื่อโอกาสในการลงสนาม เพราะแค่ 1 เกมผมก็ภูมิใจแล้วสำหรับการเล่นให้กับทีมบ้านเกิดที่อยู่ในลีกสูงสุด ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากแค่ตั้งใจให้เต็มที่ที่สุดก็พอ แต่พอเริ่มมีคนพูดถึงผมมันก็แปลกๆ

"แน่นอนมันก็กดดันนะ ยิ่งแฟนบอลเริ่มให้ความสนใจผมมากขึ้นนั้นล่ะสิ่งที่ผมต้องสู้กับมัน ซึ่งเอาตรงๆนะปีแรกในไทยลีกผมโฟกัสไปที่ฟุตบอลมากกว่า เพราะหากผมสอบผ่าน อาชีพค้าแข้งบนลีกสูงสุดก็อยู่ได้อีกยาว แต่หากตรงกันข้าม ผมก็คงต้องกลับไปเล่น ด.2 เหมือนเดิม หรือไม่ก็กลับไปเป็นเดินสาย ซึ่งผมจะไม่ให้มันเป็นเช่นนั้นแน่" หลิม สมยศ พงษ์สุวรรณ เผยทิ้งท้ายกับ FFT TH