Rising Star : ศุภชัย ใจเด็ด : 6 ปีที่แล้ว ผมร้องไห้ เพื่อเข้าเมืองกรุงฯ

นี่คือเพชรเม็ดงามจากปัตตานี ที่กำลังถูก สมชาย ทรัพย์เพิ่ม เจียรนัยให้เป็นอัญมณีที่มีมูลค่าของ "พลังเอ็ม" โอสถสภาฯ 

"ไอ้กานย้าว" คือฉายาของ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ดาวรุ่งค่าย "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สมุทรปราการ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนบอลหลังจากเมื่อปีที่แล้ว แจ้งเกิดกับเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย ทั้งๆที่อายุเขาเพิ่ง 17 ปี เท่านั้น น้อยที่สุดในทีมชุดดังกล่าวภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด

จุดเริ่มต้นของเส้นทางลูกหนังของ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด เกิดขึ้นที่แดนไวกิ้ง เพราะเขาได้คัดเลือกในโครงการนักเตะจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นไปโชว์ฝีเท้าที่ประเทศสวีเดน

"ผมก็เหมือนเด็กๆ 3 จังหวัดชายแดนใต้ทั่วๆไปที่มีฟุตบอลเป็นสิ่งบันเทิงในวัยเด็ก ตอนแรกก็คิดว่าเล่นสนุกเฉยๆไม่ได้จริงจังอะไร แต่พอมีโครงการคัดเลือกนักฟุตบอลยุวชนจาก 3 จังหวัด เพื่อไปแข่งทีสวีเดน ผมก็เลยลองไปคัดแล้วก็มีชื่อไปสวีเดน นั้นคือจุดเริ่มต้นของผม" ไอ้ก้านยาว เริ่มเล่าให้กับ FFT TH

"นั่นคือการไปต่างประเทศครั้งแรก ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก การไปที่สวีเดน ได้เห็นโลกฟุตบอลที่กว้างขึ้น มันทำให้ผมคิดว่าต้องจริงจังกับฟุตบอล มันทำให้ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต”

หลังโชว์ฟอร์มได้ดีที่สวีเดน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนชักชวนให้ ศุภชัย ใจเด็ด มาคัด ที่ ร.ร.ปทุมคงคา อดีตมหาอำนาจลูกหนังขาสั้นเมืองไทย หัวใจเขาตอบรับทันที แต่ปัญหาอยู่ที่คุณพ่อ-แม่ ที่ไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าเมืองกรุงฯ

"พอผมไปขอพ่อกับแม่เพื่อเข้ากรุงเทพฯมาคัดนักบอลปทุมคงคา พ่อแม่ผมไม่ให้ ผมก็ร้องไห้เลย ร้องไห้ทั้งวัน”

“ผมอ้อนวอนเพื่อให้ที่บ้านปล่อยผมมาคัดตัว ตอนนั้นผมไปขอร้องอาจารย์ที่โรงเรียน ผู้ใหญ่แถวๆบ้าน เรียกว่าบอกกับทุกคนให้มาช่วยคุยกับพ่อแม่ผม สุดท้ายเขาก็ให้ผมเข้ากรุงเทพฯ เขาก็คงคิดว่าผมคงไม่ติดจริงปล่อยให้ผมมา" ศุภชัย ใจเด็ด เล่าให้ FFT TH ฟังแบบยิ้มๆถึงวีรกรรมวัยเด็ก

เด็กอายุ 12 ปี พกกระเป้าเป้ 1 ใบ ข้างในมี รองเท้าสตั๊ด 1 คู่ เสื้อผ้าอีก 5 ผืน พร้อมด้วยเงินติดตัว 1,500 บาท และมือถือโนเกีย 1 เครื่อง ขึ้นรถไฟฟรีจากปัตตานี สู่ กรุงเทพมหานครฯ

"สุดท้ายพอพ่อแม่ให้ผมเข้ากรุงเทพฯ ผมดีใจมาก ผมวิ่งดีใจรอบบ้านเลย ที่บ้านก็ให้เงินผมมา หนึ่งพันห้าร้อยบาท และก็มือถือโนเกียเครื่องหนึ่ง ซึ่งผมเลือกที่จะนั่งรถไฟฟรี เข้ากรุงเทพฯ นั่งจนเจ็บก้นไปหมด ผมนั่งมาคนเดียวโดยที่ไม่รู้จักใครเลยบนรถไฟ ตอนนั้นผมคิดว่าผมโตแล้ว แต่ย้อนกลับไปมองเรื่องราวตอนนี้ผมว่า มันก็บ้าดีเหมือนกัน เด็ก 12 ขวบ ออกจากบ้านมาคนเดียว ผมว่าไม่ธรรมดาแน่"

"พอมาถึงกรุงเทพฯ มาคัดตัวที่ ปทุมคงคา ก็ติด ผมดีใจมาก ผมโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าคัดติดมีที่เรียนแล้ว ตอนนั้นผมคิดว่าพ่อแม่คงดีใจแน่นอน ผมจึงนั่งรถไฟกลับบ้านเพื่อไปเก็บของมาเรียน”

“แต่พอถึงบ้าน ผมต้องร้องไห้ยกใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เพราะพ่อแม่ไม่ให้ผมมาเรียนที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าผมยังเด็กเกินไปที่จะออกมาใช้ชีวิตคนเดียวในกรุงเทพ บอกตรงๆตอนนั้นเสียใจมาก โกรธพ่อกับแม่เลยก็ว่าได้ ผมก็เลยโทรมาบอกอาจาร์ยที่ปทุมคงคาว่าคงไม่ได้ไปเรียนแล้ว แต่โชคก็เข้าข้าง เมื่ออาจารย์คนดังกล่าวช่วยโทรมาคุยกับที่บ้านผม จนสุดท้ายผมได้ไปเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ" "ไอ้ก้านยาว" เผยกัย FFT TH

6 ปีนับตั้งแต่ออกจากปัตตานี มาแสวงหาโชคชะตาในเส้นทางลูกหนังที่เมืองกรุงกับ ร.ร.ปทุมคงคา วันนี้เข้าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปี และได้ก้าวสู่การเป็นนักเตะอาชีพกับ "พลังเอ็ม" โอสถสภาฯ

"เมื่อผมร้องไห้เพื่อขอที่บ้านมาเรียนกรุงเทพฯ ผมจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ร้องไห้ในการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของผม ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าเขาคงภูมิใจกับตัวผมและคิดถูกที่ปล่อยผมออกจากบ้าน ตอนอายุ12 หลังจากนี้ผมก็คงเดินทางเต็มที่ในเส้นทางนักเตะอาชีพเพื่อให้พวกเขา(พ่อแม่) ภูมิใจมากกว่านี้" ศุภชัย ใจเด็ด เผยกับ FFT TH

"ปีนี้ผมอาจยังไม่คิดที่จะแจ้งเกิดอะไรหรอก ผมต้องการพัฒนาฝีเท้าให้ดีกว่านี้ หากมีโอกาสได้ลงสนามผมก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่ว่าจะ 15 นาที หรือ 1 นาที ที่ได้ลงสนาม ผมก็จะใช้โอกาสนั้นพิสูจน์ตัวเองให้ได้”

“แน่นอนอีก 2-3 ปีข้างหน้า กระดูกผมคงโต และยืนบนไทยลีกได้อย่างสง่าผ่าเผย"  "ไอ้ก้านยาว" เผยทิ้งท้ายกับ FFT TH