รุ่งเรืองหรือรุ่งริ่ง? เช็คผลงาน 7 สโมสรยุโรปที่มีเจ้าของเป็นคนอาเซียน

จากการที่มีข่าวว่า ดาโต๊ะ ดร. นอรดิน อาหมัด จะซื้อสโมสรบารี่ในเซเรีย บี ของอิตาลี ไนเจล ชิน คอลัมนิสต์โฟร์โฟร์ทูจึงขอพาแฟนๆไปดูว่าชะตากรรมของแต่ละสโมสรที่มีเจ้าของเป็นชาวอาเซียนเป็นอย่างไรบ้าง โดยทั้ง 7 คนนี้ต่างเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสร 

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

วินเซนต์ ตัน นักธุรกิจชาวมาเลเซียนได้เข้ามาเทคโอเวอร์คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2010 ซึ่งมันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของ “บลูเบิร์ดส์” แต่ 6 ปีผ่านไปทีมกลับมีผลงานขึ้นๆลงๆ

โดยใน 2 ปีแรก คาร์ดิฟฟ์ชวดเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของ เดฟ โจนส์ ส่วนครั้งที่ 2 เป็น มัลกี้ แม็คเคย์

จากนั้นในปี 2012 ตันตัดสินใจเปลี่ยนสีประจำสโมสรจากน้ำเงินกับขาวมาเป็นแดงกับดำ และเปลี่ยนฉายามาเป็น “มังกรแดง” สร้างความโมโหให้กับแฟนบอลอย่างมาก

ซึ่งนอกจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ตันยังได้ทำการขยายสนาม, สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมขึ้นมาใหม่ และเพิ่มงบซื้อนักเตะให้มากกว่าเดิม นั่นทำให้คาร์ดิฟฟ์เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างสวยหรูจนเลื่อนชั้นในที่สุด

แต่ทั้งที่ทุ่มทุนสร้างกว่า 20 ล้านปอนด์ในการเซ็นสัญญากับนักเตะอย่าง สตีเว่น คอลเกอร์, การี่ เมเดล, ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ และ เคนวิน โจนส์ รวมถึงคนอื่นๆ พวกเขากลับตกชั้นทั้งที่เพิ่งขึ้นมาได้ฤดูกาลเดียว โดยจบซีซั่นด้วยการมีเพียง 30 แต้มเท่านั้น 

ฤดูกาลถัดมา สโมสรจบอันดับที่ 11 ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องน่ายินดีในหมู่แฟนบอลหลังจากที่ตันและบอร์ดบริหารตัดสินใจกลับไปใช้สีน้ำเงินกับขาว รวมถึงฉายาก็กลับไปใช้บลูเบิร์ดส์เหมือนเดิมก็ตาม

โดยตันนั้นยังได้เป็นเจ้าของสโมสรกาเฟ คอร์ไทรจ์ และเอฟเค ซาราเยโว ซึ่งกับรายหลังนั้นได้คว้าแชมป์แรกในรอบ 7 ปีโดยการซิวถ้วยบอสเนียน คัพ ก่อนจะสอยแชมป์ลีกในซีซั่นถัดมา

ทรรศนะ: ดีๆแย่ๆสลับกันไป แต่การที่แฟนบอลออกมาขับไล่เขาให้ออกจากสโมสรก็เป็นตัวบอกทุกอย่างแล้ว

Pages