Rising Star : ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร : ฮาร์ดแมนดาวรุ่งตรากงจักร

มีไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นแข้งดาวรุ่งแจ้งเกิดในตำแหน่งกลางรับ เพราะนี่คือตำแหน่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการคุมแดนกลาง ต้องใช้ความเก๋าคอยอ่านและทำลายเกม รวมทั้งต้องรู้จักเปลี่ยนรับเป็นรุกในจังหวะเวลาที่เหมาะสม 

...แต่ในปีที่แล้วมีดาวรุ่งคนหนึ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในตำแหน่งห้องเครื่องฮาร์ดแมน เขามีครบทุกกระบวนท่าทั้งบู๊และบุ๋น จะส่งสั้น ส่งยาว ยิงไกล หรือแม้กระทั่งทีเด็ดลูกตั้งเตะ เขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม จน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยเกินจะห้ามใจไหวต้องเรียกมาติดทีมชาติชุดใหญ่

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง “เจ้าปิง” ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร มิดฟิลด์ฝีเท้าดีจาก อาร์มี ยูไนเต็ด ...เด็กหนุ่มจากเลยผู้หอบสตั๊ดเข้าสู่รั้วกองทัพบกตั้งแต่ปี 2010 ที่สโมสรเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด แต่สองปีแรกเขาต้องใช้เวลาอยู่กับทีมสำรองเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่ปี 2012 “โค้ชตู่” พนิพล เกิดแย้ม จะให้โอกาสเขาได้สัมผัสเกมในไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรก

"ครั้งแรกที่ผมลงเล่นให้กับ อาร์มี่ ต้องย้อนไปเมื่อปี 2012 สมัยที่ "โค้ชตู่" พนิพล เกิดแย้ม... ตอนนั้นเราเจอกับ ชลบุรี เอฟซี ทีแรกเขามาแย่บๆ บอกผมก่อนเกมแล้ว เราก็ลุ้นว่าจะได้ลงตัวจริงหรือตัวสำรอง สุดท้ายเกมนั้นได้ลงเป็นตัวสำรองแทนพี่โย (ณรงค์ จันทร์เสวก) แต่มันก็น่าตื่นเต้นมากแล้ว” ทศวรรษกล่าวกับ FFT TH

หลังจากจบฤดูกาล 2012 โค้ชตู่ผู้ให้โอกาสเขาได้แจ้งเกิดบนไทยลีกต้องอำลาทีมไปหลังพาทีมพ่าย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในนัดชิงดำ เอฟเอ คัพ 1-2 ทำให้สโมสรตัดสินใจแต่งตั้ง อเล็กซานเดอร์ “มาโน่” โพลกิ้ง อดีตมือขวาทีมชาติไทยของ วินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามาคุมทีมแบบเต็มตัวเพื่อสู้ศึกฤดูกาล 2013 ...และ “เจ้าปิง” สารภาพกับเราว่าเขาคิดว่าโอกาสของเขาจะหมดลงเสียแล้ว แต่สุดท้ายมันกลับเป็นตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคิดไว้โดยสิ้นเชิง

"หลังจบฤดูกาลนั้น พี่ตู่ไม่ได้อยู่กับทีมอีก มาโน่เข้ามาทำทีมแทน ผมมีความคิดจะย้ายทีมแล้วด้วยซ้ำ ผมถามหาคนโน้นคนนี้ บอกให้ช่วยผมย้ายทีม แต่มาโน่ เดินเข้ามาบอกผมว่า เขาจะให้โอกาสผม และไม่ให้ผมย้ายไปไหน... เขาสร้างความมั่นใจให้กับผม และเขาก็ตามที่พูด

"ช่วงเลกแรกเขาให้ผมลงเล่นในฐานะตัวสำรองทุกนัด และเมื่อบ่มเพาะประสบการณ์ได้พอตัว เขาก็ให้ผมลงเล่นตัวจริงตลอดในเลกที่ 2 ของปี 2013 จนจบฤดูกาลผมได้โอกาสลงสนามไปทั้งหมดกว่า 20 เกม ...เขาพูดกับผมเสมอว่า อายุไม่เกี่ยวกับการเล่นฟุตบอล และตั้งแต่นั้นผมก็เชื่อเช่นนั้นมาโดยตลอด"

