Analysis

รสชาติใหม่ในวัยดึก : 7 แข่งเก๋าไทยลีก2ลุ้นพาทีมเลื่อนชั้น

ถือเป็นฤดูกาลที่ศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2018 เข้มข้นเป็นอย่างมาก สำหรับการลุ้นเลื่อน เมื่อมี 5 ทีมที่เข้ามาร่วมแย่งชิง 3 โควตาสู่ลีกสูงสุดปีนี้

We are part of The Trust Project What is it?

แน่นอนสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ แต่ละทีก็ต้องมีแข้งประสบการณ์สูงที่จะช่วยควบคุมสถานการณ์ที่กดดันของน้องๆในทีมให้ได้ และนี่ก็คือ 7นักเตะประสบการณ์สูงในไทยลีก2 ที่เป็นคีย์แมนสำคัญในความสำเร็จของทีม

เขียนโดย

พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล

พิชิตพงษ์ เฉยฉิว (เชียงใหม่ เอฟซี)

มิดฟิลด์ผู้ผ่านประสบการณ์คว้าแชมป์ไทยลีกมาแล้ว 5 สมัย พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ถือเป็นนักเตะในไทยลีก2 ที่ผ่านการค้าแข้งมาอย่างโชกโชน แน่นอนประสบการณ์ของเขามีส่วนสำคัญในการพา “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี มีลุ้นเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในปีนี้

การมาอยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี เขาก็เป็นตัวแข้งรุ่นพี่ค่อนประคองรุ่นน้องโดยเฉพาะดาวรุ่งของทีมให้ต่อกรกับคู่แข่งได้แบบไม่เป็นรอง และผลงานของทีมก็ออกมาดีในปีนี้

กองกลางวัย 35 ปี ที่ลงมาเล่นในลีกรองเป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้เล่นในศึกไทยลีกมาโดยตลอด และการมาอยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี เขาก็เป็นตัวแข้งรุ่นพี่ค่อนประคองรุ่นน้องโดยเฉพาะดาวรุ่งของทีมให้ต่อกรกับคู่แข่งได้แบบไม่เป็นรอง และผลงานของทีมก็ออกมาดีในปีนี้

พิชิตพงษ์ เริ่มต้นค้าแข้งกับ ธ.กรุงไทย, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และก่อนจะลงมาเล่นในลีกล่างก็อยู่กับ โปลิศ เทโร เอฟซี ส่วนในนามทีมชาติก็ติดทีมชุดใหญ่นานกว่า 10ปี เรียกได้ว่าประสบการณ์ของเขาไม่เป็นสองรองใครในไทยลีก 2 ปีนี้อย่างแน่นอน และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจที่จะพา “พยัคฆ์ล้านนา” ประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

อภิภู สุนทรพนาเวศ (พีทีที ระยอง)

“พลังเพลิง” พีทีที ระยอง ทีมเต็งของศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) อุดมไปด้วยนักเตะที่ผ่านประสบการณ์ไทยลีกหลายคน หนึ่งในนั้นก็คือ “บาส” อภิภู สุนทรพนาเวศ กองกลางดีกรีทีมชาติไทย

ผลงานระดับสโมสรอาจจะไม่มีโทรฟี่ประดับบารมี แต่เขาก็คือกองกลางที่อยู่ระดับแถวหน้าของเมืองไทยในระยะเวลา เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา

อดีตมิดฟิดล์ระดับตำนานของโอสถสภาฯ ย้ายมาอยู่กับ “พลังเพลิง” ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วซึ่งเขาไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้ ทำให้ในปีนี้ อภิภู หมายมั่นปั่นมือว่าจะพาต้นสังกัดก้าวสู่ไทยลีกให้ได้ เพื่อที่ตัวเขาจะได้กลับไปวาดลวดลายในลีกสูงสุดของเมืองไทยอีกครั้ง

“บาส” อภิภู ผ่านการเล่นในไทยลีกไม่ต่ำกว่า 2ร้อยนัด ทั้งโอสถสภาฯ,บุรีรัมย์ พีอีเอ และ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ส่วนในนามทีมชาติอาจจะรับใช้ชาติน้อยไปสักนิดเมื่อกองกลางรุ่นราวคราวเดียวกับเขาล้วนโดยผลงานระดับสโมสรอาจจะไม่มีโทรฟี่ประดับบารมี แต่เขาก็คือกองกลางที่อยู่ระดับแถวหน้าของเมืองไทยในระยะเวลา เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา

ผลงานอันยอดเยี่ยมของ พีทีที ระยอง ในปีนี้ส่วนหนึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับ มิดฟิดล์รายนี้ จะเห็นได้ว่าระยะหลังๆ เขาคือคนที่เปลี่ยนแกนของเกมจากเสียเปรียบให้กลับมาได้เปรียบ และในยามที่ทีมเหนือกว่าคู่แข่งก็จะค่อยคุมสถานการณ์เอาไว้ทั้งหมด เรียกว่าได้ประสบการณ์ของ อภิภู ช่วย “พลังเพลิง” ได้เยอะทีเดียว