รสชาติมะกะโรนีเปลี่ยนไป : ทำไมวันนี้กัลโช่ เซเรีย อา แทบไร้มนต์เสน่ห์?

ในช่วงยุค '90 คงไม่มีใครหน้าไหนกล้าสงสัยเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลอิตาลี...

ฟุตบอลลีกของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยเหล่านักเตะซูเปอร์สตาร์มากมายและสโมสรจากเเดนรองเท้าบู๊ตก็คว้าความสำเร็จระดับทวีปกันเป็นว่าเล่น...ทว่าเมื่อเวลาที่เดินหน้าต่อไปเพราะอะไรกันแน่ความสำเร็จที่เคยมีสตาร์ที่เคยเดินชนกันขวักไขว่กลับหายไปจนร่อยหรอลงเรื่อยๆและ FFT จะเล่าให้คุณฟัง

จุดเริ่มต้น

ปัญหาด้านการเงินและเศรษฐกิจระลอกแรกโถมเข้าใส่อิตาลีและสโมสรในประเทศในช่วงต้นๆของยุค 2000 ในช่วงเวลานั้นมีหลายทีมที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ฟิออเรนติน่า คือทีมแรกที่โดนฟ้องล้มละลายด้วยหนี้สินกว่า 45 ล้านยูโรและพวกเขาต้องยุบสโมสรและสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ดิวิชั่น 4 เช่นเดียวกับ นาโปลี ที่ล้มละลายโดนปรับตกชั้นตามไปติดๆ นอกจากนี้ ปาร์ม่า และ ลาซิโอ ก็ต้องเจอกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน

ทีมใหญ่ๆตามที่กล่าวมายังไม่รอดและทีมเล็กจะเหลืออะไร หลายสโมสรในอิตาลีขาดทุนจนต้องต้องไปตั้งต้นกันใหม่อาทิ เซียน่า,เวเนเซีย และ ปิอาเชนซ่า เป็นต้น ... คลื่นร้ายลูกแรกอาจจะยังไม่ทำให้วงการฟุตบอลอิตาลีสะเทือนมากนัก แต่อีกไม่นานพวกเขาก็ต้องพบเจอกับหายนะของจริงแบบที่ยังไม่ได้ตั้งตัว

อเลสซานโดร เนสต้า ปราการหลังทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกปี 2006 เปิดเผยในภายหลังถึงเหตุผลที่เขาต้องย้ายออกจาก ลาซิโอ ในปี 2002 เพราะเรื่องเงินล้วนๆ "ผมไม่เคยบอกเหตุผลว่าทำไมผมย้ายออกจาก ลาซิโอ แต่ในเวลานั้นไม่มีใครได้รับค่าจ้างมากว่าปีครึ่ง มันอันตรายและเราอาจจะล้มละลายได้ ขณะที่ตัวผมเองก็อยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นกัน ผมจำเป็นต้องย้ายทีมเพราะสโมสรเป็นมีตัวเลขในบัญชีที่ติดลบจนกู่ไม่กลับเเล้ว"

สัญญาณเตือนภัย

คงต้องยอมรับกันว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความยิ่งใหญ่ของสโมสรในอิตาลีจางหายไปเริ่มต้นในปี 2006 มันเกิดจากคดีล็อคผลการแข่งขันที่เหล่าทีมยักษ์ใหญ่ของลีกเข้ามาพัวพันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ยูเวนตุส,เอซี มิลาน, ลาซิโอ และ ฟิออเรนติน่า คือทีมที่ต้องรับผลกรรมจากการกระทำครั้งนั้น โดย ยูเวนตุส ที่เป็นหัวเรือใหญ่โดนโทษสถานหนักด้วยการริบตำแหน่งแชมป์ที่พวกเขาได้ไป ครอบครองในฤดูกาลก่อนหน้านี้ (2005, 2006) และยังโดนปรับตกชั้นไปเล่นในศึก เซเรีย บี หนำซ้ำยังโดนตัดเเต้มอีก 9 คะแนนอีกด้วย ขณะที่อีก 3 ทีมที่เหลือโดนตัดเเต้มไปตามลำดับแต่ไม่โดนปรับตกชั้นเหมือนยักษ์ใหญ่จากตูริน

จากนั้นเป็นต้นมาการเเข่งขันในลีกก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ เป็น อินเตอร์ ผงาดขึ้นมาแทนที่ของ ยูเวนตุส ในช่วงสั้นๆ ทว่าหลากหลายปัญหาก็ยังคงตามเล่นงานทีมจากอิตาลีอย่างไม่หยุดหย่อนไม่ว่าจะเป็นปัญหา"วิกฤตเศรษฐกิจยุโรป" ที่ส่งผลต่อประเทศในกลุ่ม PIIGS อย่าง โปรตุเกส, ไอร์แลนด์, อิตาลี, กรีซ และสเปน ฐานแฟนบอลที่น้อยลงเรื่อยๆ และการลดความสำคัญในการทำทีมของผู้บริหารของทีมยักษ์ใหญ่ต่างๆ เมื่อปัญหาทุกข้อรวมกันจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความตกต่ำครั้งนี้

ไม่เว้นแม้แต่ทีมใหญ่ๆเท่านั้น ทีมเล็กก็โดนผลกระทบไม่ต่างกันเพราะไม่มีนายทุนคนไหนกล้าลงทุนกับธุรกิจที่ต้องใช้เงินเป็นหลักอย่างฟุตบอลอีกต่อไป เพราะฉะนั้นแต่ละสโมสรต้องเริ่มใช้นโยบายรัดเข็มขัดกันแบบสุดตัวเพราะถ้าหากพวกเขาวางแผนผิดพลาดไปนิดเดียวเท่ากับโอกาสที่จะล้มละลายจนถูกยุบสโมสรไปได้ง่ายๆเลยทีเดียว

ผลกระทบจากเรื่องการเงิน

เมื่อไม่มีเงินก็ยากที่อะไรต่อมิอะไรจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างสะดวกโยธิน ... แต่ละทีมต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะประคับประคองตัวเลขในบัญชีให้ไม่เป็นสีแดงให้ได้ และวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำได้คือการขายนักเตะตัวหลักของทีมหากได้เม็ดเงินในราคาแสนงาม ลิลิยอง ตูราม,ฟาบิโอ คันนาวาโร่,ปาทริค วิเอร่า,จานลูก้า ซามบร็อตต้า ต้องย้ายจาก ยูเวนตุส ริคาร์โด้ กาก้า, ติอาโก้ ซิลวา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ต้องย้ายจาก มิลาน คือคำตอบที่บอกได้อย่างชัดเจนสำหรับเรื่องนี้แม้แต่ละคนจะย้ายในช่วงเวลาที่แตกต่างกันก็ตาม

และเมื่อไม่มีนักเตะตัวหลักมันก็ส่งผลกระทบต่อผลการเเข่งขันในระดับสูงเป็นเงาตามตัว และเมื่อตกรอบในเวทีระดับทวีปบ่อยๆเข้าค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่าในการแข่งขันแชมเปี้ยนสลีกของทีมจาก อิตาลี ก็โดนลดจาก 4 ทีมกลายเป็น 3 ทีม ผลกระทบยังไม่จบแค่นั้นเมื่อไม่ได้ไปเล่นในรายการนี้ก็จะชวดค่าลิขสิทธิ์ที่มีมูลค่ามหาศาล และปัญหาทั้งหมดยังคงวนเวียนแบบไม่รู้จบ

Topics