กับฤดูกาล 2014 ทศวรรษยังคงได้รับความไว้วางใจจากสองกุนซอต่างชาติอย่าง แมตต์ เอลเลียต และ แกรี สตีเวนส์ โดยได้ลงสนามมากขึ้นเป็น 31 นัดตลอดทั้งฤดูกาล ..ส่วนปีก่อนเขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 33 จาก 34 เกมที่สโมสรลงแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีก แถมมันยังเป็นฤดูกาลที่เจ้าตัวพังประตูมากที่สุดนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ โดยยิงไปทั้งหมด 5 ประตูด้วยกัน ...ที่เห็นจะติดตาตรึงใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นลูกฟรีคิกที่ “เจ้าปิง” ปั่นโค้งแบบสุดสวยผ่านมือ ทศพร ศรีเรือง อดีตรุ่นพี่ทีมทหารบกในเกมที่ อาร์มี ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอกับ บีอีซี เทโรศาสน 1-1

ขณะที่ในนามทีมชาติ นอกจากเกมอุ่นเครื่องกับ บาห์เรน แล้ว ทศวรรษ เองก็ยังมีชื่อติดทีมชุดใหญ่ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง เกมที่ “ช้างศึก” บุกไปเอาชนะ ไต้หวัน  2-0 ...แม้เกมนั้นจะไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่นั่นการันตีว่าขื่อของเขาเข้าสู่สารบบทีมชาติแบบเต็มตัวแล้ว และล่าสุดเขาก็เพิ่งจะกลับมาจากภารกิจรับใช้ชาติชุดรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีทำศึกชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 ที่ประเทศกาตาร์ โดยมีชื่อเป็นตัวสำรอง 2 นัด และได้ลงเป็นตัวจริงในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่ “ช้างศึกจูเนียร์” เสมอกับ “โสมแดง” เกาหลีเหนือ ไปแบบสุดระทึก 2-2

"ความจริงผมหวังแจ้งเกิดได้เร็วกว่านี้น่ะ (ยิ้ม) แต่มันก็โอเคในระดับหนึ่ง ผมก็แค่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดจากนี้ ผมยังไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และผมก็หวังจะทำได้ในปีนี้ เรายังหวังจะคว้าแชมป์บอลถ้วย ซึ่งปีที่แล้วมันน่าเสียดายมากที่เราไปถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ไม่ได้ เพราะแพ้ให้กับเมืองทองฯ”

กับทีเด็ดเรื่องลูกตั้งเตะซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไม้ตายของเจ้าตัว ทศวรรษบอกกับเราว่าอันที่จริงแล้ว “เสธ.เหนียว” พ.ท.วัชรกร อันทะคำภู กุนซือคนปัจจุบันของ อาร์มี ยูไนเต็ด คือผู้ที่คอยสั่งคอยสอนเขามาตั้งแต่อยู่โรงเรียนสวนกุหลาบ...

"ลูกยิงฟรีคิกของผม? จริงๆ พี่เหนียว เคยติวเรื่องการยิงฟรีคิกให้ผมมาตั้งแต่ผมอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบแล้ว เขาเป็นศิษย์เก่าแล้วมาช่วยสอน และวันนี้เขาก็กลับมาเป็นเฮดโค้ชที่อาร์มี่ ทุกวันนี้ผมรับกินลูกนิ่งในทีมหมด แต่ผมก็ยังซ้อมหนักทุกวัน"

...มาปีนี้เขายังคงพัฒนาฟอร์มการเล่นของตัวเองอยู่เรื่อยๆ และเพิ่งจะได้รับคำชมจาก กุนซือ “สุภาพบุรุษกงจักร” ที่พอใจผลงานและฝีเท้าของเด็กปั้นกองทัพบกคนนี้ จนเชียร์ให้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทยเรียกติดฃชุดใหญ่ทำศึกคัดบอลโลกนัดสุดท้ายที่จะไปเยือน อิรัก ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

“ผมคิดว่าปิงน่าจะถึงขั้นที่จะก้าวขึ้นไปเล่นทีมชาติชุดใหญ่แล้ว ที่ผ่านมาผมเห็นพัฒนาการของเด็กคนนี้ในการเล่นให้กับอาร์มี ก็เป็นตัวหลักในแดนกลาง” เสธ.เหนียวกล่าว "ส่วนทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปีถึงจะไม่ใช่ตัวหลักในทัวร์นาเมนต์ล่าสุด แต่ทุกครั้งที่ลงสนามก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี เขามีจุดเด่นเรื่องความขยัน เล่นหนักตามสไตล์ตัวรับ และมีทีเด็ดลูกฟรีคิก ซึ่งผมก็หวังว่าจะได้เห็นเขาติดทีมชาติชุดใหญ่ในปีนี้”

ดูจากคำให้สัมภาษณ์ของกุนซือ “สุภาพบุรุษกงจักร” ...ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร น่าจะยังคงเป็นตัวหลักของทีมในฤดูกาลใหม่เช่นเคย และน่าสนใจว่าปีนี้ที่มีประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มและพาชื่อตัวเองไปติดโผ “ช้างศึก” ได้หรือไม่!