ริวจิ ซูเอโอกะ : อดีตแข้งแบงค็อก...สู่ยอดนักซ่อมรองเท้าผู้ใจบุญ

ในวันที่ไทยลีกเพิ่งตั้งไข่โดยส่วนใหญ่ยังเป็นทีมจากองค์กรเอกชน เขาคือนักเตะจากแดนอาทิตย์อุทัยรุ่นแรกๆ ที่สวนกระแสความบูมของลีกบ้านเกิดเข้ามาหาความท้าทายในแดนขวานทอง

อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ใหม่ในลีกอาเซียนแต่อย่างใด เมื่อเคยมีประวัติการค้าแข้งในเอสลีกอย่างอัลบิเร็กซ์ นีงาตะ (เอส), เกลัง ยูไนเต็ด (ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเกลัง อินเตอร์เนชั่นแนล เอฟซี) และบาเลสเตียร์ คัลซ่า นอกจากนี้ยังเคยปะทะแข้งกับ 2 ตำนานทีมชาติไทยอย่าง เทิดศักดิ์ ใจมั่น และ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ มาแล้ว

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ในแดนลอดช่องมา 3 ซีซั่น เจ้าตัวก็ได้ย้ายร่วมไปทัพแบงค็อก ยูไนเต็ด (ที่ตอนนั้นใช้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นปีสุดท้าย) ชุดที่มี สุริยา ดอมไธสง, วีระ เกิดพุดซา, กิตติศักดิ์ ศิริแว่น และ ปุณณรัตน์ กลิ่นสุคนธ์ ซึ่งฤดูกาลนั้น "สิงห์กล้วยน้ำไท" จบฤดูกาลด้วยอันดับ 10

จากการที่ม. กรุงเทพ มอบสัญญาแบบปีต่อปีให้กับนักเตะ ทำให้อนาคตของเขาไม่แน่นอน และในที่สุดเขาก็ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงของประเทศไทยต่อทั้งๆ ที่ใจอยากอยู่ให้นานกว่านี้ และเป็นเขานี่เองที่ชักชวนอดีตเพื่อนร่วมทีมที่บาเลสเตียร์ คัลซ่า อย่าง ฮิโรโนริ ซารูตะ ให้มาค้าแข้งที่ไทยลีกในซีซั่นถัดมา

ก่อนที่เจ้าตัวจะมุ่งหน้าสู่ความท้าทายใหม่ยังแดนภารตะ และที่นี่เองที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของชีวิตขึ้นมา

“ตอนที่ผมขับรถเข้าไปในเมืองที่อินเดียแล้วติดไฟแดง ก็จะมีขอทานเข้ามาขอเงิน” ซูเอโอกะที่ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมไอ-ลีก เมื่อปี 2011 สมัยที่ค้าแข้งกับชัลเกาคาร์กล่าว

“ผมคิดในใจว่า ‘เราจะน่าทำอะไรได้บ้างนะ?’ เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเคยพบเห็นมาก่อนในญี่ปุ่น”

โดยระหว่างที่ค้าแข้งในอินเดียเป็นเวลา 5 ปี เขาก็ได้เห็นช่างซ่อมรองเท้าเกลื่อนกลาดมากมายตามท้องถนน ซึ่งซูเอโอกะได้กล่าวว่า “ตอนที่รองเท้าสตั๊ดของผมต้องเอาไปซ่อม ผมก็จะเอาไปให้ช่างซ่อมรองเท้าทำให้และทักษะของพวกเขาก็ดีเอามากๆ ผมประทับใจพวกเขาจริงๆ”

“นั่นทำให้ผมสงสัยว่าถ้าเกิดผมนำไอเดียนี้ไปใช้ที่ญี่ปุ่นจะเป็นยังไงนะ และมันก็เริ่มต้นขึ้น”

หลังจากที่แขวนสตั๊ดและกลับสู่บ้านเกิด ซูเอโอกะไม่ได้เพียงแค่เข้าเรียนในโรงเรียนซ่อมรองเท้าเท่านั้น หากแต่ยังเป็นอาสาสมัครช่วยงานในร้านซ่อมรองเท้าอีกเพื่อขัดเกลาทักษะอีกด้วย

ซึ่งจากการที่มีคอนเนคชั่นอยู่มากมายในญี่ปุ่น ทำให้เขาสามารถรวบรวมรองเท้าพังๆ ที่ไม่มีใครต้องการ มาซ่อมอย่างพิถีพิถันคู่ต่อคู่

และหลังจากรองเท้าได้รับการซ่อมแซมแล้ว เขาก็จะแพ็คมันลงกล่องและส่งไปอินเดียให้กับบรรดานักฟุตบอลดาวรุ่งที่ต้องการมัน

“มีรองเท้าเก่าๆ อยู่หลายคู่เลยทีเดียวในญี่ปุ่น” ซูเอโอกะที่ตอนนี้เป็นโค้ชให้กับเอฮิเมะ เอฟซี ทีมเจ-ทู กล่าว “ดังนั้นผมเลยซ่อมพวกมันแล้วส่งไปให้เด็กๆ ในอินเดียที่มีฐานะยากจน และไม่มีเงินจะซื้อมัน”

“เอเชียไม่เคยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกมาก่อน ดังนั้นนี่คือความฝันของผมที่จะช่วยให้ฟุตบอลในเอเชียเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะในฐานะโค้ชหรือว่าทำโครงการอะไรแบบนี้